
ปาฏิหาริย์หลวงพ่อโต
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
หลวงพ่อโต วัดมหาพุทธาราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบนครจำปาสัก ขนาดหน้าตักกว้าง 3.50 เมตร สูง 6.85 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารของวัด มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “พระพุทธมหามุนี” แต่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อโต เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่สร้างครอบพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งไว้ภายใน
เกี่ยวกับปาฏิหาริย์หลวงพ่อโตวัดนี้ ส่วนตัว เคยได้ฟังความศักดิ์สิทธิ์จากคนเฒ่าคนแก่หลายเรื่อง ทว่าเป็นเรื่องเล่าที่มีมานาน แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เพิ่งจะได้รับการเปิดเผยจากเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ พระราชธรรมสารสุธี (ธีรังกูร ธีรังกุโร ป.ธ.9) รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี 2541
มีหลายเรื่องหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่าน และท่านก็ย้ำเสมอว่า ถ้าฟังเรื่องที่ท่านเล่าแล้วจะคิดเป็นพุทธปาฏิหาริย์หรือความบังเอิญก็ขอให้ใช้วิจารณญาณวินิจฉัยเอาเองตามหลักกาลามสูตร
อย่างเรื่อง “ฝันที่เป็นจริง” ท่านเล่าว่า ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม ได้ฝันว่า มีพระแก่อายุประมาณ 80 ปี ห่มจีวรสีดู่ดำมาเคาะประตูห้องพักที่วัดเจียงอี อันเป็นวัดที่ท่านจำพรรษาแล้วพูดว่า คุณมหาถึงเวลาไปช่วยวัดแล้วหลวงพ่อรอเวลามา 50 กว่าปีแล้ว ถ้าชักช้าไม่ทันการณ์แน่ ทำให้ท่านต้องสะดุ้งตื่นขึ้น
รุ่งขึ้นวันที่ 1 พ.ค. 2541 ท่านได้รับคำสั่งให้ไปเป็นรองเจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม โดยพักอยู่ที่โรงเรียนปริยัติธรรม ตอนตี 2 ฝันว่า มีพระแก่องค์เดิมมาเรียกให้ตามเข้าไปวิหารพร้อมพูดว่า คุณมหาดูซิว่าภายในนี้มีสิ่งไม่เหมาะสมหลายอย่างเท่าที่เห็นไม่น้อยกว่า 5 อย่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยดีงามและเป็นอาเพศขึ้นในวัด ถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้องจะทำให้วัดเสื่อมลงเรื่อยๆ
ในฝันท่านถามพระชราว่าอยู่ตรงไหน ก็ถูกพระชราดุอย่างไม่พอใจว่า “บ๊ะ...ก็ดูเอาเองซี” ท่านจึงเรียนว่า “เดี๋ยวดูเองก็ได้ครับ” พระชราเสริม “ต้องอย่างนั้นสิ”
ในฝันท่านก็สังเกตและนับดูสิ่งที่พระชราว่าเป็นอัปมงคลได้ 5 อย่าง นอกจากนั้นพระชรายังบอกว่าข้างนอกวิหารก็มีสิ่งที่ต้องแก้ไข 2 จุด หากคุณมหาแก้ได้ทั้งหมด วัดนี้จะเจริญรุ่งเรือง พอสะดุ้งตื่นก็พยายามทบทวนความฝัน พร้อมตั้งใจจะไปสังเกตทั้งภายในและนอกวิหาร
พระราชธรรมสารสุธี เล่าต่อว่า วันที่ 2 พ.ค. หลังทำวัตรเช้าเสร็จก็ได้เดินสำรวจตรวจ ดูสิ่งที่พระชราพูดถึงในฝัน ปรากฏว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในและนอกวิหารตรงกับที่พระชราพูดทุกประการ และเรื่องนี้ท่านไม่บอกใครเกรงจะถูกหาว่ากุเรื่องมาหลอกให้คนเชื่อ
วันที่ 19 พ.ค. 2541 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาก็ได้ทำการแก้ไขข้างในและข้างนอกวิหารเป็นที่เรียบร้อย ตกเย็นวันนั้นมีพระนำรูปถ่ายอดีตเจ้าอาวาสที่เก็บไว้ในกุฏิมาให้และบอกให้ท่านเก็บไว้ แต่ต้องไปสะดุดที่รูปอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 6 เพราะคล้ายกับที่มาเข้าฝัน จนทำให้ท่านเกิดขนลุกซู่
ท่านเล่าว่า ก่อนเข้าพรรษาได้ปรับปรุงพัฒนาภายนอกวิหารด้านหน้า โดยเฉพาะที่ลานโพธิ์และเจดีย์อดีตเจ้าอาวาส พร้อมรำพึงว่าจะนิมนต์หลวงพ่อไปอยู่ที่มณฑป เพราะที่นี่มีคนรบกวน แต่พอตกกลางคืนก็เห็นพระชรารูปนั้น พร้อมพระเณร 2-3 รูปมาชี้หน้าว่า “ถือว่าเป็นเจ้าอาวาส อยู่ไม่ทันไร ก็จะมาขับไล่เสียแล้ว ข้าอยู่ที่นี่มานาน จะไม่ไปไหน จะได้คอยดูแลลูกหลานด้วย” ซึ่งในฝันท่านก็ตอบว่าไม่ได้คิดลบหลู่เพียงแต่เห็นว่าที่นี่มีคนรบกวน จึงอยากให้ไปอยู่ที่สงบ
ท่านเล่าว่า พอรุ่งเช้า 7 โมง เห็นแม่รอนอุบาสิกาวัดพร้อมแม่เล็กมานั่งที่หน้าห้องมาบอกว่า ท่านมหาเมื่อคืนเจ้าพ่อหลักเมืองมาเข้าฝันบอกให้มาเรียนเจ้าอาวาสว่าหลวงพ่อเดช (เจ้าอาวาสรูปที่ 6) ท่านไม่ยอมไปไหน อยากอยู่ที่เดิม ไม่ต้องย้ายอัฐิท่านไปมณฑป ท่านมหาจะว่ายังไง
ท่านบอกว่าทันทีที่สองอุบาสิกาวัดพูดเรื่องนี้ขึ้นทำให้ตัวเองถึงอุทานในใจว่า...ฝันเป็นเรื่องจริงหรือนี่ ช่างอัศจรรย์แท้







