posttoday
บอลไทย...จะไปไหนดี

บอลไทย...จะไปไหนดี

12 ธันวาคม 2553

เมื่อฟุตบอลไทยตกต่ำจนเกินจะทน ความเคลื่อนไหวจึงเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงจะต้องมี เป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคน...

เมื่อฟุตบอลไทยตกต่ำจนเกินจะทน ความเคลื่อนไหวจึงเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงจะต้องมี เป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคน...

โดย...ทีมข่าวกีฬา

ก่อนจะถึงปีนี้ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนเคยจัดฟาดแข้งมาแล้ว 7 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 2 ปี และไทยครองแชมป์ 3 สมัย และรองแชมป์อีก 2 สมัย

บอลไทย...จะไปไหนดี

ที่น่าวิตกหนักคือ 3 สมัยล่าสุด แชมป์เป็นของสิงคโปร์ 2 ครั้ง และเวียดนาม 1 ครั้ง โดยไม่มีชื่อของทีมชาติไทยในรายการแชมเปียนเลย
หายนะแท้จริงเกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 ที่เพิ่งจบลงไป (สำหรับไทย ขณะที่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียยังได้แข่งกันต่อ)

หลังจากที่ต้องไล่ตามตีเสมอทีมวัยกระเตาะของลาว ที่ไทยเคยไล่ถลุงสนุกเท้า 2-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมนัดแรก ความปราชัยให้กับอินโดนีเซีย 1-2 ในเกมสุดท้ายทำให้ไทยทุบสถิติทั้งหมดทั้งมวลด้วยการตกรอบแรกในรายการนี้ โดยเอาชนะใครไม่ได้เลยเป็นครั้งแรก

ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนร่วมโลกลูกหนังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทีมชาติไทยหล่นจากบัลลังก์หมายเลข 1 อาเซียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำว่า การตกรอบแรกฟุตบอลชายซีเกมส์เมื่อ 1 ปีที่แล้วหาใช่โชคชะตาฟ้ากลั่นแกล้งแต่อย่างใด

ชุมชนของคอบอลไทยจึงเกิดการลุกฮือเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ไม่ว่าจะเป็น 10 กระทู้แนะนำทางเว็บไซต์พันทิป กลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคน ไม่เอาสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดนี้ทางหน้าเฟซบุ๊ก รวมไปถึงการรวมตัวนัดประเดิมสนามที่อาคารมาลีนนท์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนการชุมนุมใหญ่ ณ สนามศุภชลาศัย และการนัดรวมตัวตามจุดต่างๆ ในหลายภาคของประเทศในวันอาทิตย์หน้า รวมทั้งปฏิบัติการล่ารายชื่อถอด วรวีร์ มะกูดี ลงจากตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ทั้งหมดล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือต้องการเห็น “อนาคต” ของฟุตบอลไทย

แฟนขับ

เมื่อฟุตบอลไทยตกต่ำจนเกินจะทน ความเคลื่อนไหวจึงเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงจะต้องมี เป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคน

ในขณะที่ความรับผิดชอบยังคงถูกถามหาโดยไร้คำตอบ แฟนบอลไทยกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นบทบาทสำคัญ

บอลไทย...จะไปไหนดี

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แฟนบอลจากนานาสโมสรตั้งแต่ระดับดิวิชัน 2 ไปจนถึงไทยพรีเมียร์ลีกมารวมตัวกันที่อาคารมาลีนนท์

ขณะนี้จำนวนผู้ที่คลิก “Like” ให้กับกลุ่ม มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคน ไม่เอาสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดนี้ มีกว่า 2.4 หมื่นคนแล้ว ขณะที่การล่ารายชื่อถอดถอนหัวแถวสมาคมยังคงดำเนินต่อไป พินิจ งามพริ้ง ผู้ก่อตั้งชมรมเชียร์ไทย บอกว่า อยากจะเห็นรายชื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้ได้มากที่สุด

“ถ้ามีระบบที่ชัดเจน มีการคัดกรองตัวนายกสมาคม มีระบบดีๆ เราก็น่าจะได้นายกสมาคมที่คุณภาพ ที่จะเข้ามาดูแลทั้งทางด้านทีม แพทย์ โค้ช นักเตะ รวมถึงด้านการตลาด ทำอย่างไรให้แฟนบอลไทยได้รู้สึกภาคภูมิใจกับการเชียร์ไทย ไม่ใช่อับอาย” พินิจ กล่าว

แฟนบอลบอกว่า ผลงานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดปัจจุบันตกต่ำอย่างต่อเนื่องที่สุดในประวัติศาสตร์ในรอบหลายสิบปี และนั่นคือสิ่งที่ “รับไม่ได้”

“เราต้องการแสดงถึงจิตใจอันบริสุทธิ์ของแฟนบอลชาวไทยที่รักศรัทธาและใส่ใจต่อผลงานของทีมชาติไทยที่เป็นดังตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเวลานี้ตกต่ำอัปยศเกินกว่าที่เคยเป็นมา จึงออกมารวมตัวเพื่อต้องการการเปลี่ยนแปลงของฟุตบอลไทย” คือเนื้อหาในแถลงการณ์ของแฟนบอลกลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม พวกเขายืนยันว่า ต่อให้การเรียกร้องครั้งนี้ไม่สำเร็จ จะยังไม่ทิ้งทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

ขณะที่เจ้าของนามปากกา “ชะเอมเทศ” ระบายข้อความผ่านเว็บไซต์พันทิปไว้อย่างน่าฟังว่า

“ฟุตบอลทีมชาติไทยสวมเสื้อมีธงไตรรงค์อยู่บนหน้าอก ยืนร้องเพลงชาติไทยก่อนลงทำการแข่งขัน ทีมฟุตบอลทีมนี้เป็นตัวแทนของคนไทยอีก 60 กว่าล้านคน ลงแข่งในนามทีมชาติไทย ดังนั้นถ้าผมเข้าใจไม่ผิดทีมฟุตบอลทีมนี้ควรจะเป็นสมบัติของคนไทยทั้งหมดใช่หรือไม่?”

เอาล่ะ แฟนบอลทำหน้าที่ของพวกเขาแล้ว...ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องล่ะ นอกจากโยนสาดความรับผิดชอบใส่กันแล้ว ทำอะไรอีกบ้างหรือยัง

ความฝัน-ความจริง

ระหว่างการทาบทาม ไบรอัน ร็อบสัน อดีตกัปตันทีมระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มารับงานคุมทีมชาติไทยเมื่อปีที่แล้ว นายกลูกหนังไทยวาดความฝันไว้สวยหรู

คว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 9 ติดต่อกัน (ต่อมาหน้าที่คุมทีมชุดซีเกมส์ 2009 ตกเป็นของ สตีฟ ดาร์บี)

ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนคัพ 2011 ที่กาตาร์

คว้าโควตาลุยกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน

ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล

อนิจจา!!! สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ

พ.ย. 2009 ในรอบคัดเลือกเอเชียน ไทยพลาดท่าให้กับสิงคโปร์ในถิ่นตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี ก่อนที่จะตกรอบตัดเลือกฟุตบอลชิงเจ้าแห่งทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี ในอีก 4 เดือนต่อมา

ธ.ค. 2009 ฟุตบอลชายทีมชาติไทยตกรอบแรกในกีฬาซีเกมส์ครั้งแรกในรอบ 36 ปี

ขณะที่ในระดับอาเซียนก็ไม่น้อยหน้า ทุบสถิติกันเป็นว่าเล่น

ธ.ค. 2008 แพ้เวียดนามคาบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปีในนัดชิงชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008 นัดแรก

ธ.ค. 2010 ผลเสมอ 2-2 ในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ นัดแรก ทำให้ไทยไม่ชนะลาวเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่ไทยชนะลาวไม่ได้เกิดขึ้นในศึกคิงส์คัพ ปี 1969 เมื่อพลาดท่าคาบ้าน 3-4

“เดี๋ยวนี้ในภูมิภาคบ้านเรา ทุกชาติเขาอยากโค่นเราทั้งนั้น การพัฒนาส่งเสริมอะไรต่างๆ เขาทำกันอย่างเต็มที่” วรวีร์ ให้สัมภาษณ์กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.

ฟังแล้วให้ยิ่งสงสัยหนัก ในเมื่อนายกสมาคมฟุตบอลไทยรู้อยู่แก่ใจว่าชาติไหนๆ ก็ต้องการหักเขี้ยว (อดีต) เสืออาเซียน เหตุใดเราจึงไม่ไต่ตัวเองขึ้นไปในระดับที่สูงยิ่งกว่านั้น เหตุใดเราจึงภาคภูมิใจกับหมายเลข 1 ของภูมิภาคแล้วรอจนวันหนึ่งให้ชาติอื่นเขาไต่ขึ้นมาเขี่ยเราลงไป

การพัฒนาส่งเสริมอะไรต่างๆ เขาทำกันอย่างเต็มที่ แปลว่าวงการฟุตบอลบ้านเราไม่ได้ส่งเสริมพัฒนาอย่างเต็มที่เหมือน “เขา” บ้างหรอกหรือ

ฝ่ายบริหาร-ผู้ฝึกสอน

“ผมให้นักเตะเก็บตัวอย่างดี จัดการเรื่องโรงแรม เงินอัดฉีด โบนัส ในส่วนที่ผมรับผิดชอบ ผมจัดการอย่างดี ตั้งใจทำงาน และพยายามอย่างเต็มที่ ผมทำทุกอย่างตามที่ปฏิบัติกันเป็นสากล ถ้าเกิดว่าทีมฟุตบอลแพ้แล้วนายกสมาคมต้องลาออกก็คงจะมีลาออกกันทุกเดือน”

จากนั้น 2 ชาติ “สากล” ที่วรวีร์ยกตัวอย่างคือ ฝรั่งเศสและอิตาลี

บอลไทย...จะไปไหนดี

“อิตาลีเป็นแชมป์โลกแล้วก็มาตกรอบแรก ฝรั่งเศสเป็นรองแชมป์โลกแล้วก็มาตกรอบแรก ผมว่าเขาสาหัสสากรรจ์กว่าเรามากมาย”

(หมายเหตุ - ฌอง ปิแอร์ เอสคาเลตส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทีมตราไก่ก่อเรื่องแตกคอกันระหว่างเดินทางไปทำศึกฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ 2010)

วรวีร์ ยังชี้แจงว่า ฝ่ายบริหารซึ่งตัวเขารับผิดชอบอยู่นั้น แยกต่างหากจากฝ่ายผู้ฝึกสอน ซึ่งก็คือ ไบรอัน ร็อบสัน

“ถ้าผมเข้าไปยุ่งก้าวก่ายในการทำงานของโค้ช ไปจัดตัวเองอะไรก็แล้วแต่ ผมคงจะต้องรับผิดชอบ”

สิ่งที่แฟนบอลออกมาเรียกร้องในวันนี้ไม่ใช่การให้นายกสมาคมลาออกหลังจากที่ฟุตบอลแพ้ แต่หลังจากที่แพ้มาครั้งแล้วครั้งเล่า ผลงานถอยหลังลงคลองจนบันทึกสถิติใหม่มาหลายรายการ

พวกเขาต้องการคำตอบจาก “ฝ่ายบริหาร” ว่า สัญญาว่าจ้างของโค้ช ปีเตอร์ รีด เป็นอย่างไร กุนซือชาวอังกฤษจึงสามารถบินกลับอังกฤษไปรับงานกับสโตก ซิตี หน้าตาเฉย ฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ จึงถูกจับยัดเข้ามาในโปรแกรมแข่งฤดูกาลที่ผ่านมาได้อย่างไรทั้งที่ยังไม่พร้อมจัด พร้อมกับโจมตีว่า การประกาศเพิ่มทีมในไทยพรีเมียร์ลีกและดิวิชัน 1 เอาตอนปิดฤดูกาลแสดงให้เห็นถึงการขาดการวางแผนงาน

แล้วเชื่อเถิดว่า การตกรอบแรกในเวทีเล็กจิ๋วอย่างในภูมิภาคอาเซียนมันสาหัสสากรรจ์กว่าการตกรอบแรกฟุตบอลโลกเยอะ!!!

และอันที่จริง หากต้องการจะยืดอกรับผิดชอบจริง วรวีร์ย่อมทำได้ เพราะเขาคือผู้มีอำนาจตัดสินใจเลือกว่าใครจะอยู่ใครจะไปใน “ตำแหน่งเก้าอี้กุนซือทีมชาติ”

นอกจากนี้ หากจะโยนความผิดให้ร็อบสันคนเดียวย่อมไม่ยุติธรรมสำหรับกุนซือชาวอังกฤษแน่นอน เมื่อเจ้าตัวยืนยันว่า เคยแจ้งต่อสมาคมไปเรียบร้อยแล้วว่า การกรำศึกในประเทศทำให้มีเวลาเตรียมทีมไม่พอ

“ถ้าทุกฝ่ายทำงานร่วมงาน ผมเชื่อว่าเราสามารถมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ได้ และคงไม่ตกรอบแรกแบบนี้ เพราะคู่แข่งเราก็เก็บตัวกันก่อนเป็นเดือนๆ ทั้งนั้น ถ้าหากระบบการจัดการต่างๆ ในเรื่องฟุตบอลไม่เปลี่ยน ฟุตบอลในประเทศไทยก็ไม่เจริญ เราต้องทำงานร่วมกันทั้งไทยพรีเมียร์ลีก สมาคมฟุตบอล และทีมชาติไทย” ร็อบสัน ให้สัมภาษณ์ในรายการช็อตเด็ด กีฬาแชมป์ ถึงการที่ต้องพาลูกทีมลงเตะกับลาวในนัดแรกซูซูกิ คัพ หลังจากที่มีเวลาฝึกซ้อมเพียง 1 วัน!

นี่คือความผิดพลาดมหันต์ของการยัดเยียดโปรแกรมแข่งแน่นเอี้ยดจนเอาแชมป์ของชาติและชื่อเสียงของประเทศไปเป็นเดิมพัน (และแพ้ด้วย!)

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับแฟนบอลนามว่า พิพัฒน์ วราเมธพิพัฒน์ ประธานกลุ่มแฟนบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเดินทางมายังอาคารมาลีนนท์ในฐานะสมาชิกกลุ่ม “คนรักบอลไทย”

“ควรจะมีการวางโปรแกรมการแข่งขันแต่ละปีให้เข้ากับโปรแกรมแข่งของฟีฟ่าและเอเอฟซี โดยไม่ให้กระทบสโมสรต่างๆ ด้วย”

นอกจากนี้ ร็อบสัน ยังติงว่าสโมสรต่างๆ มีการนำวิทยาศาสตร์การกีฬา อาทิ กายภาพบำบัดและโภชนาการมาใช้น้อยเกินไป ทำให้นักเตะไทยเสียเปรียบด้านสภาพร่างกาย

ได้ยินแล้วถึงเวลาลงมือทำสักทีสินะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท