
เซิงหนี่ สาวต้องโสด โปรดเข้าใจ....
ฉันเคยฝันอยากเป็นอย่างเจ้าหญิงสโนไวท์ แต่พอเวลาผ่านไป ความเป็นจริงของชีวิตทำให้ฉันรู้ว่า ฉันมันก็แค่นางซินในครัวที่ไม่มีทางได้เจอเจ้าชายเท่านั้น....
ฉันเคยฝันอยากเป็นอย่างเจ้าหญิงสโนไวท์ แต่พอเวลาผ่านไป ความเป็นจริงของชีวิตทำให้ฉันรู้ว่า ฉันมันก็แค่นางซินในครัวที่ไม่มีทางได้เจอเจ้าชายเท่านั้น....
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ถ้าพูดถึงความเป็นโสด สาวไทยหลายคนคงยักไหล่ ประมาณว่าช่างปะไร แม้โสดแต่ก็มีชีวิตที่เชิด เริ่ด สุดสมบูรณ์แบบได้โดยไม่ง้อใคร แต่สำหรับผู้หญิงจีนแล้วละก็ แค่คำว่า “โสด” คำเดียว ทำให้ความหมายของชีวิตเปลี่ยนไปทันที
นับเป็นคำฮิตติดปาก แต่แสลงหูต่อสาวโสดแดนมังกรอยู่ในขณะนี้ หากถูกใครต่อใครเรียกขานว่า “ยัยเซิงหนี่” ซึ่งมีความหมายตามภาษาอังกฤษว่า Leftover (เหลือทิ้งค้างปี) โดยเป็นคำที่ใช้เรียกขานสาวโสดในจีน ซึ่งอยู่ในวัยที่ควรจะมีคู่ครองครอบครัวได้แล้ว แถมรูปร่างหน้าตา นิสัย หรือแม้กระทั่งหน้าที่การงานก็ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ยังคงเป็นโสดไร้ชายใดมาชิดเชยหรือเหลียวแล ทำให้ใครต่อใครต่างสงสัยว่าผู้หญิงเหล่านี้ โดยรวมๆ แล้วต้องมีอะไรสักอย่างบกพร่องเป็นแน่
คำนี้มีขึ้นได้อย่างไรไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ความหมายของมันช่างชัดเจนตรงใจสาวหมวยสวยโสดยิ่งนัก อายุที่เหมาะสมกับฉายานี้ก็มีแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วก็เป็นอันเข้าใจได้ว่า หากอายุเลย 25 ปีแล้วยังไม่มีวี่แววเรื่องคู่ครองแล้วละก็ สาวนั้นก็เตรียมโดนรุมประณามได้เลย ไม่ว่าเธอจะสวยเพอร์เฟกต์แค่ไหนก็ตาม
หลิวเปยเลย สาวเซี่ยงไฮ้วัย 24 ปี ตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารการตลาดของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ให้สัมภาษณ์กับปักกิ่งรีวิว ว่า แม้ใครต่อใครจะบอกว่าเธอยังอายุน้อย แต่เพราะพ่อกับแม่ต่างพูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่าตัวเธอน่ะแก่แล้ว จนทำให้เธอเริ่มวิตกกังวลว่าเธอได้พลาดรถไฟขบวนสุดท้ายของชีวิตไปแล้วใช่หรือไม่
ไม่ใช่เพียงแค่หลิวเปยเลยเท่านั้นที่คิดแบบนี้ สาวๆ ทั้งหลายในสังคมออนไลน์ต่างออกมาแสดงสถานะโสดที่ไม่ค่อยอยากจะแสดงเท่าไรนัก โดยคิวซุยได้เขียนระบายความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจลงไปในเน็ตว่า เธอยังไม่เจอคนที่เธอคิดว่าเป็นคู่แท้เท่านั้น แล้วกับการแค่ยังหาไม่เจอ แต่ทำไมใครต่อใครต่างวาดภาพไว้ว่าเธอจะต้องเป็นอีสาวแก่สุดเชยไร้รสนิยม ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงเธอยังมีอายุไม่ถึง 25 ปีเลย แล้วรสนิยมการแต่งตัวก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสาวอื่นทั่วไป
แม้ว่าสาวขาวหมวยทั้งหลายจะกังวลจนทำให้บรรดาธุรกิจจัดหาคู่ นัดบอดโตวันโตคืน แต่ตัวเลขที่ทางการจีนเผยแพร่ผ่านทางเดอะโกลบอล ไทมส์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาระบุว่า สาวเซิงหนี่นั้นมีจำนวนพุ่งทะลุเกิน 5 แสนคนไปแล้ว ทำให้เกิดคำถามในสังคมม่านไม้ไผ่แห่งนี้ว่า เพราะอะไรสาวๆ ถึงไม่ได้แต่งงาน
หลี่โปหนัน ผู้กำกับละครทีวียอดฮิตที่หยิบยกเอาประเด็นสาวโสดขึ้นมาเขียนบท กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญของสาวจีนยุคใหม่ในขณะนี้|ก็คือ ความสับสนระหว่างคำว่าความสุขกับความมั่งคั่ง
“ผู้หญิงโสดชาวจีนตามเมืองต่างๆ ทุกคน น้อยคนนักที่จะไม่แต่งงานด้วยเหตุผลว่ายังไม่พบคนที่ใช่ ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะว่าพวกเธอเหล่านั้นให้ความสำคัญกับเงิน สถานะ หน้าตา และทรัพย์สินมากกว่า จะมีผู้ชายสักกี่คนที่จะมาตอบสนองความต้องการเหล่านี้ของเธอได้” หลี่โปหนัน กล่าว
ความคิดของหลี่โปหนันได้รับการสนับสนุนอยู่ไม่น้อย เห็นได้จากมานัว นางแบบสาวชาวจีนวัย 22 ปี ซึ่งเข้าร่วมในรายการทีวียอดนิยมซึ่งเป็นรายการหาคู่ กล่าวว่า เธอยินดีนอนร้องไห้ในรถบีเอ็มดับเบิลยู มากกว่าจะนั่งยิ้มหลังอานรถจักรยานกับคนที่แน่ใจได้ว่าเป็นเนื้อคู่ของเธอ
แต่ เสี่ยวหลี่หยวน แพทย์หญิงโสดวัย 32 ปี ประจำโรงพยาบาลเอกชนในกรุงปักกิ่ง ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของผู้กำกับหลี่ เพราะอย่างน้อย เสี่ยวหลี่หยวนก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับฐานะการเงินของผู้ชายเป็นอันดับแรก สิ่งที่เธอแสวงหาก็คือ ชายที่พร้อมจะร่วมแบ่งปันทุกข์และสุขกันและกัน ถึงกระนั้นผู้ชายที่ว่าก็ยังหายากอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน
เสี่ยวหลี่หยวน กล่าวถึงสาเหตุที่ครองตัวเป็นโสดจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะว่าผู้ชายจีนใจคอคับแคบเกินไป รับไม่ได้หากเห็นว่าฝ่ายหญิงเก่งกว่า หาเงินได้มากกว่า เพราะพวกเขารู้สึกว่าไม่มีอำนาจควบคุมผู้หญิง นอกจากนี้ ผู้ชายสมัยนี้ขาดความรับผิดชอบ ไม่ต้องการผูกมัดกับใคร ส่วนที่แต่งงานมีภรรยาอยู่แล้วก็ชอบนอกใจภรรยาแวบมาหาความสุขนอกบ้าน ในแต่ละวันที่โรงพยาบาล เสี่ยวหลี่หยวนต้องพบปะกับสาวโสดหลายรายที่มาทำแท้ง โดยพ่อของเด็กทุกคนคือเศรษฐีมีเงินทั้งสิ้น
แม้ว่าจะรู้สึกเซ็งกับพฤติกรรมของชายจีน แต่เสี่ยวหลี่หยวนก็ยังรู้สึกอดวิตกกังวลกับสถานะความเป็นโสดของตัวเองไม่ได้ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากแรงกดดันของครอบครัวและสังคม
“ในช่วงอายุ 20 ปี พ่อกับแม่ต่างพร่ำบอกว่าฉันยังเด็กเกินไปที่จะมีคู่ครอง แต่ตอนนี้ในวัย 30 ดูเหมือนว่าพวกท่านพยายามจะคว้าผู้ชายโสดคนใดก็ตามที่เดินตามถนนมายัดใส่มือฉัน เพื่อจะให้ฉันได้เข้าพิธีวิวาห์”
สถานการณ์ของเสี่ยวหลี่หยวน นับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดขึ้นกับสาวจีนทุกคน เช่นเดียวกับเซียะ สาวโสดในวัย 20 ปลายๆ
ชีวิตของเซียะไม่ได้สุขสบายเท่ากับเสี่ยวหลี่หยวน แต่ก็มีหน้าที่การงานที่มั่นคงและเรียบง่าย กระนั้นพ่อแม่ของเซียะดูจะไม่พอใจกับชีวิตของบุตรสาว เซียะ เล่าว่าปีนี้เธอต้องเข้าพิธีดูตัวไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง โดยทุกครั้งเป็นเรื่องที่พ่อแม่และบรรดาญาติๆ คอยเจ้ากี้เจ้าการให้ และคำตอบที่เซียะให้กับตัวเองเมื่อเจอกับคู่นัดเดตก็คือ พวกเขายังไม่ใช่
เซียะยอมรับว่าเคยฝันถึงเรื่องโรแมนติกเช่นเดียวกับที่หญิงสาวทุกคนฝัน เคยแอบหลงรักรุ่นพี่ แต่ไม่มีความกล้าที่จะเผยความในใจ และถึงแม้จะพูดออกไป เซียะก็คิดว่าคงไม่สมหวัง เพราะว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ
“ฉันเคยฝันอยากเป็นอย่างเจ้าหญิงสโนไวท์ แต่พอเวลาผ่านไป ความเป็นจริงของชีวิตทำให้ฉันรู้ว่า ฉันมันก็แค่นางซินในครัวที่ไม่มีทางได้เจอเจ้าชายเท่านั้น” เซียะ กล่าว
จูหลี ผู้ชำนาญการด้านความสัมพันธ์และชีวิตคู่ เจ้าของเว็บไซต์หาคู่ที่ใหญ่ที่สุดในจีน กล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะบอกให้สาวๆ ที่เข้ามาใช้บริการให้ลองเปลี่ยนมาตรฐานที่ต้องการจากคู่ครองให้เป็นมาตรฐานที่จำเป็นต้องได้จากคู่ครอง
ในขณะที่บางรายกล่าวว่า สาเหตุที่มีสาวแก่เหลือทิ้ง ก็เป็นเพราะว่าพวกเธอเหล่านั้นมัวแต่มองผู้ชายที่มีอายุมากกว่า หรือเท่ากัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็แต่งงานไปหมดแล้ว ดังนั้นพวกเธอน่าจะหันมามองหนุ่มๆ เอ๊าะๆ ดูบ้าง แต่ดูเหมือนว่าคำแนะนำเหล่านี้จะไม่เป็นผลเท่าไรนัก เมื่อหลิวหยาน วิศวกรคอมพิวเตอร์แสดงความเห็นทันทีว่า ไม่มีทางยอมรับผู้หญิงที่อายุมากกว่าตัวเองแน่นอน ยิ่งถ้าหน้าที่การเงินและการเงินดีกว่าด้วยแล้วละก็ ลืมไปได้เลย
เมื่อต้องเผชิญกับทัศนคติแข็งกร้าวของหนุ่มจีน ที่นิยมชมชอบสาวรุ่นวัยขบเผาะอายุระหว่าง 18-25 ปีแบบนี้ อัตราการเติบโตของสาวโสดมีอายุก็คงต้องสูงขึ้นต่อไป ที่สำคัญกว่านั้น มันได้กลายเป็นตัวบั่นทอนความมั่นใจในคุณค่าของผู้หญิงเหล่านั้น เข้าทำนองที่ว่า เกิดเป็นหญิงไร้ชายดีมาพึงเชย ก็เป็นโสดเสียเลยจะดีกว่า







