posttoday
‘บัณฑูร’ ขอหลบหลังสปอตไลต์ แจ้งเกิดม้าแข่งรุ่นใหม่ลงสนาม

‘บัณฑูร’ ขอหลบหลังสปอตไลต์ แจ้งเกิดม้าแข่งรุ่นใหม่ลงสนาม

13 มกราคม 2553

โดย...ทีมข่าวการเงิน 

โดย...ทีมข่าวการเงิน 

‘บัณฑูร’ ขอหลบหลังสปอตไลต์ แจ้งเกิดม้าแข่งรุ่นใหม่ลงสนาม

บัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ถือโอกาสที่ยอดตึกสำนักงานใหญ่ ที่ราษฏร์บูรณะ ได้รับการต่อเติมเสริมให้เต็มจากยอดตึกที่เคยลาดเอียง เพิ่มพื้นที่ใช้สอยกลายเป็นห้อง “ชมพูภูคา” และยกโลโก้ภายนอกอาคารจากที่ลาดเอียงเห็นไม่ชัด ให้ตั้งตรงเพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีขึ้น เป็นฤกษ์งามยามดี เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนเกือบ 200 ชีวิต เพื่อแถลง “ทิศทางยุทธศาสตร์และผู้เกี่ยวข้อง”

เป็นหัวข้อที่ชวนสงสัยว่า ใครคือ ‘ผู้เกี่ยวข้อง’

บัณฑูร เริ่มด้วยการตอกย้ำ บทบาทสถาบันการเงินว่าเป็นธุรกิจที่สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ เป็นที่รวมทรัพยากรทางการเงินและต้องทำให้งอกเงย ด้วยการผันเงินออมของประเทศไปในภาคการค้าขาย การลงทุน โดยไม่สร้างความเสียหาย เพราะจะกลายเป็นภาระที่ตกแก่ผู้เสียภาษี ต้องจ่ายหนี้ในอนาคต ดังที่เคยเกิดมาแล้วเมื่อวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่เงินภาษีต้องมาจ่ายหนี้ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

‘บัณฑูร’ ขอหลบหลังสปอตไลต์ แจ้งเกิดม้าแข่งรุ่นใหม่ลงสนาม

ทว่า สถาบันการเงินมีความกดดันในการทำกำไร หากปล่อยกู้น้อยเกินไป ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลย กำไรไม่มากพอ ฝ่ายจัดการโดนผู้ถือหุ้นต่อว่า ขณะเดียวกันก็ถูกกดดันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผ่านมาทางกรรมการธนาคาร ให้แน่ใจว่า ฝ่ายจัดการจะไม่ปล่อยกู้เสี่ยงเกินตัว

ดังนั้น ความยากอยู่ที่ ความพอดีอยู่ที่ไหน ความพอดีในวันนี้ แต่วันข้างหน้าอาจไม่พอดี เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป

“หากจะวัดว่าใครเก่ง ต้องดูใน 1 วัฏจักร ซึ่งยาวนานราวๆ 15-20 ปี เพียงพอจะบอกได้ว่าใครอยู่รอด ใครเก่ง เศรษฐกิจที่ดี ระบบการเงินต้องมีความสมดุล มีความกล้าในการปล่อยสินเชื่อ แต่สินเชื่อที่ปล่อยไปต้องไม่พากันไปลงเหว ที่จะเห็นสินเชื่อแบงก์โต 15-20% คงไม่มีอีกแล้ว เพราะต้องโตแบบเน้นคุณภาพไปได้ตลอดรอดฝั่ง”

ปี 2553 กสิกรไทย ตั้งเป้าหมายสินเชื่อไว้อย่างท้าทายที่ 7-9% ใกล้เคียงกับธนาคารกรุงเทพ และแต่เหนือกว่าตลาดที่จะโตราวๆ 6-7% เพียงเล็กน้อย ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 3-3.5% เป็นเป้าหมายที่ บัณฑูร ยอมรับว่าไม่ง่าย ในการหาลูกค้าสินเชื่อที่มีคุณภาพในปริมาณที่จะให้สินเชื่อโตได้ตามเป้าหมาย ลำพังสินเชื่อปี 2552 โตได้ 3% ก็จะแย่แล้ว

‘บัณฑูร’ ขอหลบหลังสปอตไลต์ แจ้งเกิดม้าแข่งรุ่นใหม่ลงสนาม

ยุทธศาสตร์ คือ วิธีมองตลาด โดยแบ่งลูกค้าออกเป็น 7 กลุ่มใหญ่ ไล่ตั้งแต่ลูกค้าบุคคลทรัพย์น้อยหน่อย ทรัพย์กลางๆ และทรัพย์ค่อนข้างมาก ลูกค้าเอสเอ็มอีรายเล็ก และรายกลาง ลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ และใหญ่ขนาดไปลงทุนในต่างประเทศ

“หากนักข่าวจะถาม อยากให้ถามว่า กสิกรไทยจะทำอะไรให้ลูกค้าเหล่านี้ได้บ้าง ในลูกค้า 1 คนที่อยู่ใน 7 กลุ่ม ได้รับการตอบสนองเต็มที่หรือยัง ต่อไป คำถามเหล่านี้จะเป็นภาษาที่คนกสิกรไทยทุกคนคุ้นเคย ส่วนคำถามที่ว่าบัตรเครดิตจะมีกี่ใบ เอทีเอ็มมีกี่ใบ เป็นคำถามที่ไม่มีมิติ ไม่ได้สะท้อนถึงความพึงพอใจของลูกค้า”

 ในที่สุด บัณฑูร ก็เฉลยว่า ‘ผู้เกี่ยวข้อง’ ต่อยุทธศาสตร์ของธนาคาร ก็คือ ‘คนรุ่นใหม่’ ของธนาคารเอง เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้ ภาพของเคแบงก์ ก็คือ ‘บัณฑูร’ ภาพ ‘บัณฑูร’ คือ เคแบงก์ หลอมรวมกันจนแยกไม่ออก และไม่ว่าบัณฑูรจะพูดอะไร สิ่งนั้นมีน้ำหนักเสมอ

บัณฑูร จึงฉวยโอกาสนี้ สวมวิญญาณเจ๊ดัน แจ้งเกิดผู้บริหารคนรุ่นใหม่เคแบงก์ โดยหวังจะกระจายบทบาทความสำคัญไปยังคนหนุ่มสาวเหล่านี้ในสายตาทัพนักข่าว เพื่อทำหน้าที่สื่อความ แทนตัวเอง และ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ

‘บัณฑูร’ ขอหลบหลังสปอตไลต์ แจ้งเกิดม้าแข่งรุ่นใหม่ลงสนาม

“วันนี้ผู้บริหารเครือธนาคารกสิกรไทย มีแต่คนหนุ่มคนสาว ยกเว้นตัวคนพูดและคุณประสาร โดยเฉลี่ยอายุ 45 ปี คนเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจจัดการ ผ่านการเลือกเฟ้นอย่างเข้มข้น เพราะธุรกิจที่ดีต้องมีโครงสร้างและให้ความสำคัญกับคน ถ้าไม่มีสนาม ไม่มีการเลี้ยงดูอย่างอิ่มหมีพีมัน ม้าแข่งก็จะไม่เกิด ยิ่งสนามที่มีสภาพแวดล้อมดี ยิ่งมีม้าแข่งจำนวนมาก พูดได้เลยว่ากสิกรไทยมีคนที่เก่งระดับประเทศมารวมกันเพื่อให้เข้าใจว่ากสิกรไทยจะทำอะไรต่อไป นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ต่อไปอะไรจะได้ไม่ต้องมาลงที่ผมหรือคุณประสาร”

เมื่อถามว่า กสิกรไทยฝันจะไต่อันดับไปสูงกว่านี้ไหม บัณฑูร เผยว่า การขยับส่วนแบ่งตลาดจากอันดับ 3 คงยาก เพราะในประวัติศาสตร์ 20 ปีที่ผ่านมา อันดับสินทรัพย์ของระบบธนาคารแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะลูกค้าไม่ยอมเปลี่ยนแบงก์ใช้แบงก์ไหนแบงก์นั้น

ส่วนการจะเติบโตไปต่างประเทศ ยอมรับซื่อๆว่า คงไปได้แค่เมืองจีน ธนาคารที่มีศักยภาพจะโตในตลาดต่างประเทศได้ตอนนี้ เห็นจะมีแต่ธนาคารกรุงเทพเท่านั้น

 “แค่ช่วงการทำงานของผม คงได้ทันเห็นกสิกรไทยไปเมืองจีนเท่านั้น ไปดูหมอมาแล้ว ดวงไม่ถูกกับอินเดีย” บัณฑูร ทิ้งท้ายราวกับเตรียมลงจากสังเวียนแบงก์ หลังจากคลุกวงในมาร่วม 30 ปี 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน