
เมื่อ สิงห์บลู กลายเป็น สิงห์บู่
หลังจากออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างสุดยอด เชลซีกลับฟอร์มด่ำดิ่งลงอย่างน่าใจหาย หาชัยชนะไม่เจอมา 4 นัดซ้อนและตกมารั้งอันดับ 3 ของศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกแล้ว
หลังจากออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างสุดยอด เชลซีกลับฟอร์มด่ำดิ่งลงอย่างน่าใจหาย หาชัยชนะไม่เจอมา 4 นัดซ้อนและตกมารั้งอันดับ 3 ของศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกแล้ว
โดย...ทีมข่าวกีฬา
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี มีการเสริมทัพเพียง รามิเรส และ ยอสซี เบนายูน เท่านั้นที่เป็นแข้งบิ๊กเนมเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ขณะเดียวกัน โจ โคล, มิชาเอล บัลลัก, เดโก และริคาร์โด คาร์วัลโญ เป็นกลุ่มแข้งที่เดินสวนทาง เก็บกระเป๋าโบกมือลาทีมไป
แม้จะดูเหมือนมีการเสริมความแข็งแกร่งเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับนักเตะที่พาเหรดออกจากทีมไป แต่กุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ ก็สามารถพาทีมออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างน่ากลัว
10 นัดแรกของศึกพรีเมียร์ลีก เชลซีเดินหน้าคว้าชัยได้ถึง 8 นัด และเสมอกับแพ้อีกอย่างละ 1 นัด ครองบัลลังก์จ่าฝูงอย่างสง่าผ่าเผย จนใครหลายคนคิดว่า ถ้วยแชมป์ปีนี้คงอยู่ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ต่อไปอีกหนึ่งปี
อย่างไรก็ตาม ในอีก 6 นัดต่อมา“สิงห์บลู” ผู้น่าเกรงขามกลับกลายร่างเป็น “สิงห์บู่” เมื่อโชว์ฟอร์มเหมือนหนังคนละม้วน โดยเก็บชัยชนะได้แค่นัดเดียวเท่านั้น และจากผลเสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมา 4 นัดติดต่อกัน พร้อมกับหล่นมารั้งอันดับ 3 ของตาราง โดยเป็น “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่ทะยานขึ้นไปเป็นจ่าฝูงแทน จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ ซาเมียร์ นาสรี ซึ่งเหมา 2 ประตูในเกมเฉือนฟูแลม 2-1
แต่ที่ทำให้พวกเขาเจ็บปวดที่สุดคือ “เสียงโห่” จากแฟนบอลของตัวเอง เมื่อโดนเจอร์เมน เบคฟอร์ด โขกตีเสมอให้ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินก่อนหมดเวลา 4 นาที หลังจาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา ซัดจุดโทษขึ้นนำในนาทีที่ 42
“ผมทั้งผิดหวัง ทั้งโมโห ไม่ใช่แค่เรื่องผลการแข่งขันอย่างเดียว แต่เป็นเพราะฟอร์มการเล่นของเราด้วย ครึ่งแรกเราเล่นกันได้ดี แต่พอครึ่งหลังกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เราหันไปใช้บอลโยนยาว ซึ่งไม่ใช่แนวทางของเรา มิหนำซ้ำเรายังเล่นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ซึ่งผมไม่ชอบเลย” อันเชล็อตติ กล่าว
นายใหญ่ชาวอิตาเลียน กล่าวยอมรับอีกว่า นี่เป็นช่วงเวลาอันหนักหนาสาหัสของทีม ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือร่วมแรงกันพยายามผ่านพ้นไปให้ได้โดยเร็วที่สุด
“แน่นอนผมรู้สึกกังวล ตอนนี้ทั่วสโมสรไม่มีรอยยิ้มเลย เพราะไม่มีอะไรที่สามารถทำให้เรายิ้มออก เราจะต้องมุ่งมั่นและทำงานให้หนักมากขึ้นกว่าเดิม นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งรู้สึกว่ามันจะยาวนานเกินไปแล้ว”
ทั้งนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เชลซีประสบปัญหาฟอร์มกระท่อนกระแท่น เป็นเพราะนักเตะตัวหลักสลับผลัดเปลี่ยนกันบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็น จอห์น เทอร์รี, มิชาเอล เอสเซียง, ยอสซี เบนายูน, อเล็กซ์, แฟรงก์ แลมพาร์ด เรียกว่าคนหนึ่งหายกลับมา อีกคนหนึ่งก็ดันเจ็บเพิ่มเสียอีก
ล่าสุด เทอร์รี กับเอสเซียง คัมแบ็กกลับมาช่วยทีมได้แล้ว และจ่อได้ แลมพาร์ด กลับมาอีกคน หลังจากพักไปผ่าตัดไส้เลื่อน
“แลมพาร์ดจะเริ่มกลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้ในสัปดาห์หน้า และผมหวังว่าเขาจะลงสนามได้ในสัปดาห์ถัดไป” อันเชล็อตติ กล่าว
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คำถามจึงย้อนกลับไปถึงความแข็งแกร่งของขุมกำลังนักเตะ เพราะแข้งใหม่อย่าง เบนายูน ก็เจ็บออดๆ แอดๆ ส่วน รามิเรส คงต้องใช้เวลากับการปรับตัวให้เข้ากับลีกเมืองผู้ดี ดังนั้นช่วงเปิดตลาดนักเตะรอบสองเดือน ม.ค.นี้ เราอาจจะได้เห็น “เสี่ยหมี” โรมัน อับราโมวิช เจียดงบมาให้ อันเชลอตติ ทุ่มซื้อซูเปอร์สตาร์หน้าใหม่เข้ามาเสริมทีม
แต่ก่อนจะไปถึงปีใหม่ เชลซีต้องพยายามฝ่าช่วงวิกฤตนี้ไปให้เสียก่อน แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน เพราะโปรแกรม 3 นัดต่อจากนี้ล้วนเป็นงานโหดทั้งสิ้น คือ สเปอร์ส (เยือน) แมนฯ ยูไนเต็ด (เหย้า) และอาร์เซนอล (เยือน)
ถ้าพิจารณาจากฟอร์มในยามนี้ สิงห์บลู มีสิทธิเป็น สิงห์บู่ ต่อไปอีกสักระยะ







