posttoday
หลอด

หลอด

05 ธันวาคม 2553

ความขัดแย้งที่ยังค้างคาในสังคม ซึ่งนับวันมีแต่จะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หากนำมาขยับให้เข้าที่เข้าทางหาทางออกร่วมกันแก้ไข ก็น่าจะสร้างพลังนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างทรงพลัง....

ความขัดแย้งที่ยังค้างคาในสังคม ซึ่งนับวันมีแต่จะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หากนำมาขยับให้เข้าที่เข้าทางหาทางออกร่วมกันแก้ไข ก็น่าจะสร้างพลังนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างทรงพลัง....

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

วันดีคืนดีหลอดดูดน้ำในร้านสะดวกซื้อเจ้าดังก็ถูกแต่งองค์ทรงเครื่อง ปรับโฉมครั้งใหญ่ จากหลอดขาวริ้ว เขียว ส้ม สั้นเต่อ กลายเป็นหลอดขาวยาวขึ้นมาหน่อยห่อหุ้มด้วยพลาสติก เช่นเดียวกับหลอดขนาดอื่นที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกก่อนบรรจุเรียงรายอยู่ในกระป๋องบรรจุหน้าเคาน์เตอร์

สำหรับคนอย่างผมที่ไม่ค่อยใส่ใจสุขอนามัย หรือจะให้ชัดเจนกว่านั้นก็ต้องบอกว่าไม่มั่นใจในความสะอาดของมือตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจจะสกปรกกว่ามือของแคชเชียร์ ที่หยิบจับหลอดใส่ถุงมากับเครื่องดื่มที่ซื้อหามาบริโภค

ที่สำคัญหลายครั้งหลอดที่ได้รับมาก็ต้องถูกทิ้งไปทั้งที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งไม่ใช่รังเกียจหรือกลัวว่าจะไม่สะอาดแต่ด้วยขนาดของหลอดรุ่นเก่าที่ออกจะสั้นกว่ามาตรฐานขวด ทั้งน้ำดื่ม น้ำอัดลม จนขี้เกียจเอียงขวดไปมาหลายรอบกว่าจะใช้หลอดดูดน้ำได้หมดขวด

นั่นทำให้การยกกระดกจากขวดกลายเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด ... กับการออกแบบหลอดของร้านค้ายี่ห้อนี้ ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะต้องการลดต้นทุนด้วยการหั่นหลอดให้สั้นที่สุดที่ควรจะเป็นหรือไม่

การยกระดับคุณภาพหลอดที่เกิดขึ้น ผิวเผินแล้วจึงดูไม่ได้มีความหมายสักเท่าไหร่กับผม นอกจากจะรู้สึกเห่อไปกับ “สุขอนามัย” ที่ควรจะหันมาใส่ใจอย่างเคร่งครัดในชีวิตประจำวันท่ามกลางเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ที่คอยอัพเดตตัวเอง อย่างไม่ยอมตกกระแส

แม้อีกด้านหนึ่งกลับต้องแอบเป็นห่วงจำนวนพลาสติกที่เพิ่มขึ้นมาในส่วนนี้อาจจะทำให้โลกร้อนขึ้นไม่น้อย ไปจนถึงขยะที่จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อเป็นทางเลือกที่น่าจะดีกับสุขภาพอนามัยแล้วก็จำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ทว่าที่ต้องหันมาน่าสนใจการยกระดับหลอดเที่ยวนี้ น่าจะมาจากความพิเศษใน จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเที่ยวนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าน่าจะมาจากการจุดประเด็นผ่าน “เว็บบอร์ด” แห่งหนึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

หลอด

เจ้าของกระทู้เปิดประเด็นด้วยการตั้งสมมติฐานเรื่องความสะอาดของ “หลอด” ที่ได้รับจากร้านค้าแห่งนี้ว่า มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ก่อนที่เสียงสะท้อนตามมาจะสนับสนุนให้แก้ปัญหาหลอดสกปรก ทั้งโดยสภาพแวดล้อม การไม่ใส่ใจทำความสะอาดกล่องใส่หลอดไปจนถึงปัจจัยยิบย่อย

รวมทั้งการตั้งคำถามปนเคลือบแคลงความสะอาดและมาตรฐานของมือแคชเชียร์ที่ต้องสัมผัส ทั้งเหรียญ ธนบัตร หรือสิ่งของอื่นๆ ภายในร้านตลอดทั้งวัน ก่อนจะมาหยิบจับหลอดให้กับลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าเสียงส่วนใหญ่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง

หลังจากนั้นไม่กี่วันบริษัทต้นสังกัดของร้านสะดวกซื้อได้ทำหนังสือตอบกลับรับทราบเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากลูกค้าและจะนำไปปรับปรุงต่อไป พร้อมกับมีการนำจดหมายฉบับนี้มาโพสต์ลงในเว็บบอร์ดแห่งนี้ ท่ามกลางความไม่มั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

สุดท้ายไม่นานเกินรอความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นกับหลอดที่มีพลาสติกหุ้มห่ออย่างดีในร้านค้าแห่งนี้ แม้ส่วนตัวผมแอบลุ้นให้เพิ่มความยาวขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อให้พ้นปากขวดน้ำดื่มขนาดมาตรฐานครึ่งลิตรที่วางขายภายในร้าน

ถือเป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจกับการสร้างพลังในพื้นที่กระดานสนทนาโลกไซเบอร์ ที่ “เข้มแข็ง” เพียงพอจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง “หลอด” ไปทั้งระบบร้านค้าสะดวกซื้อเจ้านี้ แม้จะเป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง หรือเสียงสะท้อนบางส่วนในการประกอบการตัดสินใจ

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อยู่ตรงพลังของการคิดต่าง ที่กลายเป็นแรงสร้างสรรค์หาทางออกใหม่ๆ ให้กับความขัดแย้ง ก่อนจะกลายเป็น “ไดอะล็อก” ที่หมุนตัวเองไปหาจุดที่ยอมรับของแต่ละฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่า “การเปลี่ยนแปลง” ย่อมนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่มีทั้ง “เห็นด้วย” และ “คัดค้าน” เสียงสะท้อนจากเว็บบอร์ดแห่งนี้ฝั่งเห็นด้วยให้เหตุผลสนับสนุนเน้นหนักไปที่เรื่อง “สุขอนามัย” กับการป้องกันมือของแคชเชียร์ ที่หยิบจับสิ่งของอื่นๆ ก่อนมาหยิบหลอดให้ลูกค้า ไปจนถึงความสะอาดของกล่องบรรจุหลอดที่วางหน้าแคชเชียร์

พรั่งพรูตามมาด้วยประสบการณ์ตรงหลากหลาย ทั้ง หลอดเค็ม หลอดมีฝุ่น ฯลฯ

ในขณะที่ฝั่งไม่เห็นด้วยมองว่าเป็นเรื่องที่เพิ่มขยะให้โลกแบบไม่จำเป็น พร้อมตัวอย่างจากประเทศอื่นๆ ที่หันมารณรงค์ไม่รับหลอดเพื่อช่วยลดขยะ ลดปริมาณการใช้พลาสติก ลดโลกร้อน

บางส่วนยกไปไกลถึงประเด็นเรื่องค่านิยม ความเชื่อ และทัศนะต่อเชื้อโรค ในมุมมองที่หลากหลาย และน่าสนใจ บางคนมองว่า “หลอด” มีเชื้อโรคน้อยกว่าช่องทางอื่นๆ ที่ผ่านเข้าไปในร่างกาย

พร้อมยกตัวอย่างเปรียบเทียบการกินส้มตำข้างทาง ที่หลายคนกังวลกับการเช็ดจานช้อนให้สะอาด แต่ไม่สนใจเชื้อโรคในส้มตำปลาร้าที่กำลังตักเข้าปาก

หลังจากการใช้หลอดหุ้มพลาสติกไปได้สักระยะประเด็นความเป็นห่วง ก็เริ่มมาที่เรื่องขยะพลาสติกที่เพิ่มมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจคือ พื้นที่แห่งนี้ซึ่งเคยสร้างพลังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาเป็นทางออกอื่นๆ แก้ปัญหาเรื่องขยะจากพลาสติก

เสียงแรกเสนอให้หันมาใช้กล่องกดหลอดเหมือนในร้านฟาสต์ฟู้ด ที่ใช้มือกดคันชักเพื่อให้หลอดไหลมาทีละหลอด

นอกจากไม่เพิ่มขยะพลาสติกแล้วยังช่วยลดการสัมผัสเชื้อโรคจากการสัมผัสของคนอื่นๆ

ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สองแย้งว่า มีปัญหาเรื่องภายในกล่องกดหลอดของหลายๆ แห่ง ไม่เคยทำความสะอาด อย่างไรก็ยังสกปรกอยู่ดี

เสียงที่สามเสนอทางออกให้เปลี่ยนจากห่อพลาสติกเป็นห่อกระดาษ

เสียงที่สี่ที่ห้า... ตามมาด้วยข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม่ใช้หลอด หันมาบริโภคจากขวดโดยตรง ฯลฯ

ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในพื้นที่ตรงนี้ ไม่ได้พัฒนากลายเป็นความขัดแย้งแตกแยกรุนแรง แต่พัฒนานำมาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนหาทางออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

ความขัดแย้งที่ยังค้างคาในสังคม ซึ่งนับวันมีแต่จะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หากนำมาขยับให้เข้าที่เข้าทางหาทางออกร่วมกันแก้ไข ก็น่าจะสร้างพลังนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างทรงพลัง

กะอีแค่เรื่อง “หลอด” ที่สนทนาหาทางออกมาอย่างต่อเนื่องมานานนับปี ยังนำมาสู่สิ่งดีๆ มากมาย ถึงขั้นทำให้ “หลอด” อาจจะไม่ใช่แค่เรื่อง กลวงๆ อย่างที่ตาเห็นเสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท