posttoday
หยุดใจไว้ที่ “กระบี่”

หยุดใจไว้ที่ “กระบี่”

04 ธันวาคม 2553

เมืองชายทะเลในฝันงดงามด้วยหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส ปะการังสวยและหมู่เกาะน้อยใหญ่ รวมเป็นมนต์เสน่ห์ ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว

เมืองชายทะเลในฝันงดงามด้วยหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส ปะการังสวยและหมู่เกาะน้อยใหญ่ รวมเป็นมนต์เสน่ห์ ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว

เรื่องและภาพ / ณัฐวดี นิมมานสถิตย์

เมืองชายทะเลในฝันงดงามด้วยหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส ปะการังสวยและหมู่เกาะน้อยใหญ่ รวมเป็นมนต์เสน่ห์ ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว

หยุดใจไว้ที่ “กระบี่”

จ.กระบี่ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว และเป็นที่รู้จักของนักเดินทางมาแล้วเนิ่นนาน กระบี่ไม่พียงแต่มีทะเลที่สวยงาม ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยว เช่นการพายเรือคายัก การปีนหน้าผา การโรยตัว นอกจากนี้กระบี่ยังมีความแปลกใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มีความเป็นตัวเองในเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบนผืนน้ำ

ทะเลกระบี่มีชายหาดทอดตัวยาวต่อเนื่องราว 100 กิโลเมตร จากเหนือไปใต้ได้รับการกล่าวขานมาเนิ่นนานว่าสวยนักหนา จนเราได้ไปสัมผัสถึงความเป็นกระบี่ที่ได้รับอรรถรสท่ามกลางภูเขาและสายน้ำ

เราเดินทางมาถึงกระบี่ราวเที่ยงวัน จึงมีเวลาออกไปสำรวจมุมหนึ่งของกระบี่ จุดหมายแห่งแรกคือ การล่องเรือไปชมวิถีชีวิตของชาวบ้านระหว่างทาง ถนนสภาพดีเป็นทางเข้าตัวเมืองกระบี่ นำเราผ่านภาพของสวนยาง ซึ่งเรียงรายอยู่สองข้างทางสลับกับสวนปาล์มน้ำมัน พืชเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่งของพื้นที่ภาคใต้ นี่คงเป็นดัชนีที่บ่งบอกถึง ภาวะเศรษฐกิจที่ดีของพี่น้องทางภาคใต้ หากแต่ฉันยังนึกถึงคำถามในใจที่ว่า พืชเศรษฐกิจทั้งสองบวกกับอาชีพการทำประมง เมื่อเทียบกับการท่องเที่ยว อันไหนที่ทำรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นมากกว่ากัน

เวลาบนถนนผ่านไปไม่นาน เราก็มาถึงเขื่อนคอนกรีตหน้าเมืองกระบี่เพื่อลงเรือไปเที่ยวชมหมู่บ้านชาวประมง มีเจ้าของเรือหัวโทงรอให้บริการทัวร์ทางน้ำอยู่มากมาย พร้อมแล้วสำหรับการเดินทางลงเรือหัวโทง ส่วนนายท้ายก็บังคับหางเรือมอเตอร์ส่ายไปมา แล่นออกจากท่า

อันที่จริงแล้วหากใครชื่นชอบ สายลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าแล้ว ปล่อยใจให้ว่างไปกับธรรมชาติรอบกาย การล่องเรือหัวโทง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกระบี่ที่ใช้ในการสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว และยังได้อนุรักษ์วิถีแห่งท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไปกับกาลเวลาอีกทางหนึ่งด้วย

หยุดใจไว้ที่ “กระบี่”

หมู่บ้านชาวประมง บ้านเกาะกลาง คือจุดหมายในการมาเยือนของเราเป็นสถานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิถีชีวิต และสีสันหมู่บ้านชาวประมงเป็นที่ฉันชื่นชอบมาก เรือของเราได้แล่นตามความยาวของคลองไปเรื่อยๆ ผ่านเรือประมง เรือพาหนะของชาวบ้าน กระชังเลี้ยงปลา โดยวิถีชีวิตปกติของชุมชนริมน้ำเป็นสีสันแต่งแต้มให้การเดินทางมีชีวิตชีวา น่าหลงใหลมากขึ้น

ครั้งนี้เราไปกระบี่พร้อมได้รับรู้พิธีผูกเรือหัวโทงที่เป็นสัญลักษณ์ของกระบี่ในการใช้ทำมาหากินด้านท่องเที่ยว โดยพิธีผูกเรือหัวโทงจะมีขึ้นตามข้างขึ้นของชาวอิสลาม ในการทำพิธีดูฤกษ์ดูยาม โดยตัวแทนเรือจากทั่วสารทิศใน จ.กระบี่ จะมาขับเคลื่อนมารวมตัวที่อ่าวนางเพื่อทำพิธีซึ่งเป็นความเชื่อของชาวบ้านในละแวกนั้น เมื่อได้รับการมอบผ้าจากชาวอิสลามที่เข้ามาร่วมพิธีแล้ว ชาวบ้านจะนำผ้าสีไปผูกและจะอธิษฐานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกระบี่เยอะๆ ถือเป็นสิริมงคลของการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวที่เรียกว่า “กระบี่เบิกฟ้าอันดามัน” อีกด้วย

หลังจากพิธีเสร็จเรียบร้อย เรือหัวโทงแล่นไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือที่ถ้ำพระนาง เพื่อไปขอขมาเมื่อฤดูกาลท่องเที่ยวมาเยือน

เวลาเพียงน้อยนิดกับการไปท่องทะเล 4 เกาะ ซึ่งประกอบด้วย เกาะทับ เกาะไก่ เกาะปอดะ และเกาะไร่เลย์ และไฮไลต์บริเวณนั้นอยู่ที่ ทะเลแหวก คือ ชื่อเรียกแนวสันทรายที่เชื่อมต่อกันระหว่างเกาะ 3 เกาะ คือ เกาะหม้อ เกาะทับ และเกาะไก่ ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะช่วงน้ำทะเลลดผืนน้ำอันดามันที่เหมือนถูกทรายแหวกขึ้นมา เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ชมได้เฉพาะที่กระบี่เท่านั้น

หยุดใจไว้ที่ “กระบี่”

ใบพัดเรือที่แทรกตัวระหว่างสายน้ำก่อเกิดระลอกเกลียวคลื่นขาวที่แหวกเป็นช่องแล้วค่อยๆ ขยายตัวกว้างขึ้นๆ จนลับหายไปกับสายน้ำ คราเมื่อเรือทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ละอองไอของทะเลและอากาศบริสุทธิ์ที่พัดมากระทบกับใบหน้านั้นสดชื่นมากมาย เราสูดอากาศดีๆ เข้าไปเต็มปอด จนอยากเก็บอากาศแบบนี้พกใส่กระเป๋ากลับบ้านมาด้วย

การแสดงโชว์ของธรรมชาติสิ้นสุดลง เมื่อน้ำในทะเลอันดามันเริ่มสูงขึ้นจนกลบผืนทราย ทิ้งไว้เพียงเงารางเลือนที่ผ่านผืนน้ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าเราต้องกลับไปลงเรือเพื่อเดินไปสู่จุดหมายต่อไป
จุดหมายสุดท้ายคือ ความมหัศจรรย์ Unseen Thailand สระมรกตที่ใครๆ ไปเห็นเป็นต้องอึ้งถึงความสวยงาม น้ำใสสะอาด เขียวมรกต กลางใจป่าที่กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น ในผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาประบางคราม ซึ่งในการเดินทางไปชมนั้นจะต้องเดินเท้าจากทางเข้าไปประมาณ 800 เมตร สองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยป่าร่มครึ้มเย็นสบาย เดินไปเรื่อยๆ ก็ถึงสะพานไม้ที่จะนำทางไปสู่สระน้ำสีเขียวมรกต ที่ใครๆ ต่างเห็นอยากลงไปสัมผัสถึงความสวยงาม

วันเวลาผ่านไปเร็วมากราวกับลมมรสุมพัดผ่านมา ถึงเวลาที่ต้องกลับเข้าเมืองกรุง ในขณะที่ฉันก้าวเดินไปข้างหน้ากับโลกความเป็นจริงในเมืองใหญ่ ที่นี่ทำให้ฉันต้องกลับมาถามตัวเองว่า สิ่งใดกันแน่ที่ทำให้ฉันนั่งสงบอยู่กับที่ แล้วหันหลังกลับไปมองครั้งแล้วครั้งเล่า กับภาพธรรมดาๆ ที่ยังคงดำเนินไปวันแล้ววันเล่า

บางทีโลกที่ฉันอยากมองอาจไม่ต้องมีอะไรมากมาย ไม่มีสิ่งปนเปื้อน แค่เมื่อฉันลืมตาแล้วยังเห็น แดดจ้า ฟ้าใสท้องน้ำและผืนฟ้า

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน