
ของกินริมถนน
เมืองไทยถูกจัดอันดับอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด ดีบ้างแย่บ้าง แต่ผมว่าเรื่องของกินในเมืองไทยจะอยู่อันดับหนึ่ง
เมืองไทยถูกจัดอันดับอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด ดีบ้างแย่บ้าง แต่ผมว่าเรื่องของกินในเมืองไทยจะอยู่อันดับหนึ่ง
เรื่อง / ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์
เมืองไทยถูกจัดอันดับอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด ดีบ้างแย่บ้าง แต่ผมว่าเรื่องของกินในเมืองไทยจะอยู่อันดับหนึ่ง ชนิดเป็น ExExExtra LargeSuper Heavy Champion ชนิดที่ไม่มีใครมาโค่นตำแหน่งนี้ได้ เอาเป็นว่าเมืองไทยเป็นอภิมหาอำนาจของกินก็แล้วกัน แล้วเรื่องอาหารนี่ไม่มีพรรค ไม่มีการเมือง ไม่มีสีเสื้อ แล้วไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ทางชาตินิยม ไม่ชอบชาติไหน แต่ยังกินอาหารชาตินั้นอย่างเอร็ดอร่อย
สำหรับที่กินนั้นก็มีไล่ตั้งแต่ในโรงแรม ภัตตาคาร ที่กินในห้าง ที่ร้านอาหาร ยิ่งร้านอาหารนั้นเยอะ แยกประเภทไม่หวาดไหว ทั้งห้องแถวริมถนน แพริมน้ำ เพิงบ่อตกปลา แล้วยังมีที่ขายในตลาดสด ขายอยู่ริมถนนหรือริมฟุตปาท แล้วเวลากินยังกินกันตลอดคืน ตลอดวัน 24 ชั่วโมง ขนาดเช้ามืดพระออกบิณฑบาตแล้ว ข้างถนนยังกินต้มเลือดหมูเฮๆ อยู่ รูปแบบการกินก็เปลี่ยนปนเปไปหมด เมื่อก่อนกินโจ๊ก กาแฟ ปาท่องโก๋ ข้าวมันไก่ ต้องกินตอนเช้า เดี๋ยวนี้ ตี 1 ตี 2 ก็ยังมีกิน
วันนี้จะคุยเรื่องของกินริมถนนหรือริมฟุตปาทครับ ซึ่งผมถือว่าเป็นที่กินที่พลังอำนาจอย่างหนึ่ง เป็นที่กินที่มากมายหลายประเภท แล้วสบประมาทรสชาติฝีมือไม่ได้ เป็นที่รองรับหรือเป็นที่พึ่งพาการกินของคนได้ทุกระดับ ราคาจับต้องได้ แล้วของกินริมถนนนี้ยังสะท้อนสังคม วิถีชีวิต ฐานะในถิ่นตรงนั้นได้อีกด้วย สุดท้ายคือเป็นระบบการค้าขายที่เก่าแก่ที่สุด
ที่ว่าเก่าแก่ที่สุดนั้นโดยยึดรูปแบบการค้าขายที่อาศัยริมถนน ตรอก ซอก ซอยเป็นหลัก เพียงแต่สมัยก่อนนั้นไม่ได้ตั้งปักหลักเหมือนสมัยนี้ จะหาบเร่ไปเรื่อย แต่ก็มีรัศมีไม่ไกลมาก ค้าขายจนคุ้นเคยกันกับคนกิน ซึ่งคนกินจะจำได้ว่า เจ้าไหนขายอะไรจะมาเวลาไหน
ประวัติการหาบนั้นส่วนใหญ่จะเป็นก๋วยเตี๋ยว ซึ่งคนหาบนั้นต้องแข็งแรงมาก คานหาบก็แข็งน้ำหนักของหาบไม่รู้ว่ากี่กิโลกรัม ด้านหน้าต้องมีทั้งหม้อต้มน้ำซุป มีเส้น ถั่วงอก หมู เครื่องปรุง ด้านหลังมีถังน้ำสำหรับล้างชาม ยังมีชาม ช้อน ตะเกียบ ถ่าน
รูปแบบของหาบก๋วยเตี๋ยวนั้นคล้ายๆ กัน ทั้งก๋วยเตี๋ยวแคะ ตือฮวน กระเพาะปลา บะหมี่กวางตุ้งหรือบะหมี่ เกี๊ยวหมูแดง สำหรับบะหมี่กวางตุ้งหรือบะหมี่ เกี๊ยวหมูแดงนั้นส่วนใหญ่จะออกขายตอนค่ำๆ ไปไหนต้องมีอาตี๋เดินเคาะไม้ไผ่ส่งเสียงล่วงหน้า ว่าบะหมี่มาแล้ว เด็กๆ ส่วนใหญ่จะชอบเกี๊ยวน้ำ
ไม่เพียงแต่ก๋วยเตี๋ยวอย่างเดียว พวกขนมแบบจีนเช่นมันต้มกับน้ำขิงใส่น้ำตาล ถั่วเขียวต้มน้ำตาล เต้าส่วน ข้าวเหนียวแดง และลูกเดือยต้มน้ำตาลก็ใช้หาบทั้งนั้น
ขนมแบบจีนอีกอย่างที่เป็นกาละแมเคี่ยว ซึ่งจะเป็นถั่วเคี่ยวกับน้ำตาลจนแข็งอยู่ในถาดสังกะสีมีฝาสังกะสีปิด คนขายจะเทินถาดอยู่บนหัว เดินไปไหนก็เคาะเหล็กตอกกาละแมไปด้วย เจ้ากาละแมนี่แข็งมากต้องใช้เหล็กสองท่อนตอก แล้วเจ้าเหล็กนี่ยังใช้เคาะเรียกลูกค้าด้วย ลูกค้าก็เป็นเด็กๆ ครับ
นี่เป็นคนขายที่เป็นคนจีนครับ ชาวมุสลิมก็มี เป็นเนื้อสะเต๊ะนั่นเอง ส่วนใหญ่มาตอนบ่ายๆ หาบเนื้อสะเต๊ะ จะมีเตาย่างอยู่ข้างหน้า ส่วนด้านหลังจะเป็นหม้ออวยใส่น้ำจิ้มและแขวนเก้าอี้เล็กๆ สำหรับให้ลูกค้านั่งตรงหาบด้านหน้าแล้วมีแผ่นไม้เป็นขอบหาบ สำหรับลูกค้าวางจานเนื้อสะเต๊ะ พร้อมกับจานน้ำจิ้ม จานผักอาจาด การกินเนื้อสะเต๊ะต้องนั่งเก้าอี้เตี้ยๆ หน้าหาบ ระหว่างที่คอยคนขายปิ้งเนื้อสะเต๊ะนั้น น้ำลายก็ไหลสอพรากๆ แล้ว
ไม่มีแต่คนจีน ชาวมุสลิมเท่านั้น คนไทยก็หาบเหมือนกัน อย่างขนมปลากริมไข่เต่า ข้าวเหนียวปิ้ง หรือจะกระเดียดกระจาดเข้าเอว ก็มีข้าวต้มผัด ขนมกล้วย ขนมยัดไส้ ขายไปร้องเรียกลูกค้าไป
นี่แหละครับเป็นการขายตามถนน ตรอก ซอก ซอย หรือพูดง่ายๆ ว่าขายไปหาคนกิน ซึ่งต่างจากสมัยนี้ที่เป็นคนกินไปหาหาบ หรือเปลี่ยนรูปแบบจากหาบมาเป็นแผง อย่างไรเสียก็ยังเป็นลักษณะการขายชั่วคราวใช้ถนน ตรอก ซอก ซอยอยู่ดี เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง
ผมชอบหาของกินแบบนี้ครับ อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า ประมาทฝีมือไม่ได้ หลายร้านหลายประเภทขายอยู่ในร้าน แต่ฝีมือไม่ติดฝุ่นที่ขายริมถนนก็มี
วันนี้จะแถมร้านริมถนนที่ผมเชื่อในฝีมือว่าไม่เป็นรองใคร เอาแถวหน้าตลาดน้อยก่อน ตรงใกล้ๆ ปากทางเข้าตลาดน้อย มีแผงขายเต้าฮวย ซึ่งเห็นง่ายจะเป็นกาทองเหลืองขนาดใหญ่สำหรับต้มน้ำขิง เจ้านี้น้ำขิงรสเข้มข้นดี
ใกล้ๆ กันมีแผงขายก๋วยเตี๋ยวหมู ที่ผมอยากเรียกว่าก๋วยเตี๋ยวแต้จิ๋ว มีเส้นเล็กน้ำต้มยำ หรือเส้นเล็กแห้ง สไตล์ก๋วยเตี๋ยวหมูแต้จิ๋วต้องใส่หมูบดลวก สำหรับเจ้านี้ใช้เปรี้ยวด้วยมะนาวครับ ถัดไปอีกหน่อยเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา นี่ก็อร่อย นี่แค่ช่วงสั้นๆ ก็มีของกินให้เลือกแล้ว
มาทางเยาวราชบ้าง ตรงซอยวานิช ซึ่งใกล้กับป้ายรถเมล์ป้ายสุดท้ายก่อนข้ามแยกถนนเสือป่า ในซอยวานิชนี้มีกลุ่มตั้งแผงขายของกินอยู่ทางซ้ายมือ มีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูน้ำใส จริงๆ แล้วขายลูกชิ้นเนื้อมาก่อน มาเปลี่ยนเป็นลูกชิ้นหมูทีหลัง มีเส้นหมี่อย่างเดียว น้ำซุปเห็นใสๆ นั่นแหละอร่อยนัก และพริกน้ำส้มก็เด็ด เขาจะให้มาเป็นถ้วย เรียกว่าหวงว่างั้นเถอะ เจ้านี้เก่าแก่มาก คนขายเป็นอาแป๊ะขายมาตั้งแต่หนุ่มจนอายุ 70 กว่า เพิ่งตายไปไม่กี่ปีมานี่เอง ตอนนี้ให้อาม่ากับลูกจ้างมาขายแทน ติดกันกับลูกชิ้นหมูน้ำใสนี่มีข้าวพระรามลงสรงก็อร่อยครับ
ไปตรงถนนเจริญกรุงบ้าง เดินทะลุซอยวานิชนี่ไปถึงถนนเจริญกรุง กลางวันจะมีเจ้าขายข้าวเฉโป ซึ่งมีหมูกรอบ เป็ดย่าง หมูแดง สับๆ รวมกันโปะมาบนข้าว ราดด้วยน้ำเหมือนน้ำเป็ดย่างนี่ก็อร่อย
ตอนบ่าย 4 โมงเย็นไปแล้วตรงซอยวานิชนั่นมีแผงขายข้าวแกงกระหรี่แบบจีน มีแกงกระหรี่หมู แกงกระหรี่เอ็นเนื้อ ต้องกินกับกุ้งเขียงและพริกชี้ฟ้าหั่น ราดด้วยซีอิ๊วดำหน่อยหนึ่ง อร่อยเหาะ
ในถนนแปลงนามตรงหน้าวัดพุทธสมาคม มีขนมจีบอร่อย ยังนึ่งในหม้อนึ่งทองเหลืองอยู่ ถ้าเป็นตอนกลางวันจะมีอาซิ้มนั่งขายกระเพาะหมูต้ม ซึ่งขายเป็นลูกๆ นี่ก็น่าซื้อมาเคี่ยวอีกสักพักไว้ใส่ข้าวต้มหมู หรือจะเอาไว้ผัดกับเกี้ยมฉ่ายก็ดี
นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น แค่ถนนเยาวราชเจริญกรุงเท่านั้น ยังมีถนนอื่นๆ อีกเยอะ ก็นี่เองที่จะพอยืนยันได้ว่า เมืองไทยนั้นสุดยอดของแชมป์หรือเป็นยักษ์ใหญ่ในของกิน ที่อื่นนั่นเหรอเป็นเด็กอนุบาลเพิ่งเดินเตาะแตะเท่านั้น







