
เรือใบลุ้นระทึก
คู่ชิงบิ๊กโฟว์วันเสาร์นี้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี รอผู้ท้าชิง “เดอะ ทร็อตเตอร์” โบลตัน วันเดอเรอร์ ที่รั้งอันดับ 6 หากชนะ จะมีแต้มเท่าเจ้าบ้านแต่ประตูได้เสียดีกว่า...
คู่ชิงบิ๊กโฟว์วันเสาร์นี้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี รอผู้ท้าชิง “เดอะ ทร็อตเตอร์” โบลตัน วันเดอเรอร์ ที่รั้งอันดับ 6 หากชนะ จะมีแต้มเท่าเจ้าบ้านแต่ประตูได้เสียดีกว่า...
โดย...เซียนหมึก
สัปดาห์การเปลี่ยนจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มหนีนำเดี่ยว แต่ทีมที่ตามมาล้วนมีโอกาสถึงแชมป์ จึงต้องจับตาดูเกมที่ทวีความเข็มข้นขึ้นจนกว่าจะจบฤดูกาล
คู่ชิงบิ๊กโฟว์วันเสาร์นี้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี รอผู้ท้าชิง “เดอะ ทร็อตเตอร์” โบลตัน วันเดอเรอร์ ที่รั้งอันดับ 6 หากชนะ จะมีแต้มเท่าเจ้าบ้านแต่ประตูได้เสียดีกว่า ก็จะขึ้นครองอันดับ 4 แทน แต่ต้องให้สเปอร์ส บุกไปแพ้ เบอร์มิงแฮม ฤดูกาลนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ทั้งคู่รักษาฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังไม่แพ้ใคร เจ้าบ้านชนะ 2 เสมอ 3 ทีมเยือน ชนะ 3 เสมอ 2 การเจอกันในนัดนี้จึงถือว่าถูกคู่ถูกเวลาทีเดียว
การเล่นของ “เรือใบ” ในระยะหลังต้องการรักษาสกอร์ หากขึ้นนำจะครองลูกติ๋ดชิ่ง หรือไม่ก็คอยตั้งรับจนเสียท่า เสียงโห่จึงลั่นสนามกับการทำทีมของ โรแบร์โต มันชินี ทั้งที่ตัวผู้เล่นมีราคาอย่าง คาร์ลอส เตเบซ, มาริโอ ปาโลเตลลี และ ดาวิด ซิลบา เป็นตัวเชื่อมเกมรุกได้เร้าใจตลอดเวลา ปราการหลังมีการประสานที่แน่นปึ๊ก ยากที่คู่แข่งจะเจาะกำแพงทะลุผ่านมือ โจ ฮาร์ท
อย่างไรก็ตาม “เดอะ ทรอตเตอร์” มีการเล่นแบบเอาใจกองเชียร์ วิ่งทุกตัว โดยเฉพาะ 3 ประสานไฮบริด ลีชุงยอง, เควิน เดวีส์, โยฮัน เอลมานเดอร์ ในนัดที่ผ่านๆ มาทำประตูรวมได้ดีกว่า แต่กลับเสียประตูมากกว่าเจ้าบ้าน แสดงถึงศักยภาพแนวหลังที่ยังไม่แกร่ง หากเจ้าบ้านบุกจู่โจมเป็นระลอกให้สกอร์ไหลตลอด จะทำให้เกมรุกเร้าใจเรียกเสียงเชียร์จากแฟนบอลกลับมายอมรับกุนซือของตนเอง พร้อมเก็บ 3 แต้มไว้ในบ้าน
คู่รอบค่ำวันเสาร์ รองจ่าฝูงป้ายแดง “สิงห์บลู” เชลซี เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับ “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทั้งสองบลูบู่มาแล้วในนัดที่ผ่านมา เจ้าบ้านไปไล่ตีเจ๊า นิวคาสเซิล ส่วนทีมเยือนถูก เวสต์บรอมวิช อัดเละคาบ้าน นับเป็นอีกคู่ที่พบกันถูกเวลาในการชิ่งหนีการเป็น “เดอะบู่” ณ นาทีนี้ความได้เปรียบเสียเปรียบพอๆกัน เจ้าบ้านเล่นต่อบอลกันดีรุกเป็นแผง แต่จบสกอร์ไม่ลง ต่างคนต่างยิงล้นเสียของ ความเป็นนักบุญจอมจ่ายของ ดิดิเยร์ ดรอกบา เลือนหาย ส่วนกองหลังยังดรามาต่อเนื่อง ด้านทีมเยือนไม่ยอมน้อยหน้ามีฟอร์มการเล่นละม้ายคล้ายกัน แต่ “สิงห์บลู” ต้องการ 3 แต้มตุนไว้ เพื่อเป็นกำลังใจก่อนเจอด่านหินอีก 3 นัดข้างหน้า
คู่มันเดย์ไนท์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เล่นในแอนฟิลด์ พบ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา ทั้งคู่ไม่สามารถเก็บแต้มได้ในนัดที่แล้ว นัดนี้ต้องรีบกระตุ้นต่อมยกระดับตัวเองขึ้นมาให้ได้ เจ้าบ้านมีตัวรุกที่ลงตัว เฟอร์นันโด ตอร์เรส เริ่มส่งจ่ายบอลให้เพื่อนด้วยลีลาพลิ้วไหว แผงหลัง เจมี คาราเกอร์ บาดเจ็บต้องพักยาว เห็นทีป๋ารอย ฮอดจ์สัน ต้องปรับทัพเป็นระลอกสุดท้าย ทีมเยือนขาดแคลนตัวเด่นกองหน้า ต้องใช้กองหลังและกองกลางตัวรุกสวนกลับเร็วทันใจ แต่มักกลับลำไม่ทันเมื่อโดนคู่แข่งสวนทันที ศึกครานี้น่าจะออกที่หงส์ไล่จิกสิงห์กระจุยส่งกลับบ้าน
**************************
สมบัติผลัดกันชม
โดย...เซียนน้อยเจ้าปัญญา
หลังพูดเป็นลางไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า “ฤาจ่าฝูงจะเปลี่ยนมือ” ก็กลายเป็นจริง เมื่อ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” โชว์ฟอร์มสุดเทพถล่ม “กุหลาบไฟ” แบล็กเบิร์น จนกลีบกระจายไป 7-1 แย่งตำแหน่งจ่าฝูงมาจาก เชลซี ที่ทำได้แค่บุกเสมอ นิวคาลเซิล 1-1
คู่เอกประจำสัปดาห์นี้ เป็นเกมในวันเสาร์ ระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี (อันดับ 4) เปิดท่าเรือซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ รับการมาเที่ยวเรือนรกของ “เดอะ ทร็อตเตอร์” โบลตัน วันเดอร์เรอร์ (6) ศึกครั้งนี้น่าจะบู๊กันสนั่น เพราะมีลุ้นโควตายุโรปด้วยกันทั้งคู่ ผลงานที่เจอกันช่วง 3 ปีล่าสุด แมนฯ ซิตี ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 และช่วงหลังๆ ก็ดูดีขึ้น เพียงแต่ไม่ค่อยเน้นเกมบุกเท่าไร จะเน้นผลเสมอมากไปหน่อย ทำให้บางครั้งแทนที่จะชนะกลับออกเจ๊า อย่างนัดที่แล้วก็ถูก สโตก ตีเสมอช่วงทดเจ็บ
ทางด้าน โบลตัน ผลงานของกุนซือโอเวน คอยล์ ในปีนี้ เข้าตากรรมการมาก สามารถทำให้ทีมมีความสมดุลมากขึ้น จากทีมที่เล่นเกมโยนยาวสไตล์อังกฤษแท้ๆ มาเล่นเกมบนพื้นมากขึ้น ทำให้มีความหลากหลายในการเล่น นอกจากนั้นกองกลางก็ดี กองหน้าคม โดยเฉพาะ โยฮัน เอลมานเดอร์ ฮ็อตมาก ทั้งทำทาง เลี้ยงบอลและยิงเอง ทำให้มีลุ้นดาวซัลโว มีเพียงกองหลังบ้างเท่านั้นที่ยังต้องปรับปรุงให้เหนียวแน่นขึ้น ทีมก็จะได้ลุ้นกันถึงท้ายฤดูกาล เทียบฟอร์มกันแล้ว สูสีกันมาก แต่ยังไงก็ตาม เจ้าบ้านก็ยังได้เปรียบเสียงเชียร์ น่าจะเบียดเฉือนทีมเยือนไปได้แบบมีเสียว
คู่ต่อมายังเป็นเกมวันเสาร์เช่นกัน ศึกดาร์บี้แมตซ์กรุงลอนดอน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล (3) เปิดเอมิเรตส์ สเตเดียม รับการมาเยี่ยมของ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแลม (17) หลังจากที่เสียฟอร์มให้กับไก่เดือยทองไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ปืนใหญ่ก็กลับมาแก้ตัวด้วยการชนะ 2 นัดรวด ในพรีเมียรลีกและลีกคัพ ส่วน ฟูแลม ของกุนซือมาร์ก ฮิวจ์ส อยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงอันดับเดียว คงต้องเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นไว้ก่อน ยันเกมบุกที่หลากหลายของปืนใหญ่ โดยเฉพาะ ซาร์มี นาสรี และ มารูยาน ชามักห์ที่กำลังฟอร์มดี เพื่อที่จะต่อลมหายใจให้อยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไป คาดว่าปืนใหญ่คงบุกแบบวันเวย์ และน่าจะถล่มกระสุนเข้าใส่จนเจ้าสัวต้องกลับไปรักษาแผลยับเยินแน่ๆ
ปิดท้ายในเกมวันเสาร์ด้วยคู่ของ “เดอะ ซีไซเดอร์” แบล็กพูล (12) รับการมาเยือนของจ่าฝูงหน้าใหม่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าบ้านของกุนซือเอียน ฮอลโลเวย์ ผลงานใช้ได้ ดีกว่าที่กูรูทั้งหลายคาดหมายว่า จะต้องตกชั้นไปลีกแชมเปียนชิพในปีหน้า นัดที่แล้วออกไปยันเสมอ โบลตัน แบบน่าชนะด้วยการยิงนำก่อนถึง 2-0 ก่อนจะถูกตีเสมอ ส่วนทีมเยือนคงไม่ต้องสาธยายกันให้มาก สำหรับฟอร์มสุโค่ยที่ถล่มแบล็กเบิร์นกระจาย การกลับมาของ เวย์น รูนีย์ ทำให้ทีมมีเกมรุกที่เฉียบขาดมากขี้น รวมถึงการเข้าขากับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ทำให้ เบิร์บ ยิงได้ถึง 5 ลูก นัดนี้ผีแดงน่าจะโชว์ลีลาการหลอกหลอนแบบโคตรผี บุกถล่มทีมน้องใหม่เจ้าบ้านได้แบบไม่ยากเย็นนัก







