
อยากรู้เรื่องอดีตไหม?
....ปู โลกเบี้ยว
อยากรู้เรื่องอดีตมั้ยคะ ปูเคยแอนตี้มากๆ เพราะอดีตมันก็เหมือนน้ำที่ไม่มีวันไหลกลับ เหมือนเวลาที่ไม่สามารถเรียกร้องกลับมาได้อีก ใครทำอะไรไว้ก็คงไม่สามารถที่จะกลับไปแก้ไขได้หรอก เพราะทำไปแล้ว นอกจากจะมีไทม์แมตชีนของโดราเอมอนน่ะ จะได้สามารถเดินทางไปได้ทั้งโลกอนาคตและอดีต ปูว่านะสู้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ดีกว่าเพื่ออนาคตที่ยังมาไม่ถึงจะได้มีฐานที่ดีต่อไป
และแล้วปูก็อ่อนจนได้ ตามคุณพี่เพื่อนคนหนึ่งไปพิสูจน์อดีตชาติกับเขาด้วย เลยมีเรื่องมาเล่าให้อ่านกันนะคะ ก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านก็แล้วกันนะจ๊ะ
พี่เขาบอกว่าต้องรีบๆ ไปแต่เช้าหน่อย เพราะคิวยาวมากต้องไปเอาบัตรคิวก่อน ปูน่ะไปถึงประมาณเกือบ 10 โมงแล้วล่ะ ได้คิวที่ 912 มีคนนั่งรออยู่ประมาณ 34 คน คนอื่นๆ คงจะเสียบบัตรคิวไว้แล้วไปกินข้าวล่ะมั้ง เพราะพวกปูเองก็เดินไปหาข้าวกินแถวๆ นั้นเหมือนกัน
เลยได้ไปสืบข่าวจากชาวบ้านในละแวกนั้นด้วย พวกชาวบ้านบอกว่า โอ๊ย! สมัยก่อนนะคนมาหาอาจารย์กันเป็นร้อยเต็มถนน (ซอย) กว่าจะเลิกก็ตี 3 โน่นแน่ะ ไม่รู้ว่าคุยอ่ะป่าวดิ
แล้วโชคก็เข้าข้างพวกปู เพราะอยู่ๆ คนที่ 67 ดันไม่มาเสียบบัตรคิวหายไปไหนก็ไม่รู้ เลยถึงตาปูเร็วหน่อย เข้าพบอาจารย์โดยที่ไม่ต้องมานั่งรอให้เสียเวลาเลยล่ะ เพราะบางคนที่มาหาเขาบอกว่าถ้ามาบ่ายๆ น่ะ กว่าจะได้เข้าพบอาจารย์ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนโน่นแหนะ (โม้ป่าวก็ไม่รู้เนอะ)
พอได้เข้าไปอาจารย์ก็ถามวันเดือนปีเกิดเวลาเกิดตามปกติของการดูหมอ แล้วให้เราเขียนลงบนแบบฟอร์มที่ทุกคนต้องกรอกลงไป แล้วอาจารย์ก็เริ่มเลยว่าปูเป็นใครมาจากไหนแต่ชาติปางก่อนน่ะ เวลาพูดจะมองเหนือหัวปูตลอดไม่ค่อยได้มองหน้าปูหรอกนะ บอกเห็นเป็นภาพๆ แล้วก็เล่าไปว่าเมื่อ 400 ปีที่แล้วปูเคยเกิดเป็นผู้ชายชื่อท้าวแคล้วคำ ที่แปลว่ามีฟันเป็นสีทองเหลือง ปูก็ว่าสีทองหรือเหลือง ถ้าทองก็แปลว่ารวย ถ้าเหลืองก็แปลว่าสกปรกอ่ะดิ...ฮิฮิฮิ
แกบอกว่าปูเป็นหลานพระเจ้าเม็งราย มีฐานะดีอยู่ทางเหนือใน จ.ลำปาง เป็นลูกของลูกคนที่ 3 แต่ปูในชาตินั้นนิสัยไม่ดีชอบกร่าง สูบฝิ่นกินเหล้า แอบล่วงเกินสาวๆ แล้วถ้าชอบใครก็จะเอามาเป็นเมียให้ได้ ถ้าเขามีเจ้าของแล้วมีแฟนมีสามีแล้วก็จะไปกระทืบเขาแล้วเอาเมียเขามา
พระเจ้าเม็งรายให้ไปสร้างเจดีย์ ชื่อเจดีย์โยนก ณ นคร ให้เงินมา 800 บาท แต่ปูสร้างไปแค่ 40 ที่เหลือเอาไปสร้างอาวุธและคุมบ่อนการพนันซะงั้น พระเจ้าเม็งรายก็เลยให้ไปคุมการสร้างเจดีย์อีกหนึ่งองค์คือเจดีย์ซาว (ซาวหลัก) กระดูกของปูอยู่ที่องค์ที่ 3 นับจากด้านหน้าอยู่หลักที่ 3 ไม่เชื่อให้ลองไปขุดดู
ปูคิดนะว่า นั่นเอาเข้าไป
“แล้วตูจะไปขุดทำไมอ่ะ ขุดแล้วจะรู้มั้ยว่าใช่อ่ะป่าว”ปูได้ไปค้นหาตำนานเรื่องเล่าและจารึกต่างๆ เขาว่าพระธาตุเจดีย์นี้มีมานานเก่าแก่ มีทรงแบบรายละเอียดตรงกับศิลปะล้านนาในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช เป็นยุคที่เฟื่องฟูทางด้านศิลปะ มีหลักฐานระบุยุคสมัยวันเวลาเอาไว้ชัดด้วยล่ะ ก็ไม่รู้ว่ามันไปเกี่ยวกับสมัยพระเจ้าเม็งรายตอนไหนน่ะซิ แต่ก็เอาเถอะฟังเขาเล่าต่อนะจ๊ะ
คุณปู่พระเจ้าเม็งรายก็ได้ให้งบประมาณมาบ้างแล้วล่ะ แต่เราก็ยังไปขอให้ชาวบ้านร่วมบริจาคอีก ได้มา 9 หมื่น 2 พัน แต่ตัวเราเองออกแค่ 900 บาท พอสร้างวัดเสร็จมีเงินเหลือเราก็เอาเงินเหล่านั้นไปสร้างต่อเติมวังของตัวเองให้ใหญ่โตขึ้น แต่การที่ได้สร้างเจดีย์ทั้งสองเลย ทำให้มีรูปงามนามเพราะเสน่ห์ดีอยู่แถวหน้า แต่ไม่ได้เป็นอมตะ และมักจะเป็นรองเขาตลอด ทำอะไรมีคนคอยคุมอยู่ตลอด ต้องดิ้นรนตลอด จะมีคู่ครองที่หาเงินได้น้อยกว่าเรา
ตัวเราเองเมื่อ 400 ปีที่แล้วนั้น มีเมียอยู่ 4 คนแล้วล่ะ แต่ไม่รู้จักพอ เคยมีคณะดนตรีมาจากแดนไกล เจ้าของคณะอายุ 58 เป็นตลกหน้าม่านร่วมแสดงด้วย มีเมียเด็กอายุ 17 เป็นลูกครึ่งโปรตุเกสสวยมาก เราเลยอยากได้ทั้งๆ ที่รับปากกับพวกเมียๆ ทั้งสี่ ไว้แล้วว่าจะไม่มีเมียอีก เลยออกอุบายใส่ความว่าเจ้าของคณะขโมยเงินรางวัลไป ต้องโดนเนรเทศ เพื่อจะยึดเมียเขา บอกให้เมียเขามารับใช้ตัวเอง 3 ปี ตัวผัวเจ้าของคณะน่ะไม่ยอม แต่เมียยอมเสียสละเพื่อช่วยให้ผัวตัวเองรอด ตัวเจ้าของคณะเลยไปที่เจดีย์ซาวหลัก ร่ายชุมนุมเทวดา เศียรฤๅษี ทศกัณฐ์ แล้วสาปแช่งปูว่าถ้าคนคนนี้มีบุญนำพา ก็คงทำอะไรเขาไม่ได้ ก็ขอให้เป็น..............(ไว้อ่านต่อฉบับหน้าแล้วกันนะจ๊ะ...เรื่องมันยาวอ่ะ)







