posttoday
พระธรรมวิมลมุนี(ประเสริฐ)ศิษย์ก้นกุฏิหลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์ ท่าเตียน

พระธรรมวิมลมุนี(ประเสริฐ)ศิษย์ก้นกุฏิหลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์ ท่าเตียน

28 พฤศจิกายน 2553

คํ่าวันที่ 5 พ.ย. 2553 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ขณะที่อาพาธนอนพักรักษาที่กุฏิในวัดชนะสงคราม จับมือพระธรรมวิมลมุนี (ประเสริฐ) แสดงความรู้สึกขอบใจที่มาจัดพิธีสวดนพเคราะห์ ต่อดวงชะตาให้....

คํ่าวันที่ 5 พ.ย. 2553 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ขณะที่อาพาธนอนพักรักษาที่กุฏิในวัดชนะสงคราม จับมือพระธรรมวิมลมุนี (ประเสริฐ) แสดงความรู้สึกขอบใจที่มาจัดพิธีสวดนพเคราะห์ ต่อดวงชะตาให้....

โดย...สมาน สุดโต

คํ่าวันที่ 5 พ.ย. 2553 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสรเถระ) อายุ 86 ปี ขณะที่อาพาธนอนพักรักษาที่กุฏิในวัดชนะสงคราม จับมือพระธรรมวิมลมุนี (ประเสริฐ) พระเถระในวัย 75 ปี แสดงความรู้สึกขอบใจที่มาจัดพิธีสวดนพเคราะห์ ต่อดวงชะตาให้ แม้ว่าสมเด็จฯ จะไม่ได้พูดอะไรมากก็ตาม

ตั้งแต่อาพาธนอนที่กุฏิ ภายใต้การดูแลของหมอหลวงและพยาบาล เจ้าประคุณสมเด็จเว้นจากการกระทำการใดๆ ที่เคยทำมานาน แต่คืนวันที่ 5 พ.ย. 2553 นั้น ท่านจุดเทียนชัยที่มี 108 ไส้ ตามที่พระธรรมวิมลมุนีต้องการ เพื่อนำไปตั้งข้างนอกกุฏิ ป้องกันการติดเชื้อ และเป็นพระธรรมวิมลมุนี ที่ถวายด้ายสายสิญจน์ให้สมเด็จฯ ถือไว้ในมือแล้วโยงจากกุฏิมายังพระอุโบสถ ท่านถือไว้อย่างนั้นด้วยจิตเป็นสมาธิจนกระทั่งพระสวดนพเคราะห์จบ ที่กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ศิษย์ที่ใกล้ชิดเจ้าประคุณสมเด็จบอกพระธรรมวิมลมุนีว่า สมเด็จฯ น่าจะดุ-ด่าลูกศิษย์ (ด้วยความเมตตา) ได้แล้ว

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสระ) เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง หนึ่งในคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อาพาธมานาน เข้าออกโรงพยาบาลมานาน จนกระทั่งเดือน ต.ค. 2553 กลับมานอนรักษาตัวที่กุฏิ หลังจากเข้าออกโรงพยาบาลศิริราชบ้าง พระมงกุฎบ้าง ในช่วงเข้าออกโรงพยาบาลนั้นยังรับกิจนิมนต์ และเข้าประชุมเรื่องต่างๆ เช่น ประชุมประจำสัปดาห์ของมหาเถรสมาคมตามสมควร แต่ปัจจุบันไปไหนไม่ได้ เพราะร่างกายทรุดโทรม ฉันอาหารไม่ได้ |ขยับตัวเดินเหินไม่ได้เหมือนเดิมต้องนอนอยู่กับที่

โรคที่ท่านเป็นคือนิ่วในท่อน้ำดี หมอแก้ไขให้แล้ว แต่ต่อมาเป็นโรคกรวยไตอักเสบ และโรคอื่นๆ อีก การพักรักษาตัวที่กุฏิ มีลูกศิษย์และผู้ที่เคารพไป|เยี่ยมไม่ขาด จนกระทั่งคณะแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชที่ให้การรักษาติดประกาศห้ามเยี่ยม เพราะเกรงว่าจะทำให้สมเด็จฯ ติดเชื้อได้ ดังนั้นผู้มาเยี่ยมทำได้แค่ลงนามในสมุดเยี่ยมเท่านั้น

ในวันที่พระธรรมวิมลมุนีไปจัดพิธีสวดนพเคราะห์และต่อดวงชะตาให้นั้น ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เข้าถึงตัวสมเด็จฯ ได้ ภายใต้การแนะนำของหมอ

พระเถระที่เจ้าภาพนิมนต์มาสวดนพเคราะห์ 12 รูป ในพระอุโบสถก็ล้วนแต่เป็นพระเถระผู้ใหญ่ โดยมีพระพรหมเวที วัดไตรมิตร เป็นประธาน อีก 11 รูปที่เหลือ ได้แก่ พระธรรมเจดีย์ วัดกัลยาณมิตร พระธรรมคุณาภรณ์ วัดสามพระยา พระธรรมสิทธิเวที วัดสังเวชวิศยาราม พระธรรมรัตนดิลก วัดสุทัศนเทพวราราม พระธรรมปริยัติโมลี วัดบพิตรพิมุข พระเทพโสภณ วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) พระเทพรัตนสุธี วัดปทุมคงคา พระเทพสิทธิเวที วัดนางนอง พระเทพปริยัติเวที วัดสุทัศนเทพวราราม พระเทพรัตนากร วัดพนัญเชิง และพระราชธรรมสุนทร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

พระธรรมวิมลมุนี (ประเสริฐ) ที่เป็นเจ้าภาพงานนี้เป็นใคร หลายคนอยากรู้จัก เพราะทำพิธีได้ถูกใจสมเด็จฯ มาก

ผมได้ข้อมูลเบื้องต้น จึงติดต่อและไปกราบพร้อมกับขอสัมภาษณ์ เพราะท่านเป็นศิษย์เอกหลวงพ่อเมี้ยน หรือสมณศักดิ์ก่อนมรณภาพ 2522 คือ พระมงคลทิพยมุนี ผู้เชี่ยวชาญการรักษากระดูกหักกระดูกแตกด้วยน้ำมันและคาถาชื่อดัง พร้อมทั้งทำพิธีรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์และอื่นๆ แห่งวัดพระเชตุพนฯ หรือวัดโพธิ์ ปัจจุบันผู้รักษาโรคตามแบบหลวงพ่อเมี้ยนนั้นเหลือท่านเพียงรูปเดียว ปกครองคณะ น.4 วัดพระเชตุพนฯ แทนหลวงพ่อเมี้ยนที่มรณภาพไปตั้งแต่ พ.ศ. 2522

ท่านเล่าว่าการที่ท่านอยู่วัดโพธิ์ แต่ไปทำพิธีให้สมเด็จฯ วัดชนะนั้น ก็เพราะมีความรักใคร่นับถือกันเหมือนพี่เหมือนน้อง เพราะสมเด็จฯ ให้เกียรติยอมรับว่าท่านเป็นน้องคนหนึ่ง และตัวท่านเองก็เรียกสมเด็จฯ ว่าหลวงพี่แต่ไหนแต่ไรมา ก่อนเป็นสมเด็จฯ แม้กระทั่งเป็นสมเด็จฯ ก็ยังคงเรียกอย่างนี้

ที่ยอมรับเป็นพี่เป็นน้อง เพราะทั้งสมเด็จฯ และตัวท่านเจ้าคุณรับใช้ใกล้ชิดในสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา มาด้วยกัน โดยสมเด็จฯ วัดสามพระยานั้นเปรียบเสมือนพ่อของทั้งสองก็ว่าได้

พูดถึงอายุก็สมเด็จฯ วัดชนะอายุ 86 ส่วนตัวพระธรรมวิมลมุนี 75 ปี จึงเป็นพี่เป็นน้องกันได้|สนิทใจ สมเด็จฯ วัดชนะเคยประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่า รักท่านเหมือนน้องมานานแล้ว แม้ว่าอยู่คนละจังหวัด กล่าวคือสมเด็จฯ วัดสามพระยาก็ดี วัดชนะก็ดี ต่างก็เป็นคนพระนครศรีอยุธยา โดยสมเด็จฯ วัดชนะนั้นมีศักดิ์เป็นหลานใกล้ชิดสมเด็จฯ วัดสามพระยาด้วย ส่วนพระธรรมวิมลมุนี เป็นคน จ.พิจิตร แต่อยู่ในความดูแลอุปถัมภ์ค้ำชูจากคนพระนครศรีอยุธยาตลอดมา

พระธรรมวิมลมุนี ชื่อเดิมว่า ประเสริฐ นามสกุล บุญเฟื่อง ฉายา ญาณวโร เกิดวันที่ 17 ก.ย. 2478 ต.โรงช้าง อ.เมือง จ.พิจิตร มาอยู่วัดโพธิ์เมื่ออายุ 15 ปี เรียนหนังสือ และรับใช้หลวงพ่อเมี้ยน จนกระทั่งอายุ 20 ปี พ.ศ. 2498 ไปอุปสมบทที่ จ.พิจิตร แล้วกลับมาจำพรรษาที่วัดโพธิ์ตลอด เว้น 2 พรรษา ที่ป่วยเป็นโรคไต ไปรักษาตัวที่พิจิตร อาการหนัก บวมทั้งตัวแต่ได้ยาแพทย์แผนโบราณที่มีผู้มาบอกให้โยมพ่อไปหาตัวยาในป่าเอามาต้มให้กิน ผู้ที่บอกยาขนานนี้ให้บอกว่าหากฉันยาขนาดนี้ (ยาหม้อ) ไม่หายก็ให้ไปกรุงเทพฯ เหมือนบอกว่าให้ไปตายกรุงเทพฯ เช่นนั้น แต่เมื่อได้ฉันไปแล้ว หายวันหายคืน มีชีวิตรอดทุกวันนี้

เมื่อหายป่วยกลับมาอยู่กับหลวงพ่อเมี้ยน ทั้งเรียนวิชาจากท่านทุกรูปแบบ และช่วยท่านรักษาโรคกระดูกทั้งหักทั้งแตกจนกระทั่งเป็นทุกอย่าง แม้กระทั่งการรดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ ตามวิธีของหลวงพ่อเมี้ยน หลวงพ่อเมี้ยนทำอะไร ทำได้ทุกอย่าง ท่านบอกว่าปัจจุบันนี้ที่รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อเมี้ยนเหลือเพียงท่านองค์เดียวเท่านั้น ส่วนผู้ที่รับการถ่ายทอดจากตัวท่านนั้น ยังหาไม่ได้ มองหาอยู่เหมือนกัน

วิชานี้เป็นวิชาเรียนไปเพื่ออนุเคราะห์และทำบุญแก่บุคคลที่มีความทุกข์ ประสบภัย แข้งขาหักให้เขาหายได้ การรักษาไม่มีราคากำหนด ฟรีก็ได้ ยกเว้นค่ายกครู 1 สลึง ดอกไม้ธูปเทียน 1 กำเท่านั้น ปัจจุบันมีคนที่ประสบความทุกข์ต่างๆ มาให้รักษาทั้งกระดูกและรดน้ำมนต์เฉลี่ยวันละ 20 ราย เทียบกับช่วงก่อนๆ ไม่ว่าสมัยหลวงพ่อเมี้ยน หรือก่อนที่จะมีการชุมนุมเสื้อเหลืองเสื้อแดงไม่ได้ ที่มีผู้เข้ามารักษากระดูกและรดน้ำมนต์มากเป็น 100 รายต่อวัน

ท่านกล่าวว่าการแพทย์เจริญ สถานพยาบาลหาง่าย ผู้ประสบอุบัติเหตุจนกระดูกแตกหัก โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์จะเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หรือคลินิก ที่อยู่ใกล้ หมอจะใส่เฝือกให้ แต่ถ้าผู้นั้นมาให้หลวงพ่อรักษา ท่านรักษาตามวิธีหลวงพ่อเมี้ยนไม่ต้องใส่เฝือก ที่ไปหาหมอแพทย์แผนปัจจุบันเขาใส่เฝือกมา เมื่อมารักษากับท่านต้องเอาออก ท่านจะรักษาด้วยทาน้ำมัน ประสานกระดูก กำกับด้วยคาถาอาคม นวดให้กระดูกที่แตก หรือหักเข้าที่ ซึ่งใช้เวลาบ้าง แต่หายทุกราย มีเงินไม่มีเงินรักษาให้ได้ทั้งนั้น ขอค่ายกครู 1 สลึงเท่านั้น

ตลอดเวลาที่รับช่วงงานจากหลวงพ่อเมี้ยน ท่านบอกว่าภูมิใจมาก เพราะช่วยคนให้หายทุกข์หายยากได้มากชื่อเสียงกิตติศัพท์หลวงพ่อขจรขจายไป เป็นที่นับถือของคนจีน คนแขกในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน อินโดนีเซีย และจีนแผ่นดินใหญ่ จะเห็นว่าทุกเดือนจะมีคนจากประเทศเหล่านี้มาทำบุญ ทำทานสะเดาะเคราะห์หรือตั้งสัจอธิษฐานกับหลวงพ่อศักดิ์ที่กุฏิหลวงพ่อ เพื่อให้ทำงานราบรื่นเสมอ

พระพุทธรูปศักดิ์ที่หลวงพ่อมีให้ประชาชนบูชาและอธิษฐานคือ หลวงพ่อคำ และพระพุทธรูปปางเชียงแสนอู่ทอง สุโขทัย ซึ่งศักดิ์สิทธิ์มาก

ส่วนสมณศักดิ์นั้น ท่านเจริญเติบโตเรื่อยมา จนกระทั่งเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม อันดับที่ 2 รองจากพระธรรมปัญญาบดี เจ้าอาวาสเท่านั้น

ท่านดำรงสมณศักดิ์ เริ่มจากพระครูสังฆรักษ์ เมื่อ พ.ศ. 2509 จากนั้นเลื่อนเป็นพระครูปลัด พระครูฌานวิสุทธิ์ พระครูพรหมวิหาร พระครูวรเวทมุนี และเป็นราชาคณะชั้นสามัญที่พระวรเวทมุนี พ.ศ. 2531 เป็นชั้นราชที่พระราชสิทธิวิมล พ.ศ. 2537 ชั้นเทพที่เทพสิทธิวิมล พ.ศ. 2545 และ|ชั้นธรรมที่พระธรรมวิมลมุนี เมื่อ พ.ศ. 2552
การไปกราบขอพร หรือรักษาโรคกระดูกสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา รดน้ำมนต์ กับหลวงพ่อพระธรรมวิมลมุนี (ประเสริฐ) ศิษย์หลวงพ่อเมี้ยนที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ไปได้ที่ น.4 วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) ไปไม่ถูก โทร. 02-222-4878, 02-224-0601 ท่านจะได้ทั้งบุญ ทั้งบารมี ดังพุทธภาษิตว่า สุโข ปุญญัสฺสะ อุจฺจโย ยิ่งทำบุญยิ่งมีความสุข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท