posttoday
โอกาสประเทศไทยในภูมิภาค : คิดการใหญ่

โอกาสประเทศไทยในภูมิภาค : คิดการใหญ่

11 มกราคม 2553

โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ [email protected]

โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ [email protected]

สวัสดีปีใหม่ครับ คอลัมน์คิดการใหญ่ทุกวันจันทร์ยังคงทำหน้าที่ เป็นเวทีกลางสรรหาข้อมูลดีๆ ไอเดียดีๆ มาฝากผู้อ่านอย่างเต็มที่เหมือนเดิม โดยปีนี้หากผู้อ่านท่านใดมีไอเดียหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์และอยากแบ่งปันให้แฟนๆ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ได้อ่าน ผมยินดี นำมาลงในคอลัมน์นี้ให้ ช่วยส่งให้ผมทางอีเมลนะครับ

ฉบับนี้ผมได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งคือ พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ กรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เห็นว่าน่าสนใจดี เนื้อหาสาระเป็นดังนี้ครับ

การพัฒนารถไฟและโครงข่ายคมนาคม : โอกาสของประเทศไทยในภูมิภาค

การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรางรถไฟที่เปิดดำเนินการแล้ว รวมทั้งสิ้น 4,430 กิโลเมตร ครอบคลุม 47 จังหวัด กว่า 70% เป็นรางที่สร้างขึ้นก่อนปีพ.ศ. 2494 และที่สำคัญ 93% ของทางรถไฟทั้งหมด เป็นรางเดี่ยว โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นหัวรถจักร รางรถไฟ สถานี ระบบอาณัติสัญญาณ ส่วนใหญ่มีสภาพเสื่อมโทรม ล้าสมัย โดยมาจากหลายสาเหตุ ทั้งอายุการใช้งานที่ยาวนาน และขาดการบำรุงรักษา ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ

รถไฟถือเป็นบริการที่รัฐบาลต้องให้บริการแก่ประชาชน ดังนั้นการคิดค่าบริการจึงถูกจำกัด และบางส่วนต้องให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตามนโยบาย ผลประกอบการของการรถไฟจึงประสบภาวะขาดทุน ต้องได้รับการช่วยเหลือด้านงบประมาณจากรัฐ

จึงไม่ต้องพูดถึงการพัฒนา ลำพังงบในการบำรุงรักษาก็มีไม่เพียงพอ อีกทั้งโครงสร้างเดิมแต่อดีตนั้น เป็นระบบราชการ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรทั้งเงินเดือนของพนักงานประจำ หรือผู้ที่เกษียณอายุไปแล้ว เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการรถไฟฯ จะมีที่ดินถือครองอยู่มากแต่ที่ผ่านมาการหาผลประโยชน์จากที่ดินดังกล่าว ยังดำเนินการได้ไม่เต็มที่

คณะกรรมการรถไฟฯ ชุดปัจจุบันจึงได้ริเริ่มวางแนวทางการพัฒนาและบริหารทรัพย์สินที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม

กระทรวงคมนาคมจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 4 คณะเพื่อแก้ไขปัญหา 4 ด้าน คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านทรัพย์สิน ด้านกฎหมาย/ระเบียบ และข้อบังคับ และด้านบุคลากรและอัตรากำลัง และต่อมาคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจมีมติเห็นชอบในหลักการแผนการพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ และแนวทางการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การเดินรถมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตลอดจนรองรับการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในระยะต่อไป

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ระยะเร่งด่วน ช่วงปี 2553–2557 ให้ทำการปรับปรุงรางให้สามารถรับน้ำหนักและความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นขนาด 100 ปอนด์ ปรับปรุงหมอนรองราง ประแจกล และระบบอาณัติสัญญาณ เครื่องกั้น การจัดหาหัวรถจักรและล้อเลื่อน

 รวมทั้งโครงการพัฒนารถไฟรางคู่ระยะเร่งด่วน ระยะทาง 767 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถ และเพิ่มความเร็วรถ โดยมีกรอบวงเงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท และเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมศึกษารายละเอียดในการลงทุนในเส้นทางรถไฟที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งแนวเหนือ–ใต้ และตะวันออก–ตะวันตก ตลอดจนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯ–ระยอง โดยให้พิจารณารูปแบบการลงทุนในลักษณะ Public Private Partnership (PPP)

หากจะวิเคราะห์มติดังกล่าว จะเห็นได้ว่าแฝงไปด้วยนโยบายหลัก 2 ด้าน คือ นโยบายเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถของการรถไฟฯ และนโยบายช่วงชิงโอกาสและความได้เปรียบทางการค้าให้กับประเทศ

การจะบรรลุนโยบายทั้งสองประการได้ ก็จะต้องเร่งรัดดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นการเร่งด่วน ทั้งปรับปรุงรางที่มีอยู่ให้ได้มาตรฐาน แข็งแรง ปลอดภัย การปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณ ติดตั้งระบบเครื่องกั้นอัตโนมัติ แก้ไขปัญหาจุดตัดโดยสร้างทางข้ามหรือทางลอด ปิดทางลักผ่าน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น ความเร็วรถก็จะเพิ่มขึ้น มีหัวรถจักรที่เพียงพอในการขนส่ง การให้บริการตรงต่อเวลามากขึ้น

อีกทั้งเร่งรัดการก่อสร้างทางคู่ ลดการสับหลีกของรถไฟ เพิ่มในส่วนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมที่จะช่วยสร้างโอกาสในการแข่งขันกับต่างประเทศ จะต้องเร่งศึกษาความเป็นไปได้ว่าในเส้นทางภาคเหนือจะเชื่อมต่อกับทางรถไฟที่มาจากประเทศจีนนั้น โดยควรสร้างเส้นทางรถไฟต่อเพิ่มไปจนถึง จ.เชียงราย เพื่อรองรับการเชื่อมต่อในอนาคต ในภาคอีสานซึ่งมีการเชื่อมต่อกับประเทศลาวอยู่แล้วนั้น ก็ควรศึกษาการเชื่อมต่อกับทางประเทศกัมพูชา ตลอดจนเส้นทางแนวตะวันออก–ตะวันตก ที่จะช่วยกระจายสินค้า และรองรับโครงข่ายที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศอีกเส้นทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หากจะมองแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ การรถไฟฯ จะต้องมี "แผนแม่บท" ขึ้นมารองรับ ควรต้องศึกษาว่าประเทศไทยจะเดินไปทางใด จะมีโครงข่ายรถไฟเต็มระบบอย่างไร ใช้งบประมาณเท่าไหร่ แล้วจึง "จัดเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง" ดำเนินการโครงการที่สำคัญก่อนเป็นอันดับแรก โดยไม่ทิ้งภาพรวมทั้งระบบ

ดังจะเห็นได้จากยังมีโครงข่ายระบบรางที่สำคัญที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา เช่น โครงข่ายวงแหวนรอบกรุงเทพฯ เพื่อลดการจราจรในเมือง และเป็นเส้นทางที่เหมาะกับการกระจายสินค้า หรือการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบราง จากสถานีวงเวียนใหญ่–มหาชัย ไปสู่เส้นทางภาคใต้ ซึ่งจะทำให้สามารถเดินทางสู่ภาคใต้ได้เร็วขึ้น

เสียดายเนื้อที่มีจำกัด ผมจึงไม่สามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากกรรมการท่านนี้มาตีพิมพ์ได้ทั้งหมด สำหรับท่านอื่นที่มีข้อมูลดีๆ ที่น่าสนใจ คอลัมน์คิดการใหญ่พร้อมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้ตลอดปี 2553 ครับ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท