
โน้ตตัวซนกับเสียงไนติงเกล วิภาวี เตชะสุรางค์
กว่าจะคว้ารางวัลนี้มาได้ วิภาวี เตชะสุรางค์ หรือวี ต้องฝ่าด่านผู้สมัครกว่าหลายร้อยคนที่แต่ละคนก็มีความสามารถคับแก้วด้วยกันทั้งนั้น....
กว่าจะคว้ารางวัลนี้มาได้ วิภาวี เตชะสุรางค์ หรือวี ต้องฝ่าด่านผู้สมัครกว่าหลายร้อยคนที่แต่ละคนก็มีความสามารถคับแก้วด้วยกันทั้งนั้น....
เรื่อง น้องสาวตัวร้าย-พี่ชายที่แสนดี
น้องสาวตัวร้าย : ดาวฉบับนี้พบกับนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
พี่ชายที่แสนดี : ว้าวๆๆ...เธอมีเสียงไนติงเกล...ดีกรี เอส คลับ ทาเลนท์ บอยส์ แอนด์ เกิร์ลส์ บาย พิชโช 2010 ด้วย
เราไปพบเจ้าของดวงตากลมโตและรอยยิ้มเป็นมิตร ผู้ฝ่าด่านคนสมัครนับร้อยเพื่อผ่านการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งเดียว กว่าจะคว้ารางวัลนี้มาได้ วิภาวี เตชะสุรางค์ หรือวี ต้องฝ่าด่านผู้สมัครกว่าหลายร้อยคนที่แต่ละคนก็มีความสามารถคับแก้วด้วยกันทั้งนั้น
“การประกวดจะคัดรอบแรกให้เหลือร้อยกว่าคน ก่อนจะเข้าเวิร์กช็อปร่วมกัน เก็บคะแนนจากกิจกรรมต่างๆ แล้วคัดให้เหลือ 20 คน เพื่อเข้าประกวดรอบตัดสิน ที่ต้องโชว์ความสามารถต่างๆ”
วี เล่าว่า ในวันขึ้นประกวดเธอเลือกร้องเพลงจากไอดอลคนสวยของเธอ “บียอนเซ่” ซึ่งนอกจากจะร้องและเต้นแล้ว เธอยังเป็นคนคิดท่าเต้นเอง และตัดต่อเพลงให้ออกมาเป็นเมดเลย์ยาว 2 นาที ก่อนจะผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักกว่า 2 สัปดาห์ เพื่อให้ออกมาเป็นผลงานที่ประทับใจคณะกรรมการ
“หนูไม่ได้ตั้งใจมาเอาชนะใครเลยนะ แต่คิดว่าน่าจะลองดู พ่อกับแม่ก็สนับสนุนเต็มที่ ท่านเห็นว่าทำอะไรแล้วไม่เสียหายก็ทำไป”
ด้วยความรักในเสียงเพลงบวกกับแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง เสียงเชียร์จากพ่อและแม่ รวมถึงป้ายไฟจากคนที่บ้านที่เธอบอกเสียงกลั้วหัวเราะว่า พ่อกับแม่ทำมาเป็นพิเศษ ก็น่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอคว้ารางวัลมาครอง
“หลังจากได้รางวัลก็รู้สึกภูมิใจ แต่ก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะชนะ รู้สึกว่าวันนั้นทำได้ไม่ค่อยดี คิดว่าตอนซ้อมทำได้ดีกว่า”
ถึงแม้ว่าจะเลือกเพลงประกวดเป็นเพลงจากโลกตะวันตกทั้งหมด แต่สาวน้อยคนนี้ก็ยืนยันพร้อมกับรอยยิ้มหวานว่า เธอเป็นพวก “เกาหลีลิสซึม” เพราะเมื่อไหร่ที่เผลอตัวฮัมเพลงครั้งใด เพลงเกาหลีก็จะขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งเสมอ นอกจากนี้เธอยังเต้นคัฟเวอร์เพลงเกาหลีร่วมกับเพื่อนๆ อีกด้วย ซึ่งการเต้นนี่ล่ะที่ทำให้เธอได้รับการทาบทามจากค่ายเพลงสัญชาติเกาหลี โดยเธอเป็นเด็กไทยคนเดียวที่ถูกวางตัวให้เป็นนักร้องเกิร์ลกรุ๊ป ซึ่งถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สาวน้อยคนนี้อาจจะต้องหยุดพักการเรียนกว่า 2 เดือน เพื่อที่จะไปทำงานเพลงที่แดนโสมขาว ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะได้ฟังซิงเกิลของเธอก็ได้
“หนูชอบร้องเพลง คิดว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด รักและมีความสุขที่จะทำ ไม่ได้รู้สึกว่า เฮ้อ...ต้องร้องอีกแล้ว แต่รู้สึกว่าอยากร้องๆ อยากทำต่อไปเรื่อยๆ”
ความรักต่อเสียงเพลงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เธอเลือกเรียนในสาขาที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวเธอมากที่สุด ตอนนี้วีเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งต้องเรียนวิชาร้องเพลงทุกๆ เทอมของการเรียนตลอด 4 ปี นอกจากนี้ก็มีวิชาภาษาอังกฤษที่เธอชื่นชอบเช่นกัน เพราะคิดว่าสามารถทำได้ดีไม่แพ้กัน
ชิ้นนี้ วี แน่นอน
สมาร์ตโฟน สิ่งของคู่ใจ ที่ทำให้เธอเข้าสังคมได้เยอะขึ้น นอกจากการแชตกับเพื่อนๆ แล้ว เธอยังใช้มันเป็นนาฬิกาปลุกและใช้ฟังก์ชันปฏิทินดูเวลางานด้วย
สมุดจดตารางงาน แต่ก่อนเวลาซื้อก็จะเลือกลายน่ารัก จนบางทีก็เล็กเกินไปจดอะไรไม่ค่อยได้ พอมาตอนนี้เริ่มคำนึงถึงการใช้สอยมากกว่า เพราะเป็นคนจดทุกอย่าง ทั้งการบ้าน นัดหมายงาน
กระเป๋าสตางค์ ใบนี้เป็นของพี่สาวเห็นว่าสีส้มสวยดีเลยขอพี่สาวมาใช้ต่อ พี่เห็นว่าจะซื้อใหม่พอดีก็เลยยกให้
อุปกรณ์การเรียน เด็กดนตรีทุกคนใช้ดินสอกันเป็นธรรมเนียม เอาไว้เขียนโน้ตเพลง บางทีก็ใช้เลกเชอร์และทำการบ้าน อาจารย์ก็อนุญาตให้ใช้ดินสอได้
รูปคุณพ่อเก็บในกระเป๋าสตางค์-คุณแม่ไม่ค่อยถ่ายรูป จึงพกรูปคุณพ่อไว้ใบเดียว พกแล้วอุ่นใจดี สนิทกับคุณพ่อ พ่อหวงมากกว่าคนอื่น อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ดีที่มีแม่คอยห้าม ไม่งั้นคงเป็นคนเอาแต่ใจไปแล้ว
ทอล์กกิงดิกชันนารี ช่วงนี้เรียนเขียนเรียงความ อาจารย์ชาวต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษบอกให้พกติดตัว เพื่อใช้ตรวจสอบเวลาเขียนว่าถูกหรือผิด







