
เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล สุดยอดเฮลท์แคร์คว้ารางวัลในระดับอาเซียน
เฮลท์แคร์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ผู้นำด้านเฮลท์แคร์ที่คว้ารางวัล Country Winner จากเวที ASEAN Business Awards (ABA) 2019
เฮลท์แคร์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ผู้นำด้านเฮลท์แคร์ที่คว้ารางวัล Country Winner จากเวที ASEAN Business Awards (ABA) 2019
สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ตอกย้ำผู้นำด้านสุขภาพในระดับอาเซียน สำหรับ เครือโรงพยาบาลพญาไทและโรงพยาบาลเปาโล ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับสากล โดยได้รับการคัดเลือกจากเวที ASEAN Business Awards (ABA) 2019 ให้เป็นธุรกิจเพื่อสุขภาพขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการแข่งขันและมีความโดดเด่นที่สุดในประเทศไทย (Country Winner ประเภท Priority Integration Sectors สาขา Healthcare) ในงานประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ ASEAN Business and Investment Summit 2019 หรือ ABIS 2019 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้มอบรางวัล ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายอัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เผยว่า ปัจจุบันดิจิทัลมีบทบาทในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์มากขึ้น เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เชื่อมั่นมากว่าดิจิทัลจะทำให้เราเข้าถึงคนไข้ได้มากขึ้น เราใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลและระบบประมวลผลในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ของคนไข้ ภายใต้โปรแกรม Health Up ซึ่งตอนนี้มีโปรแกรม Let’s Get Healthy (LGH) ที่เป็นโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพแบบเข้มข้น โดยเป็นการร่วมมือระหว่างประเทศกับองค์กร Oregon Health & Science University (OHSU) โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ตอบแบบสำรวจในแอพพลิเคชั่น จากนั้นเราจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์จนได้ออกมาเป็นข้อมูลความเสี่ยงทางด้านสุขภาพที่ต้องระวัง (Health Risk Profile) พร้อมวางแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในต้นปี 2563 เราจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นล่าสุด ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ในการรับบริการที่คนไข้จะได้รับ ทั้งในการสื่อสาร ให้ข้อมูลการดูแลสุขภาพ ช่วยวางแผนการรักษา นัดหมายแพทย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยที่ดีของบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย
ด้านความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Disruption เรามีเครื่องมือทางดิจิทัลที่เหมาะสมและพัฒนาจนออกมาเป็นต้นแบบ โดยในปีหน้าเราจะเริ่มใช้จริงกับบุคลากรกว่า 9,000 คนในกลุ่มเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ซึ่งพวกเราจะเป็นกลุ่มแรกที่สามารถก้าวผ่าน Digital Disruption ไปได้ ส่วนเรื่องของ Innovation หรือนวัตกรรม เป็นเรื่องของแพชชั่นและความกล้าหาญ คือจิตวิญญาณที่คนของเราต้องมี ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาองค์กรในอนาคต เมื่อ องค์กรเติบโต นั่นหมายถึงคนในองค์กรก็จะเติบโตไปพร้อมกันด้วย
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสภาวะ Digital Disruption ก็คือการที่เราเปิดโอกาสให้คนในองค์กรได้เข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว และสะดวกที่สุด นี่คือยุคขององค์กรของการเรียนรู้ที่แท้จริง เราสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงๆ เราให้คนในองค์กรเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ บุคลากรกว่า 600 คนในกลุ่มโรงพยาบาลของเราได้ผ่านการเรียนรู้เรื่อง Design Thinking, Digital Business Canvas และ Digital Disruption มาแล้ว และเร็วๆ นี้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของเราจะถูกอัพเกรดด้วยสิ่งที่มีค่าที่ถูกซ่อนไว้อยู่ในองค์กรของเรามาอย่างยาวนาน เราจะนำความรู้ต่างๆ มาอัพโหลดไว้ในแอพพลิเคชั่น CILA (Center of Interactive Learning Academy) เพื่อให้คนในองค์กรสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และเข้าถึงได้จากทุกที่ และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้เท่านั้น แต่เรายังสามารถพูดคุย ถกเถียง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ได้ นอกจากนี้ เรายังเพิ่มความสนุกโดยการใช้ระบบสะสมแต้มหรือการให้คะแนนพิเศษสำหรับคนที่เข้ามาเรียนรู้ในแอพพลิเคชั่นนี้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย
นางสุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า องค์กรของเราโดยแนวคิดของผู้บริหารให้ความสำคัญกับการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง เราเริ่มสร้างวัฒนธรรมองค์กรร่วมกันจากการระดมพลังจากทุกส่วนเมื่อสิบปีที่แล้ว และดำเนินการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมและการันตีด้วยรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ รางวัล Best Employers Thailand จากโครงการ Best Employer Asia Pacific ซึ่งเราได้ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน และล่าสุดกับรางวัลในระดับสากล จากเวที ASEAN Business Awards (ABA) 2019
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ก้าวขึ้นสู่การเป็นที่หนึ่งในครั้งนี้ หัวใจสำคัญมาจากการใส่ใจในเรื่องของทรัพยากรบุคคลที่ผุ้บริหารเล็งเห็นความสำคัญ ทั้งการมุ่งพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานอยู่เสมอเพื่อสอดรับกับความเจริญก้าวหน้าของโลกในยุคดิจิทัล ตลอดจนการให้ความสำคัญเหมือนเป้นคนในครอบครัว การที่ผู้บริหารและองค์กรโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ใส่ใจในการดูแลพนักงาน ทำให้สามารถส่งต่อความรู้สึกอบอุ่นดั่งคนในครอบครัวนี้ถ่ายทอดไปสู่ผู้ใช้บริการ ทำให้ทุกงานบริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังใส่ใจกับความสุขของพนักงานทุกคนในทุกระดับ จนเป็นที่มาของคำว่า “We Before Me” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์กรของพวกเรา
รางวัลนี้จึงเป็นความสำเร็จของบุคลากรทุกคนในองค์กรที่ร่วมกันทำอย่างดีที่สุดและทำต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ต่อไป เพื่อสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ว่า "เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สุขภาพที่ดี เพื่อศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต"
ปิดท้ายที่ ดร.รวิดา วิริยกิจจา คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รางวัล ASEAN Business Awards (ABA) 2019 สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ประเทศไทย (ASEAN Business Advisory Council :ASEAN-BAC Thailand) ซึ่งเป็นประธานอาเซียนภาคเอกชนได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน เพื่อมุ่งเชิดชู สนับสนุนบริษัทอาเซียนที่มีความโดดเด่นและมีบทบาทในการสร้างความเจริญเติบโตในภาคเศรษฐกิจของอาเซียน พร้อมไปกับการส่งเสริม SMEs ในอาเซียนที่จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำและมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล ซึ่งถือเป็นกลไกในสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
โดยในครั้งนี้มีบริษัทจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น 236 บริษัท จาก 17 ประเภทรางวัล มีผู้ชนะรวมทั้งสิ้น 91 รางวัล โดยในจำนวนนี้มี 23 บริษัทเป็นหน่วยงานในประเทศไทย การคว้ารางวัลในประเภท Priority Integration Sectors : Healthcare ของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล แสดงให้ประชาคมอาเซียนเห็นถึงศักยภาพทางการแข่งขันในด้านสุขภาพของประเทศไทยในมาตรฐานสากล โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาของภูมิภาค เป็นแบบอย่างในการพัฒนาในทิศทางที่ประสบความสำเร็จ และกลไกสำคัญที่จะร่วมทำงานกับภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป







