
ในแต่ละช่วงวัย เราควรดูแลผิวอย่างไร
พญ.นันทภัทร สุภาพรรณชาติ
ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต ในแต่ละช่วงอายุของผิว ต่างต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ผิวในวัย 20, 30 และ 40 มีสภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนจึงต้องการการดูแลที่ไม่เหมือนกัน เรามาทำความรู้จักกับความต้องการของผิวในแต่ละช่วงวัย เพื่อที่จะดูแลให้ผิวดูดีไปนานๆ แน่นอนว่า ถ้าเราดูแลได้ดี ก็สามารถลดอายุของผิวลงมาได้เป็นสิบปีค่ะ
วัย 20
ในช่วงวัย 20 นี้ เป็นวัยที่เพิ่งผ่านพ้นจากวัยเด็กมาไม่นาน เป็นวัยที่เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการเกิดใหม่มาทดแทนเซลล์เก่าอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ผิวจึงดูเปล่งปลั่งสดใส ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร นอกเสียจากเรื่องสิวที่อาจจะมากวนใจหลายๆ คน ซึ่งก็แก้ไขได้ไม่ยาก เพียงดูแลผิวให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพผิว สิ่งที่จำเป็นต้องรู้จึงหนีไม่พ้นเรื่องชนิดของผิว ว่ามีผิวแบบไหน ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม เพื่อที่จะได้ดูแลและใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นชุดทำความสะอาดผิว หรือชุดบำรุงผิวได้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพผิว นอกเหนือจากนี้ที่สำคัญมากๆ ก็คืออยู่ให้ห่างจากแสงแดด ทากันแดดทุกครั้งที่ออกแดด และห้ามบีบสิวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดแผลเป็น ซึ่งจะแก้ไขได้ยากและใช้เวลา เพียงเท่านี้ผิวก็จะดูดี สวยใสสมวัยแล้วค่ะ
วัย 30
ในช่วงวัย 30 อาจจะต้องมีการดูแลผิวมากขึ้น เป็นช่วงเวลาที่เราอาจต้องช่วยให้ผิวมีการผลัดเซลล์ กำจัดเซลล์เก่าไป และเผยผิวใหม่ เพราะการผลัดเซลล์เองตามธรรมชาติไม่รวดเร็วเหมือนเมื่อวัย 20 ต้นๆ อีกแล้ว เมื่อไม่มีการผลัดเซลล์ใหม่ เซลล์ที่เสื่อมสภาพห่อหุ้มผิวเราอยู่ ผิวหน้าก็จะดูหมองๆ ไม่สดใส ไม่เรียบเนียนเหมือนช่วง 20 ต้นๆ การมาผลัดเซลล์ผิวทุกๆ 2 อาทิตย์จึงช่วยได้มาก จะช่วยกระตุ้นให้เกิดเซลล์ใหม่ และผิวพรรณดูสดใส เปล่งประกาย การผลัดเซลล์ผิวก็มีหลากหลายวิธี เช่น MicroDermabrasion การผลัดเซลล์ด้วยเกร็ดอัญมณี Aqua Bright การผลัดเซลล์ผิวด้วยพลังอณูของน้ำที่นุ่มนวลและอ่อนโยน การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ เป็นต้น พอย่างเข้าสู่ช่วงวัย 35 ขึ้นไป จะพบว่าเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ รูขุมขนใหญ่ขึ้น ในช่วงเวลานี้จึงควรมีการดูแลด้วยการทำเลเซอร์บ้าง เพื่อกำจัดคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพและกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทรีตเมนต์ในกลุ่มนี้ก็เช่น Sublative RF, Fraxel, TMax เป็นต้น
วัย 40 ขึ้นไป
ต้องเริ่มดูแลผิวกันอย่างจริงจัง เพราะเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ผิวจะแห้งและหยาบมากขึ้นด้วยผลมาจากปริมาณฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและลดลง ดังนั้นการดูแลผิวในวัยนี้ที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือการบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงที่ดี มีสารให้ความชุ่มชื่นมากๆ และมีการทำทรีตเมนต์เลเซอร์ที่ลงลึก ที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว ตลอดจนอาจมีการฉีดฟิลเลอร์และโบทอกซ์ เพื่อช่วยแก้ไขเรื่องริ้วรอยต่างๆ ที่ปรากฏชัดขึ้น
นอกจากนี้ กรอบหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวในชั้นลึก จะสังเกตเห็นว่า กรอบหน้า คางกับคอเริ่มไม่มี หางตาตก แก้มคล้อยลง การหย่อนคล้อยในลักษณะนี้ เกิดจากโครงสร้างในชั้นผิวหนังลึกเริ่มหย่อนคล้อย จึงจำเป็นต้องลงไปแก้ในชั้นผิวนี้ ซึ่งการแก้ไขก็จำเป็นต้องเข้าใจถึงความสลับซับซ้อนของโครงสร้างในชั้นผิวหนังและเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับปัญหา ถ้าแก้ไขที่ชั้นคอลลาเจน เพื่อให้เกิดการหดกระชับขึ้นของคอลลาเจน ก็จะใช้เทคโนโลยีเทอร์มาจ แต่ถ้าเป็นการแก้ไขที่ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่ยึดคอลลเจน ซึ่งในอดีตทำได้ด้วยเพียงการผ่าตัดเท่านั้น
ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า อัลเธอรา ที่ลงไปได้ลึกที่สุดเท่าที่เครื่องมือจะลงไปได้ โดยส่งพลังงานในลักษณะเป็นจุดๆ ถี่ๆ เพื่อลงไปทำให้ชั้นที่ยึดคอลลาเจนนี้ได้หดกระชับขึ้น ในการแก้ปัญหาเรื่องรูปหน้านี้ ในทางปฏิบัติเราสามารถผสมผสานการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น อาจจะมีการทำอัลเธอราเพื่อยกกระชับผิว และฉีดโบทอกซ์เพื่อลดริ้วรอยไปด้วย เป็นต้น หรือในบางกรณีก็สามารถทำอัลเธอราร่วมไปกับการทำเธอร์มาจ เป็นต้น
อย่าลืมนะคะว่า ถ้าเราดูแลผิวดีตั้งแต่อายุยังน้อยเท่าไร เราก็ยิ่งยืดอายุให้กับผิวเราได้มากเท่านั้น นั่นย่อมหมายถึง การสามารถลดอายุของผิวลงมาได้เป็น สิบๆปี และที่สำคัญ อย่าลืมป้องกันผิวจากแสงแดด ศัตรูตัวร้ายของผิวเราไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหนๆก็ตามค่ะ







