
นีล ยัง ผู้ไม่เคยหยุดยั้ง
กว่า 40 ปีในวงการดนตรี นีล ยัง ไม่เคยหยุดยั้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายังคงแต่งเพลงใหม่ๆ บันทึกเสียง และแสดงดนตรีอย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่แรกปรากฏตัวในฐานะสมาชิกวงบัฟฟาโล สปริงฟิลด์ เรื่อยมาถึงการเป็นส่วนหนึ่งของตำนานวงครอสบี สติลล์ แนช แอนด์ ยัง และในฐานะศิลปินเดี่ยว
กว่า 40 ปีในวงการดนตรี นีล ยัง ไม่เคยหยุดยั้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายังคงแต่งเพลงใหม่ๆ บันทึกเสียง และแสดงดนตรีอย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่แรกปรากฏตัวในฐานะสมาชิกวงบัฟฟาโล สปริงฟิลด์ เรื่อยมาถึงการเป็นส่วนหนึ่งของตำนานวงครอสบี สติลล์ แนช แอนด์ ยัง และในฐานะศิลปินเดี่ยว
โดย...เพ็ญแข
กว่า 40 ปีในวงการดนตรี นีล ยัง ไม่เคยหยุดยั้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายังคงแต่งเพลงใหม่ๆ บันทึกเสียง และแสดงดนตรีอย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่แรกปรากฏตัวในฐานะสมาชิกวงบัฟฟาโล สปริงฟิลด์ เรื่อยมาถึงการเป็นส่วนหนึ่งของตำนานวงครอสบี สติลล์ แนช แอนด์ ยัง และในฐานะศิลปินเดี่ยว
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ศิลปินเพลงจะสามารถเข้มแข็งทนทานอยู่บนหนทางนี้ได้เนิ่นนาน พร้อมยังประสบความสำเร็จทางด้านยอดขาย และได้รับการยอมรับจากผู้คนเสมอมา ที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งผู้สูสีกันก็เห็นจะมี บ๊อบ ดีแลน อยู่อีกหนึ่งคน
ในวัย 65 ปี นีล ยัง เป็น “ตำนานร็อก” ที่อยู่ในสภาพเยี่ยมยอด พร้อมทำงานใหม่ๆ ออกมา เช่นที่ปรากฏเป็นผลงานชุดที่ 30 เศษๆ ซึ่งใช้ชื่อว่า Le Noise และแน่นอนศิลปินเลือดแคนาเดียนคนนี้ ไม่เคยถอยย้อนไปเหยียบซ้ำรอยเดิมของตัวเอง
ชื่ออัลบั้มเหมือนจะมีกลิ่นอายแบบฝรั่งเศสมาผสมผสาน แต่จริงๆ แล้วน่าจะเป็นชื่อพาดพิงเกี่ยวข้องถึงโปรดิวเซอร์ผู้มีบทบาทในการกำหนดทิศทางของงานเพลงชุดนี้อย่าง แดเนียล ลานอยส์ มากกว่า
แดเนียล ลานอยส์ เป็นโปรดิวเซอร์มือรางวัล ที่ผ่านมาเคยทำงานให้กับศิลปินดังมากมาย ไม่ว่ายูทู, บ๊อบ ดีแลน, ปีเตอร์ เกเบรียล, ไบรอัน อีโน, วิลลี เนลสัน ฯลฯ นีล กับ แดเนียล นั้นรู้จักกันมานานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาบันทึกเสียงเพลงด้วยกัน
งานชุดนี้เกิดขึ้นที่ห้องอัดในบ้านของโปรดิวเซอร์ที่ลอสแองเจลิส ณ สถานที่แห่งนั้นพวกเขาได้ร่วมกันสร้างสรรค์ซาวด์ใหม่ๆ จากเสียงกีตาร์ไฟฟ้า และกีตาร์อะคูสติก เป็นโปรดักชันทางดนตรีขนาดเล็ก ไม่ต้องมีเครื่องมือดนตรีให้มากมาย ไม่ต้องพิถีพิถันกับงานเกินพอดี Le Noise จึงเป็นเพลงดิบๆ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตน
ทั้ง 8 เพลงที่รวมอยู่ในอัลบั้ม เล่าเรื่องราวของชีวิตและการสูญเสียของโลกยุคใหม่ การต่อสู้ สงคราม รวมถึงความทรงจำเก่าๆ เปิดอัลบั้มแบบไม่ค่อยหวือหวานักด้วยเพลงร็อกในซาวด์ใกล้เคียงกับ Crazy Horse งานที่โด่งดังในอดีตของ นีล ยัง แต่อดใจสักครู่ แล้วจะถึงเวลาของ Love And War เพลงอะคูสติกที่โดดเด่น เนื้อหาเศร้าๆ เล่าเรื่องการมองเห็นคนหนุ่มที่ถูกส่งจากสนามรบเพื่อกลับมาบ้านแบบไร้ชีวิต ไม่ว่าจะในสงครามเวียดนาม อัฟกานิสถาน หรืออิรัก
อีกหนึ่งเพลงอะคูสติก คือ Peaceful Valley Boulevard สไตล์ประจำตัวของ นีล ยัง ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนในเพลงความยาว 7 นาทีที่แปลกหู พร้อมเนื้อหาเศร้าๆ นี้ ขณะที่ Angry World เสียงโกรธเกรี้ยวของคนเมา (โลก) ขณะที่ Hitchhiker นั่นช่างแสนอัศจรรย์ เล่าเรื่องราวชีวิตของผู้แต่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรื่องเหนือจริง
อัลบั้มนี้มีสัดส่วนผสมระหว่างความนุ่มนวลและหนักหน่วงแข็งกร้าว รวมถึงเรื่องจริงส่วนตัวกับเรื่องฟุ้งฝันเหนือจริง เป็นบทเพลงในลีลากวี กีตาร์และการผสมเสียงเป็นจุดเด่นที่น่าตื่นเต้น เสียงร้องของชายวัย 60 กว่าๆ ก็น่าทึ่งที่สามารถไปถึงทุกโน้ตเหมือนที่เขาเคยทำเมื่อ 30 ปีที่แล้ว
เป็นงานเพลงที่เราสามารถคาดหวังได้จากผู้ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นตำนานแห่งวงการเพลงร็อก บทเพลงที่สะท้อนแสดงถึงภาวะของความเป็นผู้ใหญ่ มีภูมิปัญญา มีมุมมอง ขณะเดียวกันก็ยังมีร่องรอยของ “กบฏ” แฝงอยู่
หากคุณไม่รู้จัก นีล ยัง มาก่อน และเริ่มฟังอัลบั้มนี้เป็นครั้งแรก ขอบอกว่า Le Noise ไม่ใช่งานเพลงที่ฟังง่าย แต่ถ้าอยากรู้จักเพลง “แนวๆ” ที่ไม่ซ้ำใคร จากต้นธารผู้ให้กำเนิดหลายศิลปิน “แนวๆ” ยุคหลังแล้วละก็ คุณมาถูกที่ถูกทางแล้ว







