
คุณยังไม่วางอีกหรือ?
ความสดชื่นรื่นเย็นของชีวิต จะเกิดขึ้นก็เฉพาะกับบุคคลผู้มีสติ ซึ่ง “ตื่นอยู่ในปัจจุบันขณะ” เท่านั้น
ความสดชื่นรื่นเย็นของชีวิต จะเกิดขึ้นก็เฉพาะกับบุคคลผู้มีสติ ซึ่ง “ตื่นอยู่ในปัจจุบันขณะ” เท่านั้น
เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
แก่นคำสอนสำคัญประการหนึ่งที่โดดเด่นมากของพุทธศาสนา ก็คือ การปล่อยวาง
พิจารณาในแง่ของถ้อยคำ คำว่า “การปล่อยวาง” ดูเหมือนไม่น่าจะทำยาก
แต่หากพิจารณาในทางปฏิบัติแล้ว ไม่ง่ายเลยที่ใครๆ จะทำได้
อุปสรรคของการปล่อยวางที่สำคัญ ก็คือ การยึดติดถือมั่นในสิ่งต่างๆ อย่างเหนียวแน่น
การยึดติดถือมั่น เกิดจากการที่จิตยังไม่ตื่น ยังไม่รู้ ยังไม่เบิกบาน
ยังไม่ตื่นจากความหลงไปในอดีต หรือในอนาคต ยังไม่รู้ว่า สรรพสิ่งล้วนเป็นเพียงของใช้ ไม่ใช่ของฉัน ยังไม่เบิกบาน เพราะยังจมอยู่ในความทุกข์ที่เกาะกุมจิตใจมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นความเคยชินที่แยกจิตออกมาจากความทุกข์ไม่ได้
แต่เมื่อใครก็ตาม “ตื่นอยู่เสมอ” เพราะจิตมีสติคอยกำกับอยู่ตลอดเวลา โอกาสที่คนคนนั้นจะเผลอไปยึดสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เป็นไปได้ยาก ทว่าสำหรับผู้ที่ขาดสติเสียแล้ว แม้ตื่นอยู่ แต่ก็ดูเหมือนจะยังคงหลับใหล
บางคนหลับอยู่เพราะหลงฟุ้งไปในอดีต
บางคนหลับอยู่เพราะหลงฟุ้งไปในอนาคต
เมื่อจิตยังพัวพันอยู่กับอดีต หรืออนาคต จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าความสดชื่นรื่นเย็นของชีวิตจะเกิดมีขึ้นมาได้อย่างไร
ความสดชื่นรื่นเย็นของชีวิต จะเกิดขึ้นก็เฉพาะกับบุคคลผู้มีสติ ซึ่ง “ตื่นอยู่ในปัจจุบันขณะ” เท่านั้น ส่วนผู้ที่ยังถูกกักขังอยู่ในเรือนจำของความคิดในอดีต หรือความกังวลในอนาคต ยากมากที่จะสัมผัสกับชีวิตที่สดชื่น ยากเหลือเกินที่จะปล่อยวาง ยากที่สุดที่จะค้นพบสวรรค์อันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ณ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ ณ วินาทีนี้
***********************
วันหนึ่ง ขณะฝนกำลังตกหนัก
อาจารย์ตันซาน กับอาจารย์เอกิโด อยู่ในระหว่างเดินทางไปตามถนนสายหนึ่ง
ขณะที่กำลังสาวเท้าก้าวไปบนพื้นถนนที่ชื้นแฉะและมีน้ำเจิ่งนองไปทั่วนั่นเอง อาจารย์ทั้งสองก็เผอิญพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งสวมชุดกิโมโน มีพู่ห้อยยาว กำลังยืนหันรีหันขวางอยู่ ณ หัวมุมของถนนสายหนึ่ง
โดยไม่คาดคิด อาจารย์ตันซานตรงเข้าไปอุ้มหญิงสาวคนนั้นพาข้ามโคลนไปอย่างฉับไว
อาจารย์เอกิโดเห็นเหตุการณ์นั้นโดยตลอด ท่านตกใจมาก เพราะตระหนักรู้เป็นอย่างดีว่า พระไม่ควรถูกตัวผู้หญิงเช่นนั้น
ครั้นจะห้าม เหตุการณ์นั้นก็ผ่านไปแล้ว ท่านวุ่นวายใจ เฝ้าถามตัวเองตลอดการเดินทางว่า ทำไมอาจารย์ตันซานถึงทำอะไรลงไปโดยพลการเช่นนั้น เมื่อทนแบกความสงสัย ว้าวุ่น ไว้ในใจต่อไปไม่ไหว พลันที่เดินทางมาถึงสำนักในเพลากลางคืน ท่านจึงตรงเข้าไปถามอาจารย์ตันซานด้วยความเป็นห่วงทันที
“ท่านไม่รู้ดอกหรือ ว่าพระอย่างเรานั้นแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงไม่ได้ ยิ่งผู้หญิงสวยๆ อย่างคนเมื่อกลางวันด้วยแล้ว ยิ่งไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวด้วยประการทั้งปวง”
อาจารย์ตันซานหันมาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่คมคายยิ่ง
“ผมวางเธอไว้ที่นั่นตั้งนานแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า คุณยังอุ้มเธออยู่อีกหรือนี่”







