posttoday
จากลาวสู่สิบสองปันนา

จากลาวสู่สิบสองปันนา

13 พฤศจิกายน 2553

"สิบสองปันนา” กลายเป็นสถานที่ที่คนไทยไปเยือนไม่น้อยไปกว่าลาว เวียดนาม หรือสิงคโปร์ เส้นทาง R3A ที่จีนบรรจงตัดผ่านลาวเข้ามาจ่อเมืองเชียงของ จ.เชียงราย กับการล่องเรือจากเชียงรายไปสิบสองปันนาของเรือเจ้าชายแม่น้ำโขงเมื่อหลายปีที่ผ่านมา กับเรือ “แม่โขงเดลต้า” สัญชาติไทย ทำให้นักท่องเที่ยวไทยไปเยือนสิบสองปันนาเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

"สิบสองปันนา” กลายเป็นสถานที่ที่คนไทยไปเยือนไม่น้อยไปกว่าลาว เวียดนาม หรือสิงคโปร์ เส้นทาง R3A ที่จีนบรรจงตัดผ่านลาวเข้ามาจ่อเมืองเชียงของ จ.เชียงราย กับการล่องเรือจากเชียงรายไปสิบสองปันนาของเรือเจ้าชายแม่น้ำโขงเมื่อหลายปีที่ผ่านมา กับเรือ “แม่โขงเดลต้า” สัญชาติไทย ทำให้นักท่องเที่ยวไทยไปเยือนสิบสองปันนาเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

โดย....จำลอง บุญสอง

 

จากลาวสู่สิบสองปันนา

"สิบสองปันนา” กลายเป็นสถานที่ที่คนไทยไปเยือนไม่น้อยไปกว่าลาว เวียดนาม หรือสิงคโปร์ เส้นทาง R3A ที่จีนบรรจงตัดผ่านลาวเข้ามาจ่อเมืองเชียงของ จ.เชียงราย กับการล่องเรือจากเชียงรายไปสิบสองปันนาของเรือเจ้าชายแม่น้ำโขงเมื่อหลายปีที่ผ่านมา กับเรือ “แม่โขงเดลต้า” สัญชาติไทย ทำให้นักท่องเที่ยวไทยไปเยือนสิบสองปันนาเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ล่าสุด ผมล่องน้ำโขงไปกับเรือของคุณผกายมาศ เวียร์รา อดีตนักข่าวสาวชาวกรุง เจ้าของเรือท่องเที่ยวสัญชาติไทยลำแรก

ก่อนหน้านี้ผมก็ล่องไปกับขบวนคาราวานอีซูซุ (ที่จัดขึ้นเพื่อสานสัมพันธ์กับลูกค้า) มาก่อนแล้ว การไปกับคาราวานแม้จะอบอุ่นและเป็นกันเอง แต่ก็ถ่ายรูปเขียนเรื่องได้น้อยมาก เพราะถ้าหยุดกลางทางย่อมทำให้ระบบการเข้าออกตามด่านรวนไปหมด

การไปสิบสองปันนา ถ้าไปทางรถก็เข้าเชียงของห้วยทราย ตามเส้นทางหมายเลข R3A ส่วนทางเรือเริ่มจากเชียงแสนผ่านลาว พม่า เข้าจีนที่กวนเหล่ย เพื่อต่อรถให้ไปตามเส้นทาง R3A เพื่อให้ถึงจุดหมายที่เร็วกว่า หรือถ้าติดใจกับธรรมชาติของแม่น้ำล้านช้าง ก็นั่งเลยเข้าสิบสองปันนาเลยก็ได้ แต่จะถึงที่หมายช้ากว่าหลายชั่วโมง เพราะแล่นเรือทวนน้ำ

แต่เดิมไม่ว่าจะไปทางรถหรือทางเรือ ผู้เดินทางจะเห็นป่าธรรมชาติเขียวขจีทั้งสองเส้นทาง แต่หลังจากอุตสาหกรรมจีนเจริญก้าวหน้า ใครผ่านเส้นทางดังกล่าวก็จะเห็น “ป่ายาง” เข้ามาแทนที่ป่าธรรมชาติมากขึ้นทุกวัน ยิ่งแผ่นดินจีน ภูเขามีมากเท่าไหร่ก็ปลูกยางมากเท่านั้น ส่วนทางลาวที่มีการเมืองมั่นคง ยางพาราจะขึ้นแซมข้าวไร่มากขึ้นทุกที ถึงยางจะกินไม่ได้เหมือนข้าวไร่ แต่ก็ทำรายได้ที่ดีกว่า แม้ซีกแดนพม่าจะมีความวุ่นวายทางการเมือง แต่ในเขตอิทธิพลของว้า ต้นยางก็ปลูกเต็มไปหมด

เรียกได้ว่าเส้นทางทุกเส้นที่มุ่งเข้าสู่จีน คือเส้นทางของยางพาราเพื่อรองรับการเป็นมหาอำนาจอุตสาหกรรมใหม่ของสังคมนิยมจีน

ตามทางที่ล่องไปกับ “อีซูซุ” ผมเห็นชีวิตชนเผ่าที่ถูกอพยพจากภูเขาหลายเผ่า ขมุ ดูจะมากสุด สังเกตได้ด้วยบ้านเรือนที่บรรจุฟืนอยู่เต็มใต้ถุนบ้านเมื่อเทียบกับบ้านสองชั้นใต้ถุนสูงของลาวลุ่มและบ้านติดดินของม้ง

สมัยเมื่อยังเป็นเส้นทางลูกรัง ชาวบ้านจะเอานกป่า เอาเก้งแห้ง เอาหมูป่ารมควัน (ย่าง) มาขายให้นักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางทั่วไปแต่หลังจากเป็นถนนดำ ป่าหายไปกับการถางเพื่อทำไร่ สัตว์ป่าและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมก็หายไปพร้อมกับกาลเวลา (รัฐบาลลาวห้ามด้วย)

 

จากลาวสู่สิบสองปันนา

เรือเราไปจอดทอดสมอนอนกลางทาง เพราะเรามัวแต่โอ้เอ้ในช่วงออกเรือ สำหรับผมการจอดเรือนอนริมน้ำเป็นเรื่อง “มัก” ของผม เพราะผมเป็นคนบ้านนอก การนอนในเรือทำให้ผมได้รูปแมลงและผีเสื้อกลางคืนรูปร่างแปลกๆ มากมาย ไม่มียุงมารบกวนครับ เสียอย่างเดียวคือไม่ได้อาบน้ำเพราะน้ำโขงเย็นเฉียบจับใจ

เข้าเมืองที่กวนเหล่ย ทำกระบวนวิธีการเข้าเมืองอย่างเชื่องช้า เพราะเป็นครั้งแรกที่เรือสัญชาติไทยมาถึง เจ้าหน้าที่ทำอะไรไม่ถูกกินอาหารจีนรสชาติไทยลาวพม่า ที่ร้านอาหารแถวนั้น เมนูเด็ดก็คงเป็นอ้นตุ๋น แต่พวกเราไม่ได้กินสักคำ เพราะกัปตันจีนสั่งเอามากินกันเองชามเดียว คงนึกว่าผมกินไม่เป็น

สิบสองปันนามีที่เที่ยวหลายที่ นอกจากหมู่บ้านอีก้อ หมู่บ้านไทยลื้อที่กวนเหล่ยรูป นกยูงที่เขาเป่านกหวีดให้บินลงมากินอาหารที่ป่า(ไม่จริง) ก็น่าตื่นเต้น วัดใหม่ที่เอกชนสร้างเพื่อเก็บเงินยิ่งใหญ่น่าดู การแสดงเรื่องป่าหิมพานต์ในตอนกลางคืนเป็นสิ่งที่ต้องแนะนำ ตลาดนัดยามค่ำบนถนนคนเดินกลางเมืองก็น่าเดิน ส่วนใครอยากจะซื้อชา ซื้อไม้เฟอร์นิเจอร์ หรือซื้อหยกพม่าก็หาซื้อได้ สินค้าแบรนด์เนมหรือสินค้าเลียนแบบก็มีให้ซื้อ

ตลาดเช้าที่สิบสองปันนา หรือตลาดเช้าเมืองกาหลันป้าต้องไปดู เพราะผักปลาในตลาดสดจริงๆ ไก่ เป็ด ก็กุ๊กๆ ก้าบๆ ในเข่ง ไก่ย่างก็อร่อย ยาโบราณมีขาย ตำมะเขือเทศกับข้าวเหนียวแบบเมืองเหนืออร่อยไม่แพ้บ้านเรา แถมสนนราคาก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับความอร่อยแบบบ้านๆ ที่ได้มา

 

จากลาวสู่สิบสองปันนา

กลางคืนใครอยากไปกินดื่มก็ไปที่ริมโขงจะเดินสบายๆ ไปจากโรงแรมก็ได้ ไปโดยแท็กซี่ก็ได้ แท็กซี่จีนสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนเพราะติดมิเตอร์วิ่ง

ซือเหมา ซึ่งอยู่ห่างสิบสองปันนาเกือบ 100 กิโลที่เราไป ผลิตชาผู่เอ๋อขายดังไปทั้งประเทศ ทางการจีนก็เลยเปลี่ยนชื่อเมืองจากซือเหมา มาเป็นเมืองผู่เอ๋อเสียเลย ต้นไม้กลางถนนของเมืองยังปลูกชาประดับ

ซือเหมาเป็นบ้านเกิดของ “ขงเบ้ง”ทางราชการจึงทำรูปปั้นขงเบ้งไว้กลางเมืองด้วย คนไทยแต่ก่อนใครอ่านสามก๊กครบ 3 เที่ยว ถือได้ว่า “คบไม่ได้” มีการยืนยันว่าชนชั้นสูงบางคนอ่านสามก๊กมากกว่า 3 รอบ เพื่อเอาวิธีการในหนังสือมาใช้ควบคุมประชาชนให้อยู่ใต้อำนาจ

จบ!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท