
สมดุลธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
“
การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เป็นแนวคิดที่มาจากการประชุมสุดยอดว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อปี พ.ศ. 2515 ที่จัดโดยองค์การสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องให้ทั่วโลกตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ฟุ่มเฟือยจนเกินขีดจำกัดผลการประชุมครั้งนั้น ทำให้ประเด็นของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในประชาคมระหว่างประเทศ และนำไปสู่การจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme หรือ UNEP) และคณะกรรมาธิการโลกในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (World Commission on Environment and Development) เป็นต้น
สำหรับประเทศไทยได้นำแนวคิดข้างต้นมาใช้พัฒนาประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 หลังจากที่เข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (The United Nations Conference on Environment and Development หรือ UNCED) ณ กรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องที่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ธุรกิจ สื่อมวลชน หรือชุมชน จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักบรรษัทภิบาล
กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวในการประชุมระดับชาติ
“Thailand Sustainable Development Symposium 2010” ซึ่งจัดขึ้นโดยเอสซีจี ว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากเกิดความเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ทั้งจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่เท่าเดิมนอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างความล้มเหลวของธุรกิจหลายแห่งที่มุ่งเน้นแต่เพียงผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม องค์กรธุรกิจจึงไม่ควรมุ่งเน้นผลกำไรเพียงอย่างเดียว หากแต่ควรหันมาใส่ใจในการสร้างสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคมภายใต้หลักบรรษัทภิบาล โดยนำมาผนวกเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน
ส่วน ปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซิเมนต์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุม Thailand Sustainable Development Symposium 2010 นับว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยได้รับเกียรติจาก กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บรรยายถึงแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย และได้เรียนรู้ปรัชญา
“ความสุขมวลรวม (GNH)” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน จาก เลียนโป ดร.คินซัง ดอร์จิ อดีตนายกรัฐมนตรีภูฏานสองสมัยนอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างสมดุลของผลประกอบการ สิ่งแวดล้อมและสังคม แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จากนักวิจัยไทยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลกที่น่าอยู่และเป็นสุข รวมทั้งการถอดบทเรียนการจัดการสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นที่ช่วยให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุข
“
เอสซีจีมุ่งหวังให้การจัดงานครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลไปสู่พื้นที่ต่างๆ ตลอดจนช่วยจุดประกายความคิดให้กับทุกท่านนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กร โดยหากเป็นองค์กรขนาดเล็กอาจจะเริ่มต้นด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากนั้นเมื่อมีโอกาสจึงค่อยขยายไปสู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมส่วนองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ย่อมต้องมีความคาดหวังจากสังคมสูงกว่า จึงต้องทำเรื่องนี้มากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งหากทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติและต่อยอดขยายผลสู่วงกว้าง ก็จะช่วยเสริมสร้างให้เกิดความเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในระยะยาวต่อไป
” ประธานคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้กับองค์กร แต่เป็นโอกาสและความท้าทายในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างเช่นที่เอสซีจีได้คัดสรรเทคโนโลยีที่ทันสมัยและดีที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่าก็ตาม
เช่นการติดตั้งโครงการ Waste Heat Power Generation หรือ WHG ซึ่งเป็นการนำพลังงานความร้อนเหลือใช้จากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์กลับมาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตและโรงงาน ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2552 ใช้เงินลงทุนประมาณ 5,850 ล้านบาท แต่ช่วยให้เราประหยัดการซื้อไฟฟ้าจากภายนอกได้ประมาณ 25% แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 3 แสนเมตริกตัน







