
ทางเลือกที่ยากบรรจบกันได้
หลังจากนี้จะไม่เหมือนก่อน สภาที่หนุนนำ"บิ๊กตู่" ด้วยจำนวนเสียงอันน่าหวาดเสียว และมี"ประธานสภาฯ" ที่ได้มาแบบมีชั้นเชิงของประชาธิปัตย์
หลังจากนี้จะไม่เหมือนก่อน สภาที่หนุนนำ"บิ๊กตู่" ด้วยจำนวนเสียงอันน่าหวาดเสียว และมี"ประธานสภาฯ" ที่ได้มาแบบมีชั้นเชิงของประชาธิปัตย์
................
โดย อสนีบาต
....เมฆหมอกอึมครึมกันอยู่นาน แต่นั่นเป็นเพียงภาพที่สังคมภายนอกเห็น เบื้องหลังฝุ่นตลบ แท้ที่จริงมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล รวบรวมเสียงพรรคการเมืองเพื่อโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ดีลจบลงตั้งแต่ค่ำคืนของวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมาแล้ว
สำหรับวันนี้ เป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง และสอง
...เป็นไปตามกระบวนการแข่งขันตามกรอบกติกาประชาธิปไตย ในภาวะที่แต่ละพรรคการเมืองรวบรวมเสียงแข่งขันกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสภาหินอ่อนและยึดทำเนียบรัฐบาล และยิ่งรวมเสียงออกมาทิ้งกันไม่ขาดด้วยแล้ว ก็เป็นสิทธิที่จะเสนอชื่อเข้าแข่งขันชิงตำแหน่งสำคัญ
...ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐและพรรคเครือข่าย รวบรวมเสียงได้ 254 เสียง จึงเสนอชื่อ ชวน หลีกภัย ขณะที่พรรคเพื่อไทยและเครือข่าย 243 เสียง เสนอชื่อ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เข้าชิง
...จะอย่างไรก็ตาม ผลก็ออกมาตามที่คาดไว้สำหรับพรรคที่มีเสียงข้างมาก ชวน หลีกภัย ได้เป็นประธานสภา รองประธานสภาฯคนที่ 1 สุชาติ ตันเจริญ และรองประธานสภาฯคนที่ 2 จากพรรคภูมิใจไทย
...เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาฯ ขั้นต่อไป ประธานสภาฯ จะได้เรียกประชุมรัฐสภา เพื่อเลือก "นายกรัฐมนตรี" และก็คงไม่มีอะไรผิดพลาด ในเมื่อสว. 250 คน ตบเท้าพร้อมใจไว้ล่วงหน้า ผลที่จะออกมาในช่วงต้นเดือนมิ.ย. ประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
...น่าสนใจระบบการทำงานระหว่างประมุขสองฝ่าย....
...หนึ่งคนเคยเป็นนายกฯคนที่20 สองสมัย ผู้เคยได้รับฉายาใบมืดโกนอาบน้ำผึ้ง เพราะตลอดระยะเวลาการเป็นผู้นำบริหารประเทศ และการทำหน้าที่ในสภา ลีลาลุ่มลึกในหลักการแฝงด้วยวาทกรรมเชือดเฉือนส.ส.มานักต่อนัก
และยิ่งมาเจอสภาสภายุคผสมพันธุ์หลากหลาย มีทั้งนักการเมืองรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ประดาพวกอยากลองของ ก็ต้องได้มือกฎหมายขั้นเทพที่มีประสบการณ์โชกโชนแบบนี้หล่ะในการคุมเกม
อยู่ในตำแหน่งสำคัญมากมาย แต่สำหรับครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก เพราะเป็นตำแหน่ง"ประธานสภาฯครั้งแรกในบปลายชีวิต"
....ส่วนอีกหนึ่งตามมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เคยเป็นผบ.ทบ. ด้วยบุคคลิกโผงผาง อารมณ์เดือดเป็นเอกลักษณ์ มีภาวะผู้นำกล้าตัดสินใจเข้ามายุติศึกความขัดแย้งทางการเมือง จนได้เป็น"หัวหน้าคสช." เป็นนายกฯ และกำลังเป็น"นายกฯ คนที่ 30"
ตลอดระยะเวลาห้าปีของการบริหารประเทศภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จริงอยู่ที่นโยบายต่างๆผลิดอกออกผลเป็นผลงานมากกมาย แต่ความรวดเร็วเหล่านั้นล้วนอาศัยเครื่องมือจากพลังวิเศษมาตรา 44 และมีสภาที่เป็นสภาแต่งตั้ง ปราศจากการตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างจริงจัง
ฉนั้นแล้ว หลังจากนี้จะไม่เหมือนก่อน สภาที่หนุนนำ"บิ๊กตู่" ด้วยจำนวนเสียงอันน่าหวาดเสียว และมีประธานสภา ที่ได้มาแบบมีชั้นเชิงของประชาธิปัตย์
...การเมืองคือเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์ให้ลงต้ว แต่การเมืองของ"พปชร." พรรคเกิดใหม่ที่อุดมด้วยนักการเมืองรุ่นเก่า นายทุนอุปถัมภ์แต่งแต้มด้วยสีลายพราง กลับเพิ่มความหมาย "คว้าอะไรได้ต้องคว้าไว้ก่อน ยอมอะไรได้ก็ต้องยอมไปก่อน"
ส่วนการเมืองของ"ปชป." คือ การเมืองอย่างมีชั้นเชิง มีศักดิ์ศรี รักษาเกียรติภูมิพรรค"อย่างน้อยก็ได้" บทท่องจำ"เอาไปพูดยันลูกบวช ปชป.คือพรรคที่ยึดถือระบบรัฐสภาเป็นที่ตั้ง นิติบัญญัติ -บริหาร แยกออกจากกัน
ทันทีที่ฝ่ายบริหาร และ นิติบัญญัติ เริ่มนับหนึ่งปฏิบัติหน้าที่บนเส้นทางเลือกที่ยากบรรจบ จึงเป็นทุกเวลานาทีที่"ชวน"ระทึกนัก







