
พระช่วยทั้งพระและโยม เมื่ออุทกภัยมาเยือน
มส.ได้มอบหมายให้พระพรหมเวทีกรรมการ มส. เป็นประธานช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัย เพราะมหาเถรสมาคม เป็นห่วงประชาชน พระเถรเณรชีลำบาก เพราะอุทกภัยในหลายจังหวัด
มส.ได้มอบหมายให้พระพรหมเวทีกรรมการ มส. เป็นประธานช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัย เพราะมหาเถรสมาคม เป็นห่วงประชาชน พระเถรเณรชีลำบาก เพราะอุทกภัยในหลายจังหวัด
โดย...สมาน สุดโต
พระอาจารย์ธีรวิทย์ ฉนฺทวิชฺโช วัดราชาธิวาส ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เกือบไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง เพราะต้องรับหน้าที่จัดการหลายอย่าง ตั้งแต่ออกข่าวประชาสัมพันธ์ทางวิทยุชุมชนของวัด คลื่นเอฟเอ็ม 104.25 เมกะเฮิรตซ์ เชิญชวนให้ประชาชนร่วมด้วยช่วยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่มีทั้งพระและประชาชนเดือดร้อน เมื่อมีผู้มาบริจาคก็ต้องมาให้ความสะดวก เมื่อรถของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาบรรทุกสิ่งของที่มีผู้บริจาค ก็จะต้องมาดูแลว่าควรบรรทุกสิ่งของประเภทอะไรไปก่อน บางวันเวลาฉันเพลเหลือเพียงน้อยนิด ต้องขอเว้นวรรคงานช่วยเหลือเพื่อไปฉันเพล จากนั้นก็มาลุยงานต่อ
เช่นเดียวกันกับชั้นล่างตำหนักพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในวัดราชาธิวาส ที่ตั้งสำนักงานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ที่มีพระเทพวิสุทธิกวี เป็นผู้กุมบังเหียน มีผู้ช่วยประสานงาน จัดซื้อ และทำบัญชีก็ไม่เคยว่าง เพราะมีผู้ติดต่อมาตลอดเวลาเพื่อบริจาคทั้งเป็นเงินและสิ่งของอุปโภคบริโภค
พระอาจารย์ธีรวิทย์ในวัย 32 ปี ใจเย็นมีเมตตา รับผิดชอบควบคุมและผลิตรายการวิทยุชุมชนของวัด บางครั้งต้องทำหน้าที่ดีเจอีกด้วย กระตือรือร้นในการงานที่รับผิดชอบเสมอ กล่าวว่า ศูนย์พิทักษ์ฯ ทำงานเพื่อส่วนรวม ทำงานให้ทั้งมหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
พระธรรมกิตติเมธี ในฐานะโฆษก มส. กล่าวว่า มส.มอบหมายให้พระพรหมเวทีกรรมการ มส. เป็นประธานช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัย เพราะมหาเถรสมาคม เป็นห่วงประชาชน พระเถรเณรชีลำบาก เพราะอุทกภัยในหลายจังหวัด ในขณะเดียวกันได้สั่งให้เจ้าคณะภาคดูแลพระสงฆ์และประชาชนในจังหวัดที่ถูกอุทกภัยอย่างทั่วถึง นอกจากนั้นมหาเถรสมาคมเองยังร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย DDTV โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อพระพุทธศาสนา ตั้งศูนย์รับบริจาคปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค รวมทั้งเครื่องไตรจีวร ข้าวสาร อาหารแห้ง ทั้งที่พุทธมณฑล และที่วัดราชาธิวาส ที่ตั้งศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
บทบาทศูนย์พิทักษ์ฯ
พระเทพวิสุทธิกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ บอกว่า ศูนย์พิทักษ์ฯ เริ่มทำการรณรงค์เชิญชวนประชาชนมาบริจาคผ่านสื่อต่างๆ หลายสื่อ ผ่านสถานีวิทยุ 104.25 MHz ของศูนย์พิทักษ์ฯ ร่วมกับ DDTV และ TV THAI TPBS และแจ้งผ่านช่อง 9 ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีประชาชนที่รับฟังและรับชมนำของมาบริจาคไม่ขาดสายมีมาทุกวัน ตั้งแต่ออกอากาศวันที่ 18 ต.ค. 2553
พระเถระที่บริจาครายใหญ่ คือ พระธรรมปริยัติเวที (สุเทพ) เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เจ้าคณะภาค 15 บริจาค 1 แสนบาท เน้นให้ซื้อมาม่าเท่านั้น
ของที่นำไปแจกนั้นเป็นของบริโภคสำหรับคน|ทั่วไปและพระสงฆ์ แม้ว่าจะใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการแจก แต่ 70% เป็นของที่ชาวบ้านที่เดือดร้อนมารับไปอีก 30% สำหรับพระสงฆ์ เช่น ผ้าไตรที่ได้รับมา และซื้อหาด้วยปัจจัยที่เขาบริจาคประมาณ 1,000 ไตร เครื่องสังฆทานจำนวนมาก
ช่วงแรกมุ่งไปวัดในภาคอีสาน เพราะเป็นจังหวัดที่พระสงฆ์และประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะประชาชนนั้นต้องมาพักอาศัยที่ศาลาวัดจำนวนหนึ่ง ทำให้เห็นคุณค่าและประโยชน์ของศาลาใหญ่ขึ้นมาทันที
พระเทพวิสุทธิกวี ยังเล่าว่า พระช่วยพระและช่วยประชาชนเสมอ ดังเช่นเจ้าคุณพระวิมลธรรมคณี วัดกระบี่น้อย เจ้าคณะจังหวัดกระบี่ ทันที่ทราบว่า จ.สงขลา ประสบอุทกภัย ส่งของกินของใช้ 1 คันรถบรรทุกมาช่วยทันที รถยังไม่ถึงสงขลา วัดของท่านที่กระบี่ ก็ถูกน้ำท่วม ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องไปให้ความช่วยเหลือที่กระบี่อีกต่อหนึ่ง
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ติดต่อกัน 2-3 วัน พระธรรมปริยัติโมลี วัดบพิตรพิมุข เจ้าคณะภาค 3 พระราชปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ รองเจ้าคณะภาค 3 ในนามมหาเถรสมาคม นำของไปช่วยเหลือประชาชนและพระสงฆ์ในเขตภาค 3 คือ ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี และสิงห์บุรี
ช่วยวัดน้ำท่วม
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรายงานว่า จากสภาวะอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2553 เป็นต้นมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 43 จังหวัด 230 อำเภอ 2,833 วัด บางวัดถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันหลายสัปดาห์ทำให้พระภิกษุสามเณรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 2 หมื่นรูป อาคารเสนาสนะได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และประชาชนหลายล้านคนได้รับความเดือดร้อน
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้ระดมการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนตลอดมา โดยได้จัดส่งสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วยผ้าไตรจีวร ข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรค ไปยังเจ้าคณะจังหวัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในพื้นที่ 21 จังหวัด ซึ่งมีวัด 1,772 วัด ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้แก่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี เพชรบุรี ปราจีนบุรี อุทัยธานี อ่างทอง นนทบุรี ชัยนาท ปทุมธานี และสุพรรณบุรี
การให้ความช่วยเหลือได้ดำเนินการดังนี้
ได้ประสานกับวัดกวิศราราม จ.ลพบุรี และหน่วยงานราชการในพื้นที่ นำสิ่งของไปช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนใน จ.ลพบุรี โดยมอบของที่ อ.บ้านหมี่ ประกอบด้วย ต.พุคา วัดหนองน้ำทิพย์ วัดสระตาแวว และวัดบ้านโคก และพื้นที่ ต.หนองทรายขาว วัดสระเตยน้อย วัดสระเตยใหญ่ วัดมะขามเฒ่า วัดเนินยาว และวัดบ้านคลอง ที่มีประชาชนรวมทั้งสิ้น 297 ครัวเรือน 744 คน ได้รับความเดือดร้อน และได้ถวายการช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยใน|พื้นที่อื่นๆ อีกประมาณ 100 วัด
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำและพนังกั้นน้ำบริเวณวัดพนัญเชิง ตรวจเยี่ยมราษฎรบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งนำสิ่งของไปช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและประชาชนในพื้นที่ โดยถวายที่วัดกษัตราธิราช ซึ่งเจ้าคณะอำเภอในพื้นที่ประสบอุทกภัย 17 อำเภอ (มหานิกาย 16 อำเภอ ธรรมยุต 1 อำเภอ) เป็นผู้รับมอบสิ่งของไปถวายวัดในพื้นที่ปกครองที่ประสบอุทกภัย จำนวน 406 วัด และมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่วัดหน้าต่างนอกในพื้นที่ ต.หน้าไม้ ต.กระแชง อ.บางไทร อีก 620 ครัวเรือน
ส่วนที่ยังให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึงนั้น ได้มอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปเยี่ยมและถวายการช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่นั้นๆ แล้ว
ในวันที่ 5 พ.ย. 2553 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ประสานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม (นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมาธิการฯ) พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมคณะผู้มีจิตศรัทธา และพระสงฆ์ 5 รูป ได้เดินทางไปถวายการช่วยเหลือวัด คณะสงฆ์และประชาชน ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี
แผนการฟื้นฟูหลังน้ำลด
จันทนา สุทธิเรืองวงศ์ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนาสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เดินทางไปถวายของแด่พระสงฆ์ที่ประสบอุทกภัยที่สิงห์บุรี ได้ให้เอกสารชี้แจงเรื่องที่จะทำหลังน้ำลด ว่า ในส่วนของอาคารเสนาสนะที่ได้รับความเสียหาย เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติจะได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง (คปอล.) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์) เป็นประธานกรรมการเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป
ขณะนี้สถานการณ์ในหลายพื้นที่ได้คลี่คลายแล้ว แต่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสำคัญๆ ยังคงมีน้ำท่วมขัง พระภิกษุสามเณรและประชาชนได้รับความเดือดร้อน และตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2553 เป็นต้นมา พายุดีเปรสชันได้พัดผ่านภาคใต้ทำให้พื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร วัดถูกน้ำท่วม ต้นไม้หักโค่นทับเสนาสนะพระภิกษุสามเณรได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีวัดที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัดมีถึง 757 วัด
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพระภิกษุสามเณรในพื้นที่ภาคใต้ในเบื้องต้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติระดมสิ่งของ ข้าวสาร อาหารสำเร็จรูป และเครื่องอุปโภค บริโภค ส่งไปถวายการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว
นอกจากนั้น พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เดินทางไปบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคและปัจจัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และอ่างทอง ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. 2553
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตาลัย ว.วชิรเมธี ชวนคนไทยร่วมทอดกฐินน้ำใจช่วยพระสงฆ์ประสบภัยน้ำท่วม
ท่านกล่าวว่าในวิกฤตการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดนั้น ส่งผลกระทบต่อความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่พอเพียงของอาหาร น้ำดื่มตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่ขาดแคลน รวมไปถึงพระภิกษุสงฆ์ และวัดต่างๆ จำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ส่วนมูลนิธิธรรมกาย โดยพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้จัดส่งถุงยังชีพ 1 คันรถสิบล้อ หรือจำนวนกว่า 2,000 ชุด ช่วยเหลือพระสงฆ์และผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.สงขลา ประกอบด้วย วัดศรีสว่างวงศ์ วัดโคกสมานคุณ วัดมหัตต มังคลาราม อ.หาดใหญ่, บ้านย่านยาว และชุมชนบางศาลา อ.คลองหอยโข่ง เพื่อเป็นกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ โดยมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบวัดเดินทางมารับของเป็นจำนวนมาก โดยได้รับความเมตตาจากพระปลัดพลกฤต กัลยาณธัมโม เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสงขลา มอบถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้าน
ทั้งหมดน้ี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระสงฆ์ช่วยพระด้วยกัน รวมถึงญาติโยมทั้งหลาย เมื่อภัยมา







