posttoday
สอยคิว-เป้าบินทองแน่ คาราเต้ขอแค่มีเหรียญ

สอยคิว-เป้าบินทองแน่ คาราเต้ขอแค่มีเหรียญ

07 พฤศจิกายน 2553

...ทีมข่าวกีฬา

 

วันนี้ขอว่าถึงกีฬาที่ไทยมีความหวังเหรียญทองในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 นี้ อีกสัก 2 ชนิดกีฬาก็แล้วกัน ซึ่งชื่อชั้นไทยเราไม่เป็นรองใครในเอเชีย จึงเชื่อว่าน่าจะช่วยทำให้เพลงชาติไทยดังกระหึ่มแดนมังกรแน่นอน แล้วปิดท้ายด้วยกีฬาต่อสู้ที่เราก็น่าจะมีเหรียญใดเหรียญหนึ่งติดมือกลับบ้านเช่นกัน

 

บิลเลียดและสนุกเกอร์

ศักดา รัตนสุบรรณ อุปนายกสมาคมบิลเลียดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กีฬาบิลเลียดและสนุกเกอร์มีให้ชิงชัยกันทั้งหมด 10 เหรียญทอง โดยคราวนี้เราตั้งเป้าเอาไว้อย่างน้อย 1 ทองในบิลเลียดประเภทคู่ จากผลงานเจ้าเก่า 2 สมัยล่าสุดอย่าง “รมย์ สุรินทร์” ประพฤติ ชัยธนสกุล ที่จับคู่กับ “วัช หาดใหญ่” ธวัช สุจริตธุรการ แต่เชื่อว่าคงไม่ง่ายแน่ ต้องลุ้นกันตัวโก่งเลยทีเดียว

“ครั้งนี้คงยากพอดู เพราะอายุของรมย์ปาเข้า 49 ปีแล้วด้วย แถมต้องเจอกับคู่ต่อสู้มือระดับโลกอย่าง อินเดีย และ สิงคโปร์ ก็เตรียมตัวมาดีแน่นอน ก็เลยยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง” เจ้าของฉายา “คิวทอง” กล่าว

ศักดา ยังเสริมอีกว่า ส่วนสนุกเกอร์นั้นในประเภทเดี่ยวบอกได้เลยว่าเจ้าภาพน่ากลัวที่สุด เนื่องจากส่งกระบี่มือ 1 “ไอ้ลูกระเบิด” ดิงจุนฮุย ดีกรีอันดับ 5 โลกลงโชว์พลังคิวเลยทีเดียว แม้ไทยเรามี “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม ที่เคยรั้งมือ 3 โลก แต่ก็เป็นเพียงแค่อดีตนานมาแล้ว เพราะตอนนี้ลงไปอยู่อันดับ 73 โลก แต่ก็ขึ้นอยู่กับโชควาสนาด้วย หากตอนแข่งขันจริงไม่ต้องเจอกับของแข็งในรอบแรกๆ ต๋องก็น่าจะมีเหรียญกลับบ้าน

ด้าน “เฮียฮง” สุนทร จารุมนต์ ผู้จัดการทีม กลับมั่นใจว่าผลงานน่าจะดีกว่านั้น เพราะตอนนี้นักกีฬาทุกคนมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม หลังได้เก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้

“ทีมสนุกเกอร์ของเรามี ‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ รัชพล ภู่โอบอ้อม, ‘เอฟ นครนายก’ เทพไชยา อุ่นหนู และ ‘แจ๊ค สระบุรี’ เดชาวัต พุ่มแจ้ง โดยต๋องจะลงชิงชัยประเภทเดี่ยวร่วมกับ เดชาวัต ที่คิวกำลังฮอตสุดขีด ผมเชื่อว่าน่าจะมีสักคนทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ซึ่งคู่แข่งขันสำคัญก็มี จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย ปากีสถาน และฮ่องกง ส่วนบิลเลียดยังคงได้ ‘รมย์ สุรินทร์’ ประพฤติ ชัยธนสกุล เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัยซ้อน และอินดอร์เกมส์อีก 2 หน ไปกับ ‘วัช หาดใหญ่’ ธวัช สุจริตธุรการ ก็น่าจะยังเป็นตัวเต็งอยู่ แต่ต้องระวัง อินเดีย สิงคโปร์ และ พม่า” เฮียฮง กล่าว

นอกจากนี้ ผู้จัดการทีมสอยคิวไทยยังเผยว่าอาจมีเซอร์ไพรส์เหรียญใดเหรียญหนึ่งจาก “น้องจูน ร่มเกล้า” นิชา ปฐมเอกมงคล ในประเภทสนุกเกอร์ 6 แดงบุคคลหญิง เพราะล่าสุดเพิ่งโชว์ทำเบรก 117 แต้มตอนฝึกซ้อมจนทึ่งกันเป็นแถว

ด้าน รมย์ เอง ก็มั่นใจพอสมควรกับการลุ้นเหรียญทองสมัยที่ 3 หลังรู้ผลการจับสลากประกบคู่ออกมา แม้ดูจากสายตาจะถือว่าหนักเหมือนกัน แต่นักกีฬาบิลเลียดทุกคนต้องเจอกันอยู่แล้ว ไม่ว่ารอบไหน

“รอบแรกเจอฟิลิปปินส์ไม่น่ามีปัญหา โดยจะหนักในรอบสองเจออินเดีย แต่ก็เชื่อว่าถ้าเอาชนะได้ โอกาสที่จะเข้ารอบชิงชนะเลิศก็มีสูง และถ้าถึงรอบชิงฯ ผมมั่นใจว่าน่าจะคว้าเหรียญทองได้อีกครั้ง ส่วน วัช หาดใหญ่ ถ้าผ่านสิงคโปร์ในรอบแรกได้ ก็มีโอกาสคว้าเหรียญทองเช่นกัน” เจ้าของฉายา “ก้มเป็นลง” กล่าว

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาโดยตลอด เฮียฮงจึงประกาศอัดฉีดให้นักสอยคิวไทย เหรียญทอง 2 แสนบาท เหรียญเงิน 5 หมื่นบาท และเหรียญทองแดง 2 หมื่นบาท นอกเหนือจากที่รัฐบาลประกาศไว้

 

ยิงเป้าบินยิงปืน

ไทยเราส่งนักยิงเป้าบินเข้าร่วมชิงชัย 10 คน โดยตั้งเป้าไว้ที่ 2 เหรียญทอง และอาจมีอีก 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง พ่วงมาด้วย

แน่นอนว่าเหรียญทองแรกที่เราหวังอย่างมาก ต้องจากฝีมือของ “น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ซึ่งเชื่อว่าแฟนกีฬาชาวไทยต่างรู้จักกันดีเป็นแน่ เพราะเธอเกือบคว้าเหรียญจากการแข่งขันยิงเป้าบินให้ทัพนักกีฬาไทยใน โอลิมปิก 2008 หรือ ปักกิ่งเกมส์ มาแล้ว แต่ต้องชวดไปอย่างเฉียดฉิวด้วยการคว้าอันดับ 5 แต่ครั้งนี้น่าจะพลาดยาก และสงสัยจะเป็นเหรียญทองซะด้วย

สุธิยาจะลงแข่งในประเภทสกีต บุคคลหญิง โดยพกดีกรีมือ 2 เอเชียไปด้วย และความแม่นนั้นกำลังเบียดแย่งมือ 1 กับนักกีฬาเจ้าภาพอยู่ด้วย แต่จากการไปซุ่มเก็บตัวฝึกซ้อมยังต่างประเทศกับโค้ชคู่ใจ แจน เฮนริก ไฮน์ริช แล้วเพิ่งเดินทางกลับมา ทำให้มีความมั่นใจในการไล่ล่าเหรียญทองให้ทัพนักกีฬาไทยในกว่างโจวเกมส์

ส่วนอีก 1 เหรียญทอง น่าจะเป็น “น้องเจน” เจนจิรา ศรีสงคราม ในประเภทดับเบิลแทร็ป บุคคลหญิง ซึ่งเป็นเจ้าของเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ประเทศกาตาร์ หรือโดฮาเกมส์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งคู่แข่งที่สำคัญของทั้ง สุธิยา และ เจนจิรา ก็คือ จีน และ ไต้หวัน

น้องเจนได้ออกเดินทางไปที่กว่างโจวเป็นคนแรกของกีฬายิงเป้าบิน พร้อมด้วย พิศมัย อัคนิบุตร ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมยิงเป้าบินฯ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อไปฝึกซ้อมและปรับสภาพร่างกายก่อน เนื่องจากสนามแข่งห่างจากเมืองกว่างโจวประมาณ 200 กม.

“เจนต้องการจะไปฝึกซ้อมก่อน จึงขอเดินทางไปล่วงหน้าเกือบ 2 อาทิตย์ โดยมีเป้าหมายต้องการทำผลงานให้ดีที่สุด ยังไงไม่ให้ต่ำกว่าครั้งที่แล้ว แต่ก็ยอมรับว่า ‘เจ้าภาพ’ จีน น่ากลัวที่สุด” เจนจิรา กล่าว

ส่วนนักกีฬาที่เหลือจะทยอยเดินทางกันไปดังนี้ วันที่ 12 พ.ย. ประเภทแทร็ปชายหญิง พร้อมด้วย นภาพร บุณโยภาส ผู้จัดการทีมเป้าบินไทย วันที่ 15 พ.ย. ประเภทดับเบิลแทร็ปชายหญิง ส่วนน้องณีจะออกเดินทางไปพร้อมโค้ชในวันที่ 17 พ.ย. และปิดท้ายด้วย วันที่ 18 พ.ย. ประเภทสกีตชายหญิง ที่เหลือ

โปรแกรมการแข่งขันยิงเป้าบิน มีดังนี้ วันที่ 1819 ต.ค. ประเภทแทร็ป วันที่ 21 ต.ค. ประเภทดับเบิลแทร็ป และวันที่ 2324 ต.ค. ประเภทสกีต

ด้านสมาคมยิงปืนฯ นั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ามีปัญหาภายในมากมายมาโดยตลอด ตั้งแต่ผู้บริหารสมาคมจนไปถึงตัวนักกีฬาฝ่ายชาย ซึ่งไม่อยากไปลงรายละเอียดด้วย แต่เชื่อว่าส่งผลให้ขวัญกำลังใจกระเจิงกันหมดเลยทีเดียว

ความหวังเหรียญทองคราวนี้จึงน่าจะมาจากฝ่ายหญิง โดย ธัญญลักษณ์ โชติพิบูลศิลป์ เจ้าของเหรียญทองปืนยาวท่านอนทีมหญิง และเหรียญเงินปืนยาวท่านอนบุคคลหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่แล้ว ส่วนที่เหลือหากมีเหรียญใดเหรียญหนึ่งติดมือกลับบ้านก็ถือว่าเกินเป้าแล้ว

“นักกีฬาชุดนี้ส่วนใหญ่มาจากชุดซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมาซึ่งลาวเป็นเจ้าภาพ ความหวังของทัพยิงปืนไทยคือทีมหญิง ในประเภทปืนยาวและปืนสั้น เราตั้งเป้าไว้ที่ 1 ทอง 1 เงิน สิ่งที่น่ากังวลคือสภาพอากาศ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนของผลงานนักกีฬา ช่วงนี้อากาศที่จีนคงหนาวมาก และเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่ก็หวังว่านักกีฬาของเราคงพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้” จันทรัศม์ เธียรฐิติธัช รองเลขาธิการสมาคมยิงปืนฯ กล่าว

คาราเต้โด

แม้อาจไม่ใช่เหรียญทอง แต่คาราเต้โดของไทยเรามีลุ้นเหรียญใดเหรียญหนึ่งแน่นอน ซึ่งส่งเข้าร่วมชิงชัย 3 คน คือ หิรัญนิธิชัชพล สารธรรม (ต่อสู้ น้ำหนักไม่เกิน 55 กก.) วรพล เกื้อผล (ต่อสู้ น้ำหนักไม่เกิน 67 กก.) และ “น้องปุ้ย” ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา เจ้าของเหรียญทอง ซีเกมส์ ครั้งที่ 2324 และเหรียญทองแดง ครั้งที่ 25 (แข่ง 2 รายการ ต่อสู้, ท่ารำ รุ่นน้ำหนัก 50 กก.)

นักกีฬามีเวลาในการเตรียมตัวไม่มากนัก แต่ในช่วงโค้งสุดท้ายได้โค้ชจากญี่ปุ่นมาช่วยสอนอยู่ 2 เดือนเต็ม ทำให้นักกีฬาทั้ง 3 คน มีโอกาสลุ้นเหรียญมากขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจับสลากแบ่งสายด้วยว่าจะต้องเจอกับคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ โดยเฉพาะเวียดนาม จึงตั้งเป้าไว้ที่ 1 เหรียญ แต่ไม่กำหนดชนิดเหรียญ

“โค้ชจากญี่ปุ่นมาอยู่กับเรา 2 เดือนเต็ม เพื่อเน้นเรื่องการบุก การจับ ระยะระหว่างเรากับคู่ต่อสู้ เนื่องจากสรีระคู่แข่งสูงกว่า หากเราไม่ใช้การเข้าออกให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจะเสียโอกาสได้ เด็กเราทั้ง 3 คนถือว่าสมบูรณ์ 90% แต่ใจเกินร้อยแน่ ทำให้ต่างก็มีโอกาสลุ้นเหรียญ แต่ไม่อยากระบุว่าเหรียญอะไร เดี๋ยวจะสร้างความกดดันให้นักกีฬา” จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี นายกสมาคมคาราเต้ฯ กล่าว

ด้านญาณิศาก็ยืนยันตอนนี้ร่างกายฟิตเปรี๊ยะ ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน และหวังถึงเหรียญทองในประเภทต่อสู้เลยทีเดียว ซึ่งน่าจะมีโอกาสมากกว่าประเภทท่ารำ

“ต้องตั้งความหวังไว้สูงๆ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง แต่จะได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง ปุ้ยจะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องสมาธิจะต้องไม่วอกแวก เพราะสมาธิเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันด้วย” น้องปุ้ย กล่าว โดยคาราเต้โดจะแข่งขันวันที่ 2426 พ.ย.นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท