
ยูเนสโกกับเอไอ
ประเทศไทยเรื่องปากท้องสำคัญก็จริง แต่เรื่องการพัฒนาคนไทยสู่โลกยุคเอไออย่างจริงจังอาจจะเป็นทางแก้ปัญหาปากท้องของคนไทยก็ได้
ประเทศไทยเรื่องปากท้องสำคัญก็จริง แต่เรื่องการพัฒนาคนไทยสู่โลกยุคเอไออย่างจริงจังอาจจะเป็นทางแก้ปัญหาปากท้องของคนไทยก็ได้
****************************
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันนวัตกรรมชุมชนอัจฉริยะ และ อธิการบดี สจล.
เมื่อต้นเดือน มี.ค. ผมและทีมผู้นำมหาวิทยาลัยไทยได้เข้าร่วมประชุมครั้งสำคัญ ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เรื่อง “เอไอกับการศึกษา” โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,200 คนจากทุกทวีปทั่วโลก
เมื่อคิดถึงยูเนสโกคนไทยมักจะนึกถึงงานด้านวัฒนธรรมและเรื่อง “มรดกโลก” แต่ที่จริงยูเนสโกคือองค์กรการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งชื่อก็บอกว่ามีภารกิจทางการศึกษาและวิทยาศาสตร์เป็นจุดเด่นชูโรงไม่แพ้งานด้านวัฒนธรรม
การประชุมครั้งนี้เริ่มต้นด้วย ออดรีย์ อาซูเลย์ สาวชาวฝรั่งเศส เลขาธิการยูเนสโก กล่าวเปิดด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่าโลกการศึกษายุคใหม่ คือโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ โดยขอให้สังคมโลกต้องร่วมกันแลกเปลี่ยนหรือแชร์ข้อมูลกันให้มากที่สุด เพื่อพัฒนาเชิงคุณค่าจากเทคโนโลยีเอไอและอย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ตามด้วยผู้บริหารแผนกเอไอจากไอบีเอ็มบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ของโลกที่มาตอกย้ำว่าเทคโนโลยีอัลกอรึทึม เอไอ ยุคปัจจุบันก้าวหน้าอย่างมหัศจรรย์ จากคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็มดีฟบลูที่เคยชนะนักหมากรุกแชมป์โลกตลอดกาลชาวรัสเซีย ในเกมหมากรุกบันลือโลกระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์จนเป็นข่าวใหญ่เมื่อ 20 ปีก่อน มาจนถึงคอมพิวเตอร์แอลฟาโกะของค่ายกูเกิลที่ชนะเกมหมากล้อมแชมป์โลกจากจีน ซึ่งถือว่ายากสุดๆ เพราะมีความเป็นไปได้นับล้านกระบวนวิธีเล่น
และล่าสุดคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็มวัตสันก็มาชนะเกมโชว์ทายคำของสถานีโทรทัศน์อเมริกา ที่สามารถเชื่อมโยงเพื่อหาคำตอบอันสุดแสนซับซ้อนได้ พิสูจน์ว่าไม่มีปัญหาใดในโลก ที่ปัญญาประดิษฐ์เอไอจะแก้ไขไม่ได้ หากมีข้อมูลให้เรียนรู้มากพอ ดังนั้นผู้นำของไอบีเอ็มจึงย้ำว่า วันนี้ความท้าทายไม่ใช่เรื่อง “ความเป็นไปไม่ได้” ของเอไออีกต่อไป แต่เป็นเรื่อง “การสร้างประโยชน์” แก่สังคมโลกมากกว่า ยังมีวิทยากรรับเชิญมาจากทุกมุมโลกที่ต้องตะลึง คือ รัฐมนตรีว่าการ “กระทรวงความมั่นคงเอไอ” ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่แสดงวิสัยทัศน์ขอเป็นผู้นำด้านรัฐบาลเอไอ ประเทศแรกของโลกในอีก 5 ปี เพื่อช่วยในการบริการประชาชนผู้มาใช้บริการของรัฐทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารจากบริษัทผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีนมาร่วมด้วย วัยไม่ถึง 40 ปีแต่โชว์วิสัยทัศน์แบบฝรั่งยังสู้ไม่ได้ เรื่องอนาคตเอไอที่กำลังเป็นปัจจัยที่ประชาชนขาดไม่ได้ ตั้งแต่ตื่นนอน
รับประทานข้าว ทำงาน ทำธุรกิจ ติดต่อราชการ และข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้าจะมีมากเกินพอที่จะทำให้คอมพิวเตอร์เอไอเรียนรู้จนฉลาดกว่ามนุษย์ จนไม่ต้องถามอีกแล้วว่าไอเอจะทำงานแทนคนได้หรือไม่
ที่น่าสนใจคือยูเนสโกได้เชิญครอบครัวคนอเมริกัน พ่อ แม่ และลูกชาย ลูกสาว ขึ้นมาพูดทีละคนเรื่อง “ครอบครัวเอไอ” ให้เห็นว่าทั้งครอบครัวทำกิจกรรมกันด้วยเทคโนโลยี เพราะลูกเรียนหนังสือออนไลน์ได้ พ่อกับแม่ก็มีอาชีพอิสระ ทำงานที่บ้านได้ การจัดการบ้านก็ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เอไอประเมินคุณภาพการเรียนรู้ของลูกก็ด้วย เอไอที่สามารถเปรียบเทียบกับเด็กทั่วโลกได้ ทุกสิ่งอย่างจบในบ้าน จึงมีเวลาร้องเพลง พักผ่อนร่วมกัน เห็นภาพชัด
ผมและทีมไทยแลนด์จึงได้แต่อ้าปากค้างและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “วันนี้ประเทศไทยกำลังจะตกเวทีโลก” หากเราไม่มุ่งมั่นพัฒนาคนด้านเอไออย่างจริงจัง เด็กไทยกำลังจะเสียโอกาส ไทยกำลังจะเป็นสังคมตั้งรับ เป็นแค่ผู้ซื้อ ผู้บริโภค ไม่ใช่ผู้นำ ผู้คิด ผู้ผลิต ผู้ขายที่มีรายได้สูง
ประเทศไทยเรื่องปากท้องสำคัญก็จริง แต่เรื่องการพัฒนาคนไทยสู่โลกยุคเอไออาจจะเป็นทางแก้ปัญหาปากท้องของคนไทยก็ได้
******************************
ภาพ เอเอฟพี







