
หงส์สยายปีกรับสิงห์บลู
ศึกซูเปอร์ซันเดย์ วันที่ 7 พ.ย. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของจ่าฝูง “สิงห์บลู” เชลซี ที่เดินทางไกลจากเมืองหลวง หมายฝากแค้นซ้ำรอยให้ลูกหงส์....
ศึกซูเปอร์ซันเดย์ วันที่ 7 พ.ย. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของจ่าฝูง “สิงห์บลู” เชลซี ที่เดินทางไกลจากเมืองหลวง หมายฝากแค้นซ้ำรอยให้ลูกหงส์....
โดย.....เซียนหมึก
ศึกซูเปอร์ซันเดย์ วันที่ 7 พ.ย. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของจ่าฝูง “สิงห์บลู” เชลซี ที่เดินทางไกลจากเมืองหลวง หมายฝากแค้นซ้ำรอยให้ลูกหงส์ของป๋ารอย ฮอดจ์สัน ที่กำลังฟื้นตัวจากสภาวะอันเลวร้าย ขึ้นพรวดจากโซนแดงอันตราย ชนะ 2 นัดรวดมาได้อย่างเฉียดฉิว โดยเฉพาะลีลาตอกลูกส้นของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ผ่านให้ แมกซี โรดริเกซ ฉีดยาเข้าประตูพลิกชนะ โบลตัน เรียกขวัญกำลังใจจากชาวเดอะค็อปเริงร่าขึ้นมาทันทีทันใด
ภาพรวมของเหล่านักเตะหงส์ที่ผ่านมา เริ่มมีความแน่นอนในการต่อบอล แต่ยังขาดความต่อเนื่องในการจบสกอร์ แนวรุกยังไม่ลงตัว ยิ่งสตีเวน เจอร์ราด ออกอาการบู่มาตลอด เช่นเดียวกับแนวรับ เจมี คาร์ราเกอร์ ที่พลาดบ่อยครั้ง คราวนี้ต้องสู้กับทีมใหญ่คู่แค้นอย่างสิงห์บลู ที่เพียบพร้อมด้วยแนวรุก มีลีลาการเล่นเบียดแล้วบดโยกแล้วโยน โดยเฉพาะสามประสานอันตรายอย่าง ดิดิเยร์ ดรอกบา, นิโคลาส์ อาเนลกา และ ฟลอรองต์ มาลูดา นำทัพสิงห์บุกเข้าถึงถิ่น เสริมด้วยแดนกลางและแนวรับที่มีนักเตะล่ำบึ๊กและกำยำคอยสกัดการจู่โจมของเหล่าหงส์ จนน่าจะแผ่วปลายร่วงลงเสียแต้มให้แก่กุนซือคาร์โล อันเชลอตติ นำชัยกลับกรุงลอนดอนเช่นฤดูกาลที่ผ่านมา
คู่เปิดสนามวันเสาร์ที่ 6 พ.ย. “เดอะทรอตเตอร์” โบลตัน วันเดอเรอร์ เปิดรีบอค สเตเดียม รอปลอบขวัญ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ส ที่พลาดท่าเสียทีให้แก่ปีศาจแดงในนัดที่ผ่านมา แต่กำลังใจของฝูงไก่กลับมาเพียบ หลังจากที่สยบ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ด้วยลีลาพลิ้วไหวดุจพญาวานรของ แกเรธ เบล วิ่งหลอกแล้วส่งผ่านให้ตัวหน้าซัดประตูคู่แข่ง จนเป็นที่หมายปองของหลายทีมใหญ่ ส่วนลูกทีมของ โอเวน คอยล์ ทั้ง โยฮัน เอลมานเดอร์ และเควิน เดวีส์ เป็นตัวหน้าอันตรายที่ขึ้นหน้าพังประตูคู่แข่งได้ทุกโอกาส มาคราวนี้คงสร้างความหนักใจให้ สเปอร์ส เช่นเคย เกมน่าจะออกมาคู่คี่สูสี ก่อนที่ลูกทีมไก่เดือยของ “จ่าเฉย” แฮร์รี เรดแนปป์ จะเฉือนเก็บชัยได้ในที่สุด
คู่เปิดเกมวันอาทิตย์ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดป้อมปราการ เอมิเรตส์ สเตเดียม รอรับฝูง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่โบยบินโฉบมาจากแดนอีสานพร้อมลมหนาวเย็น สลัดขนนัดที่แล้วจิก ซันเดอร์แลนด์ อย่างยับเยิน มาคราวนี้นกเควิน โนแลน และนกโชลา อเมโอบี ยังจะแผลงฤทธิ์ต่อเนื่อง เมื่อปะทะกับแนวฐานหลังของปืนใหญ่ แต่ต้องคอยระวังการสวนกลับเร็ว นำโดย เชส ฟาเบรกาส, ซาเมียร์ นาสรี และ ธีโอ วัลคอตต์ ที่เตรียมกระสุนปืนเล็งส่อง หวังกระหน่ำยิงสอยเจ้าสาลิกาให้ร่วงลงดินอย่างเช่นในเกมคาร์ลิง คัพ ที่ผ่านมา แต่ด้วยศักดิ์ศรีของแชมป์ลีกแชมเปียนชิพ ที่ผงาดขึ้นมาปะทะรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก สาลิกาดงคงไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้ยิงแต่ฝ่ายเดียว ขอโฉบลงตีเดอะกันเนอร์สอย่างเมามันส์ สุดท้ายแล้ว อาร์แซน เวงเกอร์ คงรอดตัวเก็บ 3 แต้มรักษาตำแหน่งรองจ่าฝูงต่อไป
******************************
หงส์สยายปีกหรือพ่ายสิงห์?
โดย.....เซียนน้อยเจ้าปัญญา
เริ่มกันสัปดาห์นี้ ผมขอเชิญชวนแฟนๆก่อนลงสนาม มาช่วยกันบริจาคสิ่งของ เงินทองที่บางท่านอาจจะพอมีเหลือใช้ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกันด้วยนะครับ
กลับมาพูดถึงศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ หลังจากไปแข่งฟุตบอลสโมสรยุโรปกันมา คู่เอกประจำสัปดาห์นี้ เป็นศึกซูเปอร์ซันเดย์ ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี หลังจากที่เมื่อเดือนก่อน เจ้าบ้านได้ลงไปสำรวจโซนท้ายตารางมา 2 สัปดาห์ ผลงานก็กระเตื้องขี้น ชนะมา 2 นัดติด ด้วยการเฉือน แบล็กเบิร์น และ โบลตัน มาหวุดหวิด กระโดดขี้นมาอยู่อันดับ 13 มี 12 คะแนน แผงหลังเริ่มเล่นด้วยความเข้าใจกันมากขี้น ไม่พลาดง่ายๆ การประสานงานของกองกลางก็เริ่มดีขึ้น ยอดศูนย์หน้าอย่าง เฟอร์นานโด ตอร์เรส ก็เริ่มเคาะสนิมที่จับอยู่ ทั้งยิงทั้งจ่ายได้ดีขึ้น ทำให้เริ่มกลับมาเป็นเครื่องจักรสีแดงเครื่องเดิม
ส่วนทีมเยือน “แชมป์เก่า” เชลซี ยังครองจ่าฝูงแบบไม่ให้ใครเข้าใกล้ มีแต้ม 25 คะแนน ทีมนี้เล่นด้วยกันมานานหลายปี เรื่องของการรู้ใจกันในทีมยิ่งกว่าผัวเมียบ้านเดียวกันอีก จังหวะจะโคนของทีมก็ไม่แพ้ใคร ยิ่งเกมนี้ได้ข่าวว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เจ็บไปนาน จะกลับมาเล่นได้ ก็ยิ่งทำให้เหมือนสิงห์ติดปีกกันไปใหญ่
อย่างไรก็ดี เกมนี้เล่นในถิ่นของหงส์ ซึ่งไม่ยอมให้ใครมาแย่งเดินเดียวดาย นอกจากพวกตัวเอง จะส่งเสียงเชียร์กันกระหึ่มสนามเป็นแน่ บวกกับฟอร์มของหงส์เริ่มดีขึ้น คาดว่าน่าจะเบียดสู้กับแชมป์เก่าได้สูสี และแบ่งแต้มกันไปอย่างสนุกตื่นเต้น
คู่ต่อมาเป็นการโม่แข้งกันในวันเสาร์ระหว่างรองแชมป์เก่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอล์ด แทรฟฟอร์ด รอหลอกหลอนรองบ๊วย “หมาป่า” วูล์ฟ แฮมป์ตัน เจ้าบ้านรั้งอันดับ 3 แถมผลงานในบ้านถือว่าแหล่มเลย เก็บได้ถึง 13 จาก 15 คะแนนเต็ม กองหน้าในตอนนี้ถือว่าลงตัวมาก ไม่ว่าจะเป็น เบอร์บาตอฟ หรือขวัญใจแม่ยกคนใหม่ ชิชาร์ริโต เฮอร์นันเดซ ผลัดกันเข้าทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง เสียดายที่นานี่เจ็บจากเกมแชมเปี้ยนลีกเมื่อกลางสัปดาห์ไป เลยไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ ส่วนทีมเยือนนัดที่แล้วโชว์ฟอร์มได้สะใจท่านรอง ด้วยการพลิกชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้อย่างสนุก อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นปีศาจแดงคงไม่ยอมให้หมาป่ามากัดผีในบ้าน แต่คงจะหลอกหลอนจนหมาป่าหอนไม่ออก และต้องวิ่งกลับรังหมาป่าไปอย่างสะบักสะบอม
ปิดท้ายด้วยเกมในวันอาทิตย์ “เดอะ แบ็กกี้ส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เปิดรังเดอะ ฮอร์ธอร์นส รับแขกอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้ง 2 ทีมอยู่ในโซนหัวตาราง และเพิ่งจะแพ้มาในนัดล่าสุดทั้งคู่ ทำให้แต้มยังไล่เลี่ยกัน เจ้าถิ่นน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ฟอร์มในบ้านแจ่มมาก ยังไม่เคยแพ้ใคร โดยชนะ 3 เสมอ 2 ส่วนทีมเยือนฟอร์มผีเข้าผีออก มีทั้งชนะทีมแข็ง แพ้ทีมอ่อน แถมยังมีทั้งปัญหาภายในระหว่างกุนซือกับนักเตะด้วย แต่ด้วยแข้งระดับโลกของทีมเรือใบ และคงไม่ยอมเสียแต้มง่ายๆ อีกแล้ว น่าจะรวมพลังกันเบียดชนะเจ้าถิ่นไปได้







