
หวังหยิบเหรียญประวัติศาสตร์สวิงไทย
หากใน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 หรือ กวางโจวเกมส์ 2010 ที่จีน ระหว่างวันที่ 12-27 พ.ย.นี้ ใครสามารถคว้าเหรียญมาได้ นั่นหมายถึงสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกอล์ฟไทยเลยทีเดียว
หากใน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 หรือ กวางโจวเกมส์ 2010 ที่จีน ระหว่างวันที่ 12-27 พ.ย.นี้ ใครสามารถคว้าเหรียญมาได้ นั่นหมายถึงสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกอล์ฟไทยเลยทีเดียว
โดย...ทีมข่าวกีฬา
ไม่น่าเชื่อว่า ไทยเรายังไม่เคยสัมผัสเหรียญหนึ่งเหรียญใดจากกีฬากอล์ฟในศึกเอเชียนเกมส์ได้เลย ทั้งที่ช่วงหลังมานี้บ้านเราผลิตนักสวิงคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง
และหากใน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 หรือ กวางโจวเกมส์ 2010 ที่จีน ระหว่างวันที่ 12-27 พ.ย.นี้ ใครสามารถคว้าเหรียญมาได้ นั่นหมายถึงสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกอล์ฟไทยเลยทีเดียว
แน่นอนผู้รับผิดชอบเต็มๆ ในครั้งนี้ หนีไม่พ้น “บิ๊กรัง” รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งดูจะมั่นใจมากว่าคราวนี้มีเหรียญติดมือกลับบ้านแน่นอน แม้ว่าทีมชาติไทยจะขาดตัวผู้เล่นไป 1 คน เพราะส่งรายชื่อไม่ทัน
กวางโจวเกมส์ จะมีชิงชัยกัน 4 เหรียญทอง จากประเภทบุคคลชาย, บุคคลหญิง, ทีมชาย และ ทีมหญิง โดยจะดวลกัน ณ สนามดรากอน เลก กอล์ฟ คลับ วันที่ 17-20 พ.ย. ซึ่งไทยส่งเข้าร่วมแข่งขัน 6 คน เป็น ชาย 3 หญิง 3 คน
ฝ่ายชาย ประกอบด้วย วศิน ศรีภัทรานุสรณ์, ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์, อรรถชัย ใจฉลาด ทั้งที่ได้สิทธิ์ 4 คน แต่หลังจาก อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ถูกตัดออกจากทีม เราส่งชื่อผู้เล่นใหม่แทนไม่ทันตามกำหนดเวลา
ส่วนฝ่ายหญิง ได้แก่ ธิฎาภา สุวัณณะปุระ, เอรียา จุฑานุกาล, จารุพร ปาลกวงษ์ ณ อยุธยา
“ทุกครั้งที่ส่งนักกอล์ฟไทยไปแข่งขัน ผมต้องตั้งเป้าคว้าเหรียญให้ได้ และต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกอล์ฟไทย เพราะยังไม่เคยได้เหรียญเอเชี่ยนเกมส์เลย คงไม่ขอเฉพาะเจาะจงว่าจะได้เหรียญอะไร แต่เชื่อว่ามีความหวังแน่โดยเฉพาะในประเภททีม แม้ทีมชายเจอปัญหาขาดผู้เล่นไปคนหนึ่ง แต่ไม่น่ามีปัญหา เพราะคนที่เหลืออยู่ต่างก็มีฝีมือดีทั้งนั้น และยิ่งมีความตั้งใจมากขึ้นกว่าเดิมอีก สำหรับคู่แข่งที่น่ากลัวทั้งชายและหญิง น่าจะเป็น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน รวมทั้งม้ามืดอย่าง “เจ้าภาพ” จีน และ อินเดีย" นายกสวิงไทย กล่าว
ตอนนี้สวิงทีมชาติไทยทั้ง 6 คน กำลังเก็บตัวอยู่ที่สนามสยาม คันทรี คลับ โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี โดยมี โค้ชเจอร์รี นอร์ควิซ และ แอนดรู พิทซ์ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งฟอร์มการเล่นทุกคนกำลังดีทีเดียว แถมยังกำลังใจดีอีกด้วย โดยจะเดินทางไปจีน วันที่ 11 พ.ย.นี้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ หลังจากนั้นก็จะลงฝึกซ้อมที่สนามแข่งจริงคือ ดรากอน เลก ในวันที่ 15-16 พ.ย. เพื่อทำความคุ้นเคยกับสนาม เพราะคงยากพอสมควร เนื่องจากอยู่เชิงเขา และ
กรีนเร็วด้วย
ด้าน “เจ” วศิน ดีกรีเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งล่าสุด ที่ถือเป็นพี่ใหญ่และตัวความหวังในประเภทบุคคล ก็มีความมั่นใจเช่นกัน
“ผมยังต้องปรับปรุงเรื่องพัตต์อีกเล็กน้อย ส่วนวงสวิงนั้น หลังผ่านการฝึกซ้อมมา ก็ถือว่าพร้อมแล้ว ส่วนเรื่องความกดดันที่ต้องลงแข่งแค่ 3 คน คงจะไม่มี เพราะทุกคนใจเกินร้อย เนื่องจากเคยผ่านประสบการณ์ระดับนานาชาติมาพอสมควรแล้ว เชื่อว่าหากทุกคนในทีมต่างทำเต็มที่ ก็น่าจะสามารถคว้าเหรียญมาครองได้” วศิน กล่าว
ขณะที่ทีมหญิง “จูเนียร์” ธิฎาภา ที่ฟอร์มดีสุดน่าจะเป็นตัวบุกทำแต้ม โดยมี “เม” เอรียา จะเป็นตัวสอดแทรกให้กับทีม ส่วน จารุพร เป็นตัววางกันไว้ในกรณีที่ 2 คนแรกทำแต้มไม่ได้
เชื่อว่าสวิงไทยคงถึงเวลาสร้างชื่อในเอเชียนเกมส์ซะที หลังจากโปรของเราประสบความสำเร็จมากมายในศึกเอเชียน ทัวร์ จนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เกรงขามในภูมิภาคนี้







