posttoday
สภาวธรรมทางจิต...ผลจากการภาวนาคำถามจากชาวพุทธในอินเดีย (ตอน๔)

สภาวธรรมทางจิต...ผลจากการภาวนาคำถามจากชาวพุทธในอินเดีย (ตอน๔)

02 พฤศจิกายน 2553

ปุจฉา : ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าเคยปฏิบัติภาวนาประมาณ ๖๗ ชั่วโมง แต่ปัจจุบันนี้ได้ยุติแล้ว

ปุจฉา : ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าเคยปฏิบัติภาวนาประมาณ ๖๗ ชั่วโมง แต่ปัจจุบันนี้ได้ยุติแล้ว

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าเคยปฏิบัติภาวนาประมาณ ๖๗ ชั่วโมง แต่ปัจจุบันนี้ได้ยุติแล้ว ข้าพเจ้าสัมผัสถึงพลังบางอย่าง (Sense) ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ และรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังบีบ/กดศีรษะอยู่และรู้สึกหนัก บางครั้งก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้นในศีรษะ ช่วงหลังมานี้ข้าพเจ้าจะรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเข้าไปในปากของข้าพเจ้าเวลาที่นั่งสมาธิ แล้วเวลาที่ข้าพเจ้าไปเยี่ยมเยียนผู้ปฏิบัติอื่นๆ ก็จะรู้สึกว่าโดนพลังที่มองไม่เห็นเหล่านั้นเข้ามา Attack แล้วร่างกายของข้าพเจ้าก็จะเริ่มหมุน

ปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตัวเองสุขภาพไม่ดี ไม่ค่อยสบาย และอ่อนเพลีย ไม่ทราบว่ามีทางแก้ไขอย่างไรคะ?

โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วย กรุณานำข้อความเหล่านี้กราบเรียนกูรูจีด้วยค่ะ ข้าพเจ้าจะรอคำตอบจากท่าน กรุณาตอบกลับโดยเร็วที่สุด...

นางวันทนา ซิมังค่า

วิสัชนา : จากที่อาตมากล่าวบรรยายมา เพื่อให้เห็นโครงสร้างเส้นทางของจิตวิถี บนหลักการปฏิบัติเจริญจิตภาวนา ซึ่งมีการยกระดับสมาธิ สู่ องค์รูปฌาน ดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อจะนำมาสู่การวิสัชนาธรรมโยมวันทนา อุบาสิกาจากชมพูทวีป ที่มีจดหมายตามมาถามถึงประเทศไทย ด้วยอาการที่เกิดจากสภาพกายสังขารและจิตสังขาร อันปรากฏเกิดขึ้น เพราะการเจริญสมาธิ และด้วยความไม่รู้ บวกอุปาทานจิตที่ฝังลึกในความเชื่อเรื่อง เทพเจ้า ผี ปีศาจ อำนาจลึกลับทั้งหลาย จึงทำให้หวาดวิตกกังวล จนเสียจิต ถึงขนาดไม่สบายกาย ไข้ขึ้น ดังที่บอกเล่ามาว่า “ปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตัวเองสุขภาพไม่ดี ไม่ค่อยสบาย และอ่อนเพลีย ไม่ทราบว่ามีทางแก้ไขอย่างไรคะ?”

ซึ่งน่าเห็นใจอย่างยิ่ง และควรแก่การช่วยเหลือ เพื่อให้ดับสิ้นในโรคาพยาธิดังกล่าว ที่เกิดมาจากอำนาจหวาดวิตก จนเสียสภาพจิต และเมื่อจิตมันเสียแล้ว อะไรๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะภูมิต้านทานได้ลดระดับลง ด้วยสภาพการทำงานของชิ้นเนื้อหัวใจ ที่ทำหน้าที่ปั๊มเลือดที่ฟอกล้างดีแล้ว ให้สูบฉีดส่งไปหล่อเลี้ยง ให้เกิดความเจริญเติบโตแก่ร่างกาย และให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อความมีชีวิตอยู่ที่สมบูรณ์ มีสุขภาพที่ดี ดังที่มีคำกล่าวไว้สำหรับนักปฏิบัติธรรมว่า “เสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าพึงเสียจิต เพราะการเสียจิต ก็จะนำไปสู่ความเสียใจ (ผู้รู้) ถ้าเสียใจ ก็จะสูญเสียความดีได้อย่างไม่ยาก”

จึงขอให้โยมวันทนาได้พิจารณาให้รู้ถึงสภาพธรรมที่ปรุงแต่งเกิดขึ้นตามที่เล่ามาว่า มีลักษณะเดียวกับอาการสภาพธรรมที่เกิดจาก ปีติจิต ซึ่งเกิดขึ้นเพราะการเจริญสมาธิ ใช่หรือไม่ !? โดยจะต้องศึกษาให้รู้เข้าใจใน ปีติ ๕ ซึ่งปีติแต่ละชนิดจะมีอาการต่างๆ ดังนี้

ก. ขุททกาปีติ มีลักษณะอาการ คือ

 ๑. เกิดอาการคล้ายหนังหัวพองและขนลุก เป็นดังอาบน้ำในเวลาหนาว

 ๒. เกิดปรากฏเป็นดังเส้นผมตำแลคายเพียงเล็กน้อย

 ๓. เกิดในหทัยวัตถุให้สั่นระรัว เป็นดั่งปั่นผลหมาก

 ๔. เกิดในกายให้เนื้อตัวหนักมึนตึงและเวียนอยู่

ข. ขณิกาปีติ มีลักษณะอาการ คือ

 ๑. ให้ปรากฏในจักขุทวาร เป็นดังฟ้าแลบ และเป็นประกายดังตีเหล็กไฟ

 ๒. เกิดในกายทวาร เป็นดังปลาซิวตอดในเวลาอาบน้ำ

 ๓. เกิดเนื้อเต้น เอ็นกระตุก

 ๔. เกิดในกายให้ตัวร้อนทั่วไป

 ๕. เกิดแสบทั่วกาย ให้กายแข็งอยู่

 ๖. เกิดเป็นดังแมลงเม่าไต่ตอมตามตัว

 ๗. เกิดในอกให้หัวใจและท้องร้อน

 ๘. เกิดในใจสั่นหวั่นไหว

 ๙. เกิดในกาย ให้เห็นกายเป็นสีเหลือง สีขาว เป็นไฟไหม้น้ำมันยางลามไปในน้ำ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท