
กำปั้นไทย...ลุ้นทั้งใน-นอกสังเวียน
จากทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นระดับภูมิภาค ระดับทวีป หรือระดับโลก ขุนพลนักชกไทยไม่เคยทำให้ผิดหวัง และเอเชียนเกมส์คราวนี้ พวกเขาก็พร้อมแล้ว...
จากทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นระดับภูมิภาค ระดับทวีป หรือระดับโลก ขุนพลนักชกไทยไม่เคยทำให้ผิดหวัง และเอเชียนเกมส์คราวนี้ พวกเขาก็พร้อมแล้ว...
โดย...ทีมข่าวกีฬา
เชื่อว่าคอกีฬาชาวไทยทุกคนกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 16 “กว่างโจว เกมส์” ที่จะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้ ซึ่งต้องตามลุ้นกันว่า ทัพนักกีฬาไทยจะกวาดเหรียญรางวัลมาได้มากน้อยแค่ไหน
แต่มีอยู่หนึ่งชนิดกีฬาที่ต้องลุ้นหนักตั้งแต่การแข่งขันยังไม่เริ่มต้นขึ้นเลยคือ “มวยสากลสมัครเล่น”
นักชก สต๊าฟโค้ช รวมทั้งแฟนกีฬาหมัดมวย เพิ่งได้หายใจหายคออย่างโล่งอกเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง หลังจากสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน แจ้งมาว่ามีรายชื่อกำปั้นไทยขึ้นสังเวียนแน่นอนแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่าทีมนักชกไทยอาจโดนสั่งห้ามลงแข่ง
สาเหตุเนื่องมาจาก “เสธ.วีป” พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นฯ มีปัญหาขัดแย้งกับสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่น (ไอบา) หลังเปิดปากวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของกรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินศึกกำปั้นโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง จนถูกสั่งพักงาน
แต่ถึงแม้จะมีชื่อขึ้นชกแล้ว ก็ยังต้องลุ้นอีกรอบว่า ไอบาจะอนุญาตให้ไทยนับเหรียญรางวัลหรือไม่ ซึ่งต้องคอยลุ้นในการประชุมผู้จัดการทีม วันที่ 11 พ.ย. อีกครั้ง ถึงจะทราบชัดเจนว่าผลเป็นอย่างไร ซึ่งทาง พล.ร.ต.ธีระ จรเจริญ ประธานฝ่ายเทคนิคของสมาคมกำปั้นไทย ค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าไทยได้ขึ้นชก ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการนับเหรียญ
เท่านั้นยังไม่พอ ปัญหาของทีมนักชกไทยยังมีตามมาอีก โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขุนพลกำปั้นไทยต้องย้ายสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมไปที่โบนันซา เขาใหญ่ หลังจากแคมป์เก็บตัวที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ประสบปัญหาน้ำท่วม
ถ้าคิดในแง่ดี การก้าวผ่านความยากลำบากได้ ย่อมทำให้ความสำเร็จนั้นหอมหวานมากขึ้นหลายเท่า!!!
การดวลกำปั้นกว่างโจว เกมส์ มีชิงชัยทั้งสิ้น 13 เหรียญทอง แบ่งเป็นชาย 10 รุ่น และหญิง 3 รุ่น โดยไทยส่งนักชกชาย 8 รุ่นประกอบด้วย รุ่นไลต์ฟลายเวต อำนาจ รื่นเริง, รุ่นฟลายเวต ฉัตรชัย บุตรดี, รุ่นแบนตัมเวต วรพจน์ เพชรขุ้ม, รุ่นไลต์เวต สายลม อาดี รุ่นไลต์เวลเตอร์เวต วุฒิชัย มาสุข, รุ่นเวลเตอร์เวต อภิเชษฐ์ แสนสิทธิ์, รุ่นมิดเดิลเวต สุริยา ปราสาทหินพิมาย และรุ่นไลต์เฮฟวีเวต เกรียงไกร สุขคุ้ม
ส่วนขุนพลกำปั้นหญิงส่ง 2 รุ่นคือ รุ่นฟลายเวต เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม และรุ่นแบนตัมเวต ทัศมาลี ทองจันทร์
4 ปีก่อนที่กรุงโดฮา นักชกไทยได้เข้าชิงถึง 4 รุ่น แต่ มนัส บุญจำนงค์ เป็นนักชกไทยรายเดียวที่คว้าเหรียญทองในรุ่นไลต์เวลเตอร์เวต ส่วน สุบรรณ พันโนน, อังคาร ชมพูพวง และสมจิตร จงจอหอ อกหักได้เหรียญเงิน และยังมีอีกหนึ่งเหรียญทองแดง จากวรพจน์ เพชรขุ้ม
สำหรับเอเชียนเกมส์หนนี้ ขุนพลเสื้อกล้ามไทยตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิดเพลงชาติไทยให้ดังกระหึ่มสังเวียน 2 ครั้ง นั่นคือการคว้าให้ได้ 2 เหรียญทอง
2 เหรียญดังกล่าว ไทยไม่ได้เจาะจงเป็นพิเศษว่าจะเป็นใคร เนื่องจากมีนักชกที่มีลุ้นหลายต่อหลายคน เช่น อำนาจ รื่นเริง ที่ฝีมือค่อนข้างสูสีกับแชมป์โลกชาวจีน หรืออาจจะเป็นวุฒิชัย ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์เอเชีย นอกจากนี้ยังมีกำปั้นรุ่นเก๋าอย่าง วรพจน์ และสุริยา ที่ฝีมือและประสบการณ์ไม่เป็นรองใคร
ส่วนเรื่องการตัดสินที่มีการเป็นห่วงว่าอาจเกิดกรณีค้านสายตา พล.ร.ต.ธีระ กำชับให้ทุกคนออกหมัดและชกให้ชัดเจนที่สุด เพราะถ้า|ทำได้เช่นนั้น คงเป็นเรื่องยากที่คำว่า “โกง” จะเกิดขึ้น
จากทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นระดับภูมิภาค ระดับทวีป หรือระดับโลก ขุนพลนักชกไทยไม่เคยทำให้ผิดหวัง และเอเชียนเกมส์คราวนี้ พวกเขาก็พร้อมแล้วที่จะทำให้พี่น้องชาวไทยได้ร่วมร้องเพลงชาติด้วยกันอีกครั้ง







