
เสน่ห์ผ้าไหมไทย ผ่านมุมมองมือขวาวิเวียน เวสต์วูด
นับเป็นโอกาสที่ดีที่ผ้าไหมไทยได้รับการรังสรรค์ออกมาเป็นผลงานศิลปะบนเสื้อผ้า
นับเป็นโอกาสที่ดีที่ผ้าไหมไทยได้รับการรังสรรค์ออกมาเป็นผลงานศิลปะบนเสื้อผ้า
เรื่อง : วราภรณ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน / วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
นับเป็นโอกาสที่ดีที่ผ้าไหมไทยได้รับการรังสรรค์ออกมาเป็นผลงานศิลปะบนเสื้อผ้า ด้วยฝีมือของนักออกแบบชื่อก้องโลก วิเวียน เวสต์วูด ที่แขกระดับวีไอพีที่ไปร่วมงานราตรีเฉลิมพระเกียรติ “กลอรี ออฟ ซิลก์ฟลาวเวอร์ ออฟ เลิฟ” ที่จัดแฟชั่นโชว์ต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา จัดโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ และกระทรวงพาณิชย์
จุดประสงค์การจัดงานก็เพื่อประกาศให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตผ้าไหมทอมือแห่งเอเชีย ซึ่งความงดงามของผ้าไหมไทยได้นักออกแบบระดับโลกอย่างวิเวียน การันตีถึงความหลากหลายของผ้าไหมไทยที่สามารถสร้างสรรค์ออกมาเป็นเสื้อผ้าที่หลากหลายและไร้ขีดจำกัด ผ่าน 3 ชุดฟินาเลที่วิเวียนออกแบบภายใต้แนวคิด “ลอนดอนแบงค็อก” ที่ผสานแฟชั่นตะวันตกของวิเวียนกับกลิ่นอายความเป็นไทยของผ้าไหมยกดอกทอมือ และผ้าไหมมัดหมี่ทอมือของศูนย์ศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ใช้เวลาออกแบบและตัดเย็บนาน 3 เดือนเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้ วิเวียน นักออกแบบระดับโลกมีกำหนดเยือนเมืองไทย ด้วยภารกิจงานออกแบบคอลเลกชันหน้าของเธออยู่ที่อังกฤษ จึงได้ส่งนักออกแบบมือขวาที่ทำงานร่วมกับวิเวียนนาน 20 ปี บริจิตต์ สเตปพุทิส หัวหน้าแฟชั่นกูตูร์ของบริษัท วิเวียน เวสต์วูด มาดูแลความเรียบร้อยแทน
บริจิตต์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยว่า เธอและวิเวียนรู้สึกตื่นเต้น และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ออกแบบเสื้อผ้าโดยใช้ผ้าไหมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีความงดงามมาก
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่บริจิตต์เดินทางมาเมืองไทย ครั้งนี้เธอนำ “ปรินซ์ ชาร์มมิง” คอลเลกชันออทัมน์/วินเทอร์ 2010 จำนวน 65 ชุด ประกอบไปด้วย อิฟนิง เดรส ค็อกเทล เดรส และชุดโอกูตูร์ บวกกับชุดฟินาเล 3 ชุด แต่ละชุดมีฟอร์มแพตเทิร์นที่แตกต่างกัน บ่งบอกถึงตัวตนของวิเวียน และเป็นการนำจุดเด่นของผ้าไหมทอมือไทยมาใช้ในแนวโมเดิร์น อย่างที่คนไทยไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยทั้ง 3 ชุด ผู้ใส่เดินแบบต่อหน้าพระพักตร์ ได้แก่ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี และสนองนุช ชาญวีรกูล
บริจิตต์ กล่าวว่า การทำงานกับผ้าไหมไทยน่าทึ่งมาก และครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่วิเวียนได้ทำงานออกแบบโดยใช้ผ้าไหมไทย ก่อนหน้านี้เธอเคยทำงานกับผ้าที่หลากหลาย อาทิ ผ้าไหมอิตาลี ซึ่งผ้าทั้งสองชนิด มีความแตกต่างและมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกัน
“วิเวียนอยากทำงานกับผ้าไหมไทยมาก วิเวียน บอกว่า ผ้าไหมไทยมีเอกลักษณ์ เพราะผลิตขึ้นที่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียว อีกทั้งผ้าไหมไทยยังออกแบบได้หลากหลาย คุณภาพผ้าไหมไทยก็ดี มีคุณภาพ สามารถสร้างสรรค์งานได้ไม่มีขีดจำกัด ครั้งแรกที่กระทรวงพาณิชย์นำผ้าไหมไปให้เราเลือก พอเห็นแล้วก็รู้สึกชอบ เพราะดูหรูหรา ดูสวย เนื้อผ้ามีความหลากหลายเข้ากับสไตล์การออกแบบของวิเวียนที่ไร้ขีดจำกัดได้ดี” บริจิตต์ เล่า
สำหรับแรงบันดาลใจในการออกแบบชุดไฮไลต์ของงานฟินาเล 3 ชุด โดยใช้ชื่อว่า “ลอนดอนแบงค็อก” โดยวิเวียนได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าไหมไทยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และการนำเอาสีสันของดอกกุหลาบหลากสีมาสร้างสรรค์เป็นชุดราตรีที่หรูหราสไตล์โอกูตูร์ 3 แบบ ชุดแรก สีขาวงาช้างและสีทอง ด้านหลังตัดเย็บระบายเป็นจีบๆ แพตเทิร์นแปลกๆ สไตล์ไอเดียไร้ขอบเขตของวิเวียน
ชุดที่ 2 เป็นชุดสีม่วงอ่อน ใช้เทคนิคมัดแบบทวิต บิดม้วนให้เห็นทั้งสองด้านของผ้าไหม ผู้ชมจะได้เห็นความงดงามของผ้าไหมไทยทั้งสองด้าน ส่วนชุดที่ 3 เป็นไฮไลต์ เป็นชุดสีทอง เมื่อโดนแสงไฟจะสวยงามมากๆ เชปของกระโปรงเข้ารูปเกาะอก ทั้งสามชุดนี้จะยังคงอยู่เมืองไทยเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้เห็นความงดงามของผ้าไหมไทยที่ออกแบบโดยนักออกแบบระดับโลกอย่างวิเวียน
ส่วนประเด็นที่ว่ารัฐบาลไทยจะส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตผ้าไหมทอมือแห่งเอเชีย บริจิตต์ คิดเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากผ้าไหมไทยมีความสวยงาม วัตถุดิบที่นำมาทอผ้าไหมก็มีคุณภาพดี เหมาะกับงานออกแบบ อีกทั้งมีแหล่งวัตถุดิบมากมาย หากรัฐบาลให้การสนับสนุนที่ดีก็มีโอกาสเป็นไปได้สูง
อย่างไรก็ดี การ์โล ดิ อมาโร กรรมการผู้จัดการใหญ่ชาวอิตาเลียนของแบรนด์ วิเวียน เวสต์วูด หนึ่งในผู้ทำให้แบรนด์แฟชั่นยี่ห้อดังอย่างวิเวียน เวสต์วูด ของอังกฤษ เติบโตเป็นอย่างมากในช่วง 3 ปีหลัง เผยว่า วิเวียน กำลังทำโปรเจกต์ออกแบบกระเป๋าลิมิเต็ด คอลเลกชัน จำนวน 5,000 ใบ โดยใช้ผ้าไทย อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย จำหน่ายไปทั่วโลกด้วย







