
เคที ทันสตอลล์ ในจังหวะเต้นรำ
โด่งดังเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะศิลปินเพลงโฟล์กป๊อป แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน เคที ทันสตอลล์ ก็เปลี่ยน วันนี้เธอขอหันมาทดลองกับการทำงานเพลงในจังหวะเต้นรำดูบ้าง
โด่งดังเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะศิลปินเพลงโฟล์กป๊อป แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน เคที ทันสตอลล์ ก็เปลี่ยน วันนี้เธอขอหันมาทดลองกับการทำงานเพลงในจังหวะเต้นรำดูบ้าง
โดย....เพ็ญแข
โด่งดังเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะศิลปินเพลงโฟล์กป๊อป แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน เคที ทันสตอลล์ ก็เปลี่ยน วันนี้เธอขอหันมาทดลองกับการทำงานเพลงในจังหวะเต้นรำดูบ้าง
นักร้องนักแต่งเพลงหญิงวัย 35 ปีจากสกอตแลนด์ผู้นี้ เติบโตในครอบครัวที่มีพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งปลูกฝังให้เธอหลงใหลเรื่องราวของอวกาศและวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งพี่ชายแนะนำให้เธอรู้จักกับดนตรี
เคที เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พร้อมๆ กับหัดร้องเพลงโดยฟัง เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ เป็นครู ก่อนจะได้ลงมือแต่งเพลงของตัวเอง และทำความรู้จักกับกีตาร์ เธอตั้งวงดนตรีวงแรกกับเพื่อนๆ เมื่อย้ายไปเรียนมัธยมที่สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาศึกษาต่อทางด้านดนตรีที่วิทยาลัยในลอนดอน
สาวคนนี้มีอัลบั้มแรก Eye to the Telescope ออกมาในปี 2005 เคที ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ไดโด, ฟิโอนา แอปเปิล ฯลฯ ด้วยเสียงร้องเปี่ยมเสน่ห์ รวมทั้งทัศนคติแบบหญิงเท่ๆ ซึ่งแสดงผ่านบทเพลง บวกกับความเรียบง่ายติดดินทำให้หลายๆ คนชอบเธอ ไม่นานต่อมาอัลบั้มของ เคที ก็นำไปขายที่สหรัฐอเมริกา ในปีนั้นเธอได้รับรางวัลศิลปินหญิงเดี่ยวจากเวทีบริตอะวอร์ดส ขณะที่เพลง Black Horse & the Cherry Tree ก็ฮิตติดอันดับ โด่งดังไปทั่วโลก
ในปี 2007 เคทีกลับมาพร้อม Drastic Fantastic อัลบั้มใหม่ที่ป๊อปกว่าเดิม หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่องเป็นปีๆ หญิงสาวก็เก็บตัวเองเงียบๆ ห่างหายไปจากการรับรู้ของผู้คน กระทั่งถึงเวลานำงานชุดที่ 3 Tiger Suit ออกจำหน่าย
อัลบั้มนี้บันทึกเสียงที่สตูดิโอชื่อ ฮานซา ในเยอรมนี ซึ่ง เดวิด โบวี อิกกี ป๊อป และยูทู ศิลปินคนโปรดของเคที เคยไปใช้บริการในอดีต
แค่เพียงฟังไปรอบเดียว แฟนพันธุ์แท้ของศิลปินสาวผู้นี้ย่อมสัมผัสได้ถึงความแปลกต่างไปจากผลงานในอดีต เคที บอกว่า เมื่อลงมือทำงานชุดนี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองได้เดินทางมาถึงจุดที่จะต้องเปลี่ยนแปลง จึงได้ลงมือค้นคว้าและทดลองทางดนตรี แล้วพบว่าควรนำตัวตนอีกด้านหนึ่งของเธอออกมานำเสนอ เพื่อความแปลกใหม่
แล้วเคทีก็ปลดปล่อยดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ให้เข้ามามีบทบาทในเกือบทุกเพลงของอัลบั้มนี้ เสียงของคีย์บอร์ดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่เสียงกีตาร์ที่เคทีถนัดก็ยังคงอยู่
ไอเดียเรื่องเสียงของเคทีนั้นมากมายหลากหลาย กระทั่งทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนกำลังผจญภัยอยู่ในโลกของเสียง แต่คงต้องบอกเพิ่มเติมอีกนิดว่าดนตรีอิเล็กทรอนิกาหรือเพลงเต้นรำในแบบของเธอคนนี้นั้น ไม่ได้ออกมาเฉี่ยวเปรี้ยวจ๋าอย่างงานของศิลปินเพลงแดนซ์จ๋าจัดคนอื่นๆ ที่เราคุ้นเคย ถ้าจะให้จำกัดความก็คงจะบอกว่า นี่เป็นเพลงเต้นรำแบบ เคที ทันสตอลล์ !!!
เพลงเอกของอัลบั้มนี้คือ Push That Knot Away ซึ่งแปลกต่างไปจากงานเก่าๆ ของเคทีอย่างสิ้นเชิง Come on, Get In มีกลิ่นอายคล้ายกับ Black Horse and the Cherry Tree เพลงดังของเธออยู่หน่อยๆ ขณะที่เพลงบัลลาดก็ยังมีให้ฟังอย่างใน Difficulty รวมทั้งเพลงค้นหาคุณค่าของตัวเอง (Still A) Weirdo ที่นำเสนอด้านอันบอบบางอ่อนแอของเธอออกมา ส่วน Lost คือ เพลงที่แสดงความเป็นหญิงแบบ เคที ทันสตอลล์ ซึ่งมีความหม่นเป็นเจ้าเรือน
แม้ปกอัลบั้มจะออกโทนอาร์ตๆ หม่นๆ แต่เพลงที่บรรจุอยู่ข้างในมีสีสันและมีชีวิตชีวาไม่น้อย เสียงร้องหม่นๆ ของเธอ (บางคนจำกัดความว่าเป็นเสียงแบบ วิสกี้ แอนด์ ซิกาแรตต์ !?) ยังคงมีเสน่ห์ล้นเหลือ เนื้อหายังคงเป็นการค้นเข้าไปในตัวตนของผู้หญิงคนหนึ่ง
จากบทเพลงทั้งหมดที่นำเสนอออกมา ดูเหมือนว่าเคทีจะมั่นใจและไม่กลัวที่จะเปลี่ยนแปลง เธอทดลองทำในสิ่งแปลกใหม่ และแสดงทักษะความสามารถของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ และพร้อมต้อนรับปฏิกิริยา (ด้านลบ) จากแฟนเก่าๆ
นี่ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาของแวดวงดนตรี และศิลปินใหญ่ๆ ทั้งหลายต่างก็เคยผ่านพ้นจุดนี้กันมาแล้วทั้งนั้น







