
สุบิน เมห์ทา กับดนตรีแห่งสันติภาพ
สุบิน เมห์ทา วาทยกรระดับปรมาจารย์ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในวาทยกรเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของโลก
สุบิน เมห์ทา วาทยกรระดับปรมาจารย์ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในวาทยกรเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของโลก
เรื่อง กาญจนา เตชาวัฒนากูล
สุบิน เมห์ทา วาทยกรระดับปรมาจารย์ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในวาทยกรเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของโลก เขาเพิ่งมาสร้างสีสันให้ผู้ชมในเมืองไทยให้ประทับใจไปกับสองบทเพลง The Rite of Spring ของสตราวินสกี และ Symphony No.1 ของมาห์เลอร์ โดยวงอิสราเอลฟิลฮาร์โมนิก ออร์เคสตรา (Israel Philharmonic OrchestraIPO) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ปีที่ 12 (Bangkok’s 12th International Festival of Dance & Music) ซึ่งเราได้มีโอกาสพูดคุยกับสุบินช่วงสั้นๆ ก่อนที่การแสดงของเขาจะเริ่มต้นขึ้น
อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณอยากเป็นคอนดักเตอร์คะ
สุบิน : ผมโตในบอมเบย์ และพ่อผมก็เป็นคนสร้างวงบอมเบย์ ซิมโฟนี ออร์เคสตราขึ้นมา ผมก็เลยคุ้นเคยอยู่กับสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็มุ่งมั่นตั้งใจแน่วแน่ตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่าผมจะต้องเป็นคอนดักเตอร์ให้ได้
ตลอดเวลา 5 ทศวรรษของการทำงานกับไอพีโอ ทำให้เขาได้เรียนรู้และซึมซับเรื่องราวความขัดแย้งและความแตกต่างทางความคิดความเชื่อของผู้คน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นก็ส่งผลกับการทำงานของเขาด้วยเช่นกัน สุบินมองว่าดนตรีเป็นได้มากกว่าการงานศิลปะ และภาษาสากลที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ แต่ดนตรียังเป็นเสมือนเครื่องเยียวยาจิตใจ และนำสันติภาพมาสู่ผู้คนท่ามกลางความขัดแย้งได้ด้วย และตัวเขาเองก็พร้อมที่จะเป็นเสมือนทูตสันติภาพที่จะหลอมรวมความแตกต่างของผู้คนเข้าไว้ด้วยกันด้วยบทเพลงที่ไพเราะ
คุณได้เรียนรู้เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองผ่านงานของคุณด้วย มันส่งผลต่อการทำงานของคุณยังไงบ้างคะ
สุบิน : ใช่ครับ ผมได้เรียนรู้เรื่องนั้นดีทีเดียว และผมก็ชอบที่จะได้นำผู้คนมารวมไว้ด้วยกัน ทำให้พวกเขาได้ยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุขร่วมกันนะ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เมื่อไม่กี่วันก่อน เราได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองอักโก ในอิสราเอล ซึ่งเป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่สมัยยุคครูเสด และยังมีคนเชื้อสายอาหรับอาศัยอยู่มาก แล้วเราก็ไปเล่นฟรีคอนเสิร์ตที่นั่นบนกำแพงเก่าแก่ของพวกเขา แล้วเราก็ได้เห็นคนยิวและคนอาหรับนั่งอยู่ด้วยกันฟังเพลงของไชคอฟสกี เรามีนักร้องอิสราเอลเชื้อสายยิวและอาหรับสองคนมาร้องเพลงด้วยกัน เป็นภาษาฮีบรูและอาระบิก พวกเขาพูดถึงสันติภาพในทั้งสองภาษา มันเป็นสิ่งที่ดีๆ มากๆ แล้วผมก็พยายามที่จะทำให้มีคอนเสิร์ตแบบนี้บ่อยๆ ขึ้นด้วย แต่อย่างว่างบประมาณมันก็สูงเอาการอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็หวังว่าจะสามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยบทเพลง
แล้วคอนเสิร์ตครั้งไหนที่คุณจดจำได้ดีที่สุดคะ
สุบิน : มันเลือกยากพอดู แต่ผมคิดว่าครั้งที่ผมจำได้ดีที่สุดก็คือ ตอนที่นำเอาวงไอพีโอ ไปเล่นเป็นครั้งแรกในอินเดีย ที่บอมเบย์บ้านเกิดของผม เพราะมันเป็นครั้งแรกหลังจากที่อินเดียและอิสราเอลได้กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน ผมเลยรู้สึกประทับใจกับคอนเสิร์ตครั้งนั้นมาก และอีกครั้งก็คล้ายๆ กัน คือการไปเล่นที่จีน หลังจากอิสราเอลกับจีนกลับมาพัฒนาความสันพันธ์ทางการทูตกันใหม่อีกหน
คุณได้เดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตมาแล้วมากมายทั่วโลก แล้วมีที่ไหนที่คุณอยากจะไป แต่ยังไม่ได้ไปบ้างไหมคะ
สุบิน : ผมอยากจะไปเล่นที่ไคโร อียิปต์ ผมว่ามันคงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากทีเดียว แล้วก็อีกหลายประเทศในโลกอาหรับเลยล่ะ แต่มันก็อาจจะเป็นไปได้ยากสักหน่อย แต่ผมก็หวังนะว่าสักวันจะได้ไปเล่นในไคโร ได้ยินมาว่าเขามีวงออร์เคสตราเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนรัสเซีย แล้วผมได้ยินมาว่ากษัตริย์ของโอมาน ท่านโปรดดนตรีมากอยู่เหมือนกัน
คุณทำงานร่วมกับไอพีโอมาถึง 50 ปี เคยคิดอยากทำอย่างอื่นหรืออยากจะเกษียณตัวเองบ้างไหมคะ
สุบิน : ผมเป็นคนค่อนข้างมั่นคงกับวงและเพื่อนร่วมงานนะ ผมไม่ค่อยชอบเปลี่ยนอะไรบ่อยๆ แล้วก็ยังมีความสุขกับวงนี้ด้วย ส่วนเรื่องเกษียณก็ยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลยเหมือนกัน ผมยังรักที่จะทำงานต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผมเพิ่งจะ 70 กว่าเองนะ(หัวเราะ) ก็คงจะทำไปจนกว่าจะทำไม่ไหว ผมทำงานนี้มากว่า 50 ปี แต่ผมไม่เคยเบื่อเลย เพราะงานของผมก็เหมือนกับการพักผ่อนนั่นล่ะ ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกสนุกทุกๆ วันในการทำงาน







