
มหัศจรรย์สายใยวัยเยาว์ กู้สายสัมพันธ์ครอบครัว
ความงดงามของชีวิต สายใยสายสัมพันธ์ของสถาบันครอบครัวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์
โดย เพรงเทพ
ความงดงามของชีวิต สายใยสายสัมพันธ์ของสถาบันครอบครัวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์ การหยิบเอาตัวละครจากวรรณกรรมเด็กที่โด่งดังและยอดนิยมมากที่สุดในโลก มาตีความและจินตนาการเพิ่มเติมในวันเวลาที่เขาเติบโตเป็นวัยผู้ใหญ่ จึงเป็นเรื่องล่อแหลมในเชิงการยอมรับจากภาพจำหลักเดิมๆ ที่เคยผ่านมาอย่างผูกติด
ความสำคัญของตัวละคร คริสโตเฟอร์ โรบิน และวินนี่ เดอะ พูห์ ซึ่งอยู่ในใจเด็กทั่วโลก ปรากฏตัวครั้งแรกในงานรวมบทกลอนที่เขียนโดย เอ.เอ. มิลน์ ที่ชื่อ “เวน วี เวอร์ เวรี่ ยัง” ในปี 1924 และหนังสือเรื่องสั้น “วินนี่ เดอะ พูห์” ของมิลน์ ที่ตีพิมพ์ในปี 1926 ยังถือว่าเป็นหนังสือเด็กที่ได้รับความนิยมที่สุดตลอดกาล
วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง วินนี่ เดอะ พูห์ ได้รับความนิยมและโด่งดังอย่างรวดเร็ว โดยเล่มแรกขายได้มากกว่า 5 หมื่นเล่ม ในระยะเวลาเพียง 8 อาทิตย์ ในขณะที่ คริสโตเฟอร์ โรบิน มีอายุเพียงแค่ 4 ขวบ ก็กลายเป็นเด็กที่มีชื่อเสียงและใครๆ ก็รู้จักไปเสียแล้ว และมีแฟนคลับมากมายที่อยากเข้าถึงและเห็น
ชีวิตจริงๆ ของเด็กผู้เป็นแรงบันดาลใจของวรรณกรรมสุดโด่งดังเรื่องนี้
ในภาพยนตร์ “Christopher Robin” ได้นำเขากลับมา แต่ไม่ใช่ความสนุกสนานของวัยเยาว์อันเบิกบานแสนสุข แต่เป็นการปะทะของโลกของความจริงของวัยผู้ใหญ่แสนเคร่งเครียดในหน้าที่การงานกับวัยฝันวันเก่าของเด็ก
คริสโตเฟอร์ โรบิน ในฐานะผู้จัดการด้านประสิทธิภาพของบริษัทกระเป๋าวินสโลว์ ต้องจัดสรรเวลาระหว่างการทำงานหามรุ่งหามค่ำในออฟฟิศและภาระรับผิดชอบทางบ้าน ทำให้เขาลืมเลือนวันเวลาแห่งความมหัศจรรย์และความเชื่อในวัยเยาว์
เอเวอร์ลิน ภรรยา และแมดเดอลินลูกสาวของคริสโตเฟอร์ โรบิน ถือเป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่ในวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำและประสบความขาดทุนของบริษัท โจทย์ของ คริสโตเฟอร์ โรบิน คือทำให้บริษัทอยู่รอดโดยที่ทุกคนยังอยู่ได้ แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือการต่อสู้กับเหลี่ยมคมของลูกชายเจ้าของบริษัทที่จะปิดตัวแผนกของเขาลงให้ได้
เวลาของครอบครัวที่จะให้ภรรยากับลูกสาวจึงเป็นโมงยามที่หายาก เพราะเขาต้องทุ่มเทให้กับงานพ้นหายนะ และมีแผนที่จะส่งลูกสาววัยน่ารักไปอยู่โรงเรียนประจำ
จินตนาการ ความฝันเฟื่อง และความสุขจากวัยเด็ก มักจะเลือนรางจางหายไปกับทุกคนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เช่นกันความวุ่นวายยุ่งเหยิงและระเบิดเวลาของความแตกแยกในชีวิตครอบครัวกำลังเดินทางมาถึงจุดหนึ่งในชีวิตของ คริสโตเฟอร์ โรบิน
ก่อนที่จะสายเกินไป เขาได้พบกับวินนี่ เดอะ พูห์ ซึ่งนำกลับไปสู่บ้านเก่าในวัยเยาว์ พบกับอียอห์ ทิกเกอร์ พิกเล็ต และผองเพื่อนในป่า 100 เอเคอร์
นับได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ช่วยเสริมสร้างและส่งเสริมความเข้าใจกันของสถาบันครอบครัวที่ดี และพยายามผูกเรื่องจริงให้เข้ากับความเป็นแฟนตาซีของความรู้สึกเดิมเมื่อยังเป็นเด็ก โดยจบลงด้วยความสุข แฮปปี้เอนดิ้ง แต่กลับเป็นหนังที่ดูไม่สนุก
อาจจะเป็นเพราะจังหวะจะโคนและการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างเน้นนำไปในอารมณ์ภายในอันหม่นหมองและเครียดเคร่งของคริสโตเฟอร์ โรบิน ในภาคผู้ใหญ่ รวมถึงภาวะหม่นหมองประคองเศร้าของตัวหมีพูห์เอง ว่าไปแล้วคงจะเป็นอารมณ์ขันในท้องเรื่องที่มีค่อนข้างน้อยและดูจะฝืดไม่ลื่นไหล ทำให้บรรยากาศโดยรวมจึงอึมครึมและอึดอัด
หากภาพยนตร์ที่มีตัวละครเดียวกันคือ คริสโตเฟอร์ โรบิน ที่ออกมาก่อนคือ “Goodbye Chistopher Robin” หนังสัญชาติอังกฤษ ออกฉายเมื่อเดือน ก.ย. 2017 ผลงานกำกับของ ไซมอน เคอร์ติส ซึ่งนำเสนอถึงความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ และตัวคริสโตเฟอร์ โรบิน ซึ่งมีความเป็นชีวิตหรือดราม่าแบบเต็มๆ ยังมีไออุ่นอย่างนวลเนียนเป็นธรรมชาติ
แต่ “Christopher Robin” กลับดูเป็นความสัมพันธ์ปลอมๆ มีจริตที่ไม่ค่อยลึกซึ้งผิวเผินที่จะคล้อยตาม แม้พยายามให้รู้สึกดีงามตามตัวละครและสถานการณ์ทั้งหมดก็ตาม
อย่างไรก็ตามแต่ แม้จะมีตะเข็บในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกร่วมตามท้องเรื่องและตอนจบที่ดูจงใจเป็น แต่ภาพรวมทั้งหมดของเรื่อง สามารถช่วยกระตุ้นการลืมเลือนไปแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวความเป็นมนุษย์ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ แท้จริงไม่ใช่เงินทอง ความมั่นคงมั่งคั่งในชีวิต แต่เป็นจินตนาการ ความรักความผูกพันในสายใยผูกสัมพันธ์ครอบครัว







