
ธิราชเจ้าจอมสยาม ด้วยพระราชหฤทัยใฝ่ใน...รัก
สรวมชีพข้าบาทผู้ ภักดี
สรวมชีพข้าบาทผู้ ภักดี
โดย....รัฐพร คำหอม
สรวมชีพข้าบาทผู้ ภักดี
พระราชเทวีทรง สฤษดิ์ให้
สุขุมาลมารศรี เสนายศ นี้นา
ขอกราบทูลท่านให้ ธิราชเจ้าจอมสยาม
โครงพระนิพนธ์ในพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ที่ทรงนิพนธ์ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อ ร.ศ. 112 และเป็นที่มาของชื่อหนังสือและสารคดีธิราชเจ้าจอมสยาม จากการจัดทำของธนาคารกสิกรไทย ในโอกาสที่ปีนี้ครบรอบ 100 ปี การสวรรคตของพระองค์ท่าน องค์พระปิยมหาราชของปวงชนชาวไทย
ในส่วนของสารคดี หลายคนคงได้มีโอกาสดูกันแล้วทางช่องทีวีไทย ทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เวลา 20.20 น. เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ต.ค. โดยมีทั้งหมด 18 ตอน ส่วนคนที่พลาดตั้งแต่ตอนแรกติดตามดูย้อนหลังได้จาก http://www.thaipbs.or.th/Thirajjaow/ หรือไม่ก็อดใจรออีกสักนิดจะมีการรวบรวมออกเป็นแผ่นดีวีดีออกมาจำหน่ายจากธนาคารกสิกรไทย หลังจากที่สารคดีเผยแพร่จบ ก็ราวๆ เดือน พ.ย. หรือถ้าใจร้อนก็มีหนังสือ “ธิราชเจ้าจอมสยาม” ให้เป็นเจ้าของได้ หนังสือจัดทำเพียง 5,000 เล่ม จำหน่ายเล่มละ 1,005 บาท สนใจซื้อได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ รายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดจะมอบให้สภากาชาดไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่าย
เมื่อลองพูดคุยกับผู้ที่ได้มีโอกาสดูสารคดีธิราชเจ้าจอมสยามแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความเห็นคล้ายกัน เอ่ยอ้างเป็นคำแบบสามัญได้ว่า “ท่านทรงหวาน และโรแมนติกมากๆ” ทั้งในพระราชหัตถเลขา หรือบทพระราชนิพนธ์ เช่นมีครั้งหนึ่งพระราชทานกำไลทองรูปตาปูให้กับเจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ ลดาวัลย์ ก็ทรงจารึกที่แสดงถึงน้ำพระทัยสนิทเสน่หายิ่ง ว่า
“ตาปูทองสองคอกดอกสลัก ตรึงความรักรับไว้อย่าให้หาย
แม้รักร่วมสวมไว้ให้ติดกาย เมื่อใดวายสวาทวอดจึงถอดเอย”
ถ้อยพระราชดำรัส หรือพระราชหัตถเลขา ที่ปรากฏถึงพระอัครมเหสี พระชายา เจ้าจอมที่ถวายตัว ล้วนเป็นด้วยคำหวานซึ้งและอ่อนโยน ทำให้ซาบซึ้งได้ว่าพระองค์ทรงเป็น “สามี” ที่อย่าว่าแต่ขู่เข็ญเลย แม้ถ้อยคำที่จะเป็นคำสั่งหรือติเตียนก็มิได้หลุดออกมา พระองค์ทรงเลือกสรรถ้อยคำที่ทำให้ “อย่างไรก็ต้องเชื่อและปฏิบัติตาม”
แล้วความรักของพระองค์นั้นก็คืนกลับโดยฉับพลัน พระอัครมเหสี พระชายา เจ้าจอม ล้วนรักและภักดีเป็นล้นพ้น และหลายครั้งก็ได้ช่วยเหลือประเทศชาติให้รอดพ้นจากการล่าอาณานิคม เช่นได้รวบรวมเรื่องของพระราชชายาดารารัศมี เป็นอีกตอนหนึ่งที่สารคดีได้ฉายภาพความรักอันลึกซึ้ง ครั้งหนึ่งพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ราชธิดาของเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้รับจดหมายลับจากพระบิดาเรื่องการเข้ามาของชาวอังกฤษ พระราชชายาก็ทรงถวายให้รัชกาลที่ 5 ซึ่งระหว่างที่รัชกาลที่ 5 ยังทรงหารืออยู่นั้นเอง เจ้าดารารัศมีก็มีจดหมายกลับไปยังพระบิดาทันทีว่า
“หากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่จะทรงยอมให้เชียงใหม่ไปรวมอยู่ในเมืองขึ้นของอังกฤษแล้วไซร้ ก็ขอให้เตรียมพระองค์มารับศพของเจ้าจอมดารารัศมีที่กรุงเทพฯ เถิด” นี่คือความรักที่คืนกลับ จนทำให้สยามประเทศเป็นอาณาจักรที่แผ่ขยายได้อย่างเป็นปึกแผ่นมั่นคง
ในบทสารคดีนั้นความละเมียดละไม และการ “อิน” อาจจะมีมากกว่าการอ่านหนังสือ ทั้งด้วยการแสดงที่ผ่านตัวละคร บทพูด บทบรรยาย การแต่งกาย ฉากที่มีความพิเศษได้เข้าไปถ่ายทำในวังบางขุนพรหมอย่างที่ไม่เคยอนุญาตให้กับกองถ่ายใดมาก่อน
การร่วมชมจึงทำให้ดูราวย้อนยุคไปร่วมสมัย ซึ่งในการทำงานผลิตสารคดีนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนและการสั่งสมข้อมูลที่ประมวลมาจากหนังสือ โครงการจัดทำหนังสือมีคณะทำงานที่ช่วยกันค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูล ประกอบด้วย ผศ.ดร.วงเดือน นาราสัจจ์ ซึ่งเป็นภาคีราชบัณฑิตด้านประวัติศาสตร์ ผศ.ชมพูนุท นาคีรักษ์ และ อ.สุวรรณา สัจจวีรวรรณ โดยที่มีคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี) เป็นประธาน ทั้งยังเชิญ พลตรี ม.ร.ว.ศุภวัฒย์ เกษมศรี เป็นบรรณาธิการด้านประวัติศาสตร์ ช่วยตรวจทานความถูกต้องอีกชั้นหนึ่ง และเพื่อเพิ่มความละเมียดละไมให้กับตัวสารคดี คุณหญิงวิมล หรือทมยันตี ยังช่วยไปดูเรื่องบทโทรทัศน์ในบางบทบางตอนด้วย
เรื่องราวที่นำเสนอในโครงการธิราชเจ้าจอมสยาม สำหรับตัวหนังสือไม่ได้เป็น “งานวิชาการจ๋า” แต่สรุปเรื่องราวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้อย่างที่อนุชนควรได้ศึกษา
พระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งส่วนพระองค์ และเพื่อประเทศได้อย่างสมบูรณ์ เป็นพระราชสวามีที่เป็น “ปิยภัสดา” มีความเท่าเทียมให้กับทุกพระองค์ ความเป็นพ่อก็มีความเท่าเทียมไม่แพ้กัน ด้วยความรักทรงให้กับพระราชโอรส พระราชธิดา ที่เน้นเรื่องการศึกษาเป็นสำคัญ พระราชหัตถเลขาที่มีไปถึงพระโอรสเมื่อยามไปศึกษาต่อต่างประเทศ จึงมีคำเตือน คำสั่งสอน และทรงย้ำเสมอที่ไม่ให้ลืมความเป็นไทย พระองค์ทรงสอนให้พระราชโอรส พระราชธิดา ทั้งอดทนและรู้ค่าในการใช้เงิน ซึ่งการส่งเสียเรื่องการศึกษานี้ล้วนแต่เป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ นอกจากนี้การวางพระองค์ รัชกาลที่ 5 ก็ทรงย้ำหนักหนา
“อย่าให้ใช้ฮิสรอยัลไฮเนสปรินซ์นำหน้าชื่อ ให้ใช้แต่ชื่อเดิมของตัวเฉยๆ...ถ้าเปนเจ้านายแล้วต้องรักษายศรักษาศักดิ์ในกิจการทั้งปวงที่จะทำทุกอย่าง เปนเครื่องล่อตาล่อหูคนทั้งปวงที่จะให้พอใจดูพอใจฟัง จะทำอันใดก็ต้องระวังตัวไปทุกอย่าง ที่สุดจนจะซื้อจ่ายอันใดก็แพงกว่าคนสามัญเพราะเขาถือว่ามั่งมี เปนการเปลืองทรัพย์ในที่ไม่ควรจะเปลือง...”
ในเนื้อหาทั้งในหนังสือและสารคดีจะร้อยเรียงเรื่องราวในรัชสมัยให้เป็นเรื่องเดียวกัน บางบทบางตอนสอดแทรกสิ่งควรรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสารพัน และที่ยิ่งใหญ่ของพระราชภารกิจแห่งองค์ผู้ปกครองประเทศ ก็มีรวบรวมไว้อย่างครบถ้วน และถ่ายทอดออกมาได้ไม่น่าเบื่อ ซึ่งเพราะพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่ทรงปกป้องประเทศให้พ้นภัยจากการเข้าครอบครองของประเทศอื่น ความทันสมัย เจริญทัดเทียมนานาประเทศ จึงทำให้สยามยังครองความเป็นไทยมาได้ทุกวันนี้
หากจะเอ่ยว่า ธิราชเจ้าจอมสยาม เป็นเรื่องราวของความรักนั้นไม่มีสิ่งใดผิดเลย เพราะเป็นการรวบรวมความรักที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 มีในฐานะที่เป็นพระสวามี พ่อ และสำคัญยิ่งกว่าอื่นใดความรักในประเทศชาติและราษฎรของพระองค์







