
นภัทร ปั้นเหน่งเพชร ชีวิตไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้
ชีวิตคนเรานั้นก็เหมือนหนังสือเล่มใหญ่ มีทั้งหัวเราะและร้องไห้ กว่าจะผ่านได้แต่ละบทแต่ละตอนนั้นก็ยากเย็นเข็ญใจ
เรื่อง : อณุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
ชีวิตคนเรานั้นก็เหมือนหนังสือเล่มใหญ่ มีทั้งหัวเราะและร้องไห้ กว่าจะผ่านได้แต่ละบทแต่ละตอนนั้นก็ยากเย็นเข็ญใจ แต่ถ้าผ่านมันไปได้ก็แข็งแกร่งองอาจเช่นเธอคนนี้ ต้องแพ้เสียก่อนที่จะชนะจนยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
นภัทร ปั้นเหน่งเพชร หรือ ปอ นางฟ้าเลขลิขิต เธอเป็นสาวเหนือ เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ เธอจบปริญญาโท การสื่อสารการท่องเที่ยวและบันเทิง เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยเกริก จบปริญญาตรี สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยพายัพ ชีวิตวัยเด็กจนถึงวัยสาวของเธอนั้นราบรื่นสงบสุขมาโดยตลอด และยังเป็นดาวมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ เธอยังได้ Certificate of Swedish Language for Immigrant N.K. Data Center, Helsingborg Sweden และ Certificate of English Language, Hawthorn Institute of Education, Melbourne Australia ยังเรียนภาษา English, Swedish
เรียนจบทำงานเป็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว เป็นพนักงานต้อนรับบนสายการบินอยู่หลายปี เป็นนางแบบเป็นงานอดิเรก ทำงานถึงอายุ 30 กว่าๆ จนเก็บเงินได้ก้อนใหญ่หวังจะทำธุรกิจส่งออกข้าวเป็นของตัวเอง เพราะมีคนไทยที่รู้จักอยู่ที่ประเทศสวีเดน ก็เลยเริ่มต้นส่งออกอยู่หลายเดือน เห็นท่าทางไปได้ดีมีแนวโน้มจะสร้างอนาคตได้ เธอจึงทิ้งทุกอย่างหวังไปเริ่มชีวิตใหม่ที่สวีเดน หอบความหวังและเงินก้อนใหญ่ไปด้วยใจที่เต็มเปี่ยม แต่ไปอยู่ได้ไม่ถึงปี เธอก็โดนคนรู้จักคุ้นเคยโกงอย่างไม่ไยดี
“คือเราพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เราพูดและเขียนสวีเดนไม่ได้ พอฟังออกได้นิดหน่อย เอกสารส่วนใหญ่เป็นภาษาสวีเดน เวลาคนรู้จักที่มาช่วยเป็นธุระให้ ซึ่งเขาก็เป็นญาติเราเอง เขาก็จะพูดภาษาสวีเดนกับคนที่เราค้าขายด้วย พอเราไม่เข้าใจภาษาเขาก็เริ่มหมกเม็ดต่างๆ นานา พอเราไม่สามารถเข้าใจภาษาสวีเดนได้อย่างถ่องแท้ เธอจึงต้องพ่ายแพ้ผิดพลาดทางเอกสาร เขาก็โกงเงินไป” เธอเล่าด้วยความรันทดใจ
เธอหมดทั้งเงินหมดทั้งกำลังใจ หอบความผิดหวังกลับประเทศไทยมาหลบเลียแผลเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ความโชคร้ายก็ยังไม่หมดสิ้น เธอมีเงินเหลือติดตัวกลับมาเพียงเล็กน้อย เลยคิดจะเปิดมินิมาร์ทแถวบ้านพัก สุดท้ายโดนลูกจ้างโกงไปอีก จนต้องปิดมินิมาร์ท คราวนี้หมดทั้งเงิน หมดทั้งกำลังใจ จนไปต่อไม่ได้ เธอหยุดนิ่งๆ สักพัก งานก็ไม่มี เงินก็เกือบจะหมดแล้ว จะไปข้างหน้าก็คิดอะไรไม่ออก จะถอยก็เจอแต่ทางตัน จะเอาอย่างไรดีกับชีวิต เธอจึงขอหยุดนิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลย เพราะกลัวจะพลาดซ้ำอีก ตอนนั้นรู้สึกว่าชีวิตหัวทิ่มลงไปก้นเหวทันที
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมานั้นชีวิตของเธอพังไม่เป็นท่าเลย ความรักก็มีปัญหา ในที่สุดเลิกกันไปแบบจบไม่สวย หุ้นที่เคยลงทุนไว้ดีๆ ก็ขาดทุนย่อยยับ งานในวงการที่เคยมีก็พยายามกลับไปหาคนที่เคยติดต่องานกันก็เกือบๆ จะได้ พอสุดท้ายก็ถูกยกเลิกกะทันหันทุกที
ปอ บอกว่าชีวิตไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว หลังจากหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง เธอนั่งทอดอาลัยทบทวนชีวิตอยู่กับบ้านหลังจากที่ปิดมินิมาร์ทไปแล้วอยู่บ้านเฉยๆ อยู่พักใหญ่ แล้วก็พยายามจะหางานทำ
“ก็ติดต่อเพื่อนสนิทที่เคยทำสายการบินด้วยกัน ว่ามีช่องทางอะไรจะทำให้เรากลับไปทำได้อีกหรือไม่ แต่เพื่อนก็ดูเย็นชาบ่ายเบี่ยงไม่สนใจเราเท่าไร เวลาที่ชีวิตมันตกสุดๆ นั้นเหมือนว่ามันเจอแต่ทางตัน หาทางออกอะไรไม่เจอเลย มืดมนทุกหนทาง เพื่อนฝูงก็เหลือน้อย คือชีวิตพลิกคว่ำไม่เป็นท่าเลย เป็นแอร์ดีๆ ดันลาออกไปทำธุรกิจที่สวีเดนเพราะหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น หวังจะรวย แต่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างแรง นับเป็นบทเรียนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมา” เธอกล่าวอย่างเศร้าๆ
“มานั่งคิดว่าคงไม่มีอะไรเสียหายไปมากกว่านี้แล้วมั้งนะ ก็เลยลองเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนลายเซ็น หาตัวช่วยทุกอย่าง สุดท้ายก็เลยลองเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เนื่องจากมีน้องคนหนึ่งบอกว่าพี่ลองเปลี่ยนเบอร์มือถือไหม เพราะเลขมือถือของพี่ไม่ดีเลย ลองเปลี่ยนดูเผื่อชีวิตจะดีขึ้น เพราะถ้าไม่ทำอะไรชีวิตเราก็จะจมอยู่อย่างนี้ เธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว จะท้อแท้สิ้นหวังจมปลักอยู่อย่างนี้ไม่ได้ แต่ครั้นจะไปเริ่มธุรกิจใหม่ก็ไม่มีเงินแล้ว ทางนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และใช้เงินน้อยที่สุดที่ทำได้ในตอนนี้”
เธอก็เริ่มค้นหาข้อมูลเรื่องตัวเลข จากหลายๆ เว็บไซต์ หลายๆ เพจ หลายสูตร ทั้งอาจารย์คนนั้น หมอดูดังคนนี้ ซึ่งพอมาประมวลผลแล้วเราสรุปแยกได้เป็น 2 แนวทางว่า อาจารย์ฟากหนึ่งบอกให้เอาผลรวมเลขทั้ง 10 ตัวมาบวกกันได้ผลลัพธ์เท่าไรแล้วนำมาทำนายความหมาย ซึ่งผลรวมของเลขที่เธอเคยใช้อยู่นั้นมีความหมายดีมาก อ้าว!! แต่แล้วทำไมชีวิตเธอถึงเจอแต่เรื่องเลวร้ายขนาดนั้นล่ะ
เธอจึงไปศึกษาข้อมูลจากอาจารย์อีกฟากหนึ่ง ซึ่งอธิบายความหมายเป็นคู่ๆ พอเอาเลขเบอร์โทรศัพท์เดิมของเธอมาตีความ ก็ปรากฏว่าตรงกับความเป็นจริงที่เธอตกอับทุกอย่าง
“นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการให้ปอเริ่มศึกษาศาสตร์นี้อย่างจริงจังด้วยความแน่วแน่ ซึ่งตอนนั้นไม่มีเงินจะไปเรียนที่ไหนแล้ว ก็เลยส่งข้อความไปที่ อาจารย์นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ เพราะชอบแนวทางการสอนที่ถูกจริตกับเรา พอส่งข้อความไปพร้อมทั้งบอกเหตุผลความสนใจที่อยากไปเรียนอาจารย์ก็เข้าใจ เลยสอนให้เราฟรีไม่คิดเงิน ให้เรียนในคอร์สพลังตัวเลข และให้คำปรึกษาอีกหลายอย่างเกี่ยวกับศาสตร์นี้ ซึ่งถ้าอาจารย์เขาเปิดสอนนั้นก็หลายบาทอยู่นะ นี่เป็นความโชคดีที่สุดในรอบ 3 ปี หลังจากที่ชีวิตพังครืนลงมา อาจารย์สอนให้ถึง 3 คอร์สฟรีๆ” เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม
พอไปเรียนมาเธอก็กลับมาเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง ชีวิตเริ่มดีขึ้น เธอก็ร้อนวิชา เปลี่ยนให้คนใกล้ตัว เพื่อนฝูง ทุกคนก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จึงเข้ามาคลุกคลีอยู่กับตัวเลขตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็หลายปีแล้ว 5-6 ปีแล้ว เธอบอกว่าตอนที่เรียนก็แค่จะมาช่วยให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นเท่านั้น ไม่ได้คิดว่าจะมาทำเป็นการเป็นงาน จนสร้างอาชีพให้เธอได้มากขนาดนี้ จนถึงตอนนี้มีงานแทบทุกวัน ไม่มีวันไหนที่ว่างเว้นจากการทำนายเบอร์และการออกแบบวางเบอร์โทรศัพท์ คือศาสตร์และศิลป์ที่จำเป็นต้องทำควบคู่กัน
เธอบอกว่าพอมองย้อนกลับไป ก็ต้องขอบคุณวิกฤตของชีวิตที่ได้เข้ามาเยี่ยมเยือน เพราะวิกฤตในวันนั้นทำให้ได้รู้จักพลังของตัวเลข พลังงานทั้งด้านดี ด้านลบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำด้านไหนมาใช้มาทำให้เกิดความสมดุล ด้วยการเรียงร้อยตัวเลขทั้ง 6 คู่ ก็คือเลข 7 ตัวหลังของเบอร์โทรนั่นเอง การเข้าถึงพลังเลขลิขิตไม่ได้เอื้อประโยชน์เฉพาะตัวเอง แต่เผื่อแผ่กำลังใจไปถึงคนรอบข้างผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ และทุกๆ การพูดคุยผ่านสื่อด้านต่างๆ ได้อีกด้วย
“มันมีประโยชน์กว่าที่คิดไว้เยอะนะคะ เพราะตัวเลขมันมีอิทธิพลกับชีวิตคนเยอะเหมือนกันนะคะ พอมาเรียนเลขลิขิตทำให้เราเอามาใช้ในชีวิตประจำวันเราได้เยอะ ทำให้เรากลายเป็นคนช่างสังเกตไปโดยปริยาย เช่น เวลามีคนโทรเข้ามาหาเรา พอเราเห็นเบอร์เราก็จะประเมินคนที่เราติดต่อได้เบื้องต้นว่า คนใช้เบอร์นี้จะใจร้อนหงุดหงิดง่าย เราต้องใจเย็นๆ ในการพูดคุยกับเขา หรือใจดีอ่อนโยน เลขมันบอกได้ หรือขับรถตามท้ายเลขทะเบียนนี้เป็นเลขใจร้อนวู่วาม พวกลงท้าย 39 93 49 94 นี่ต้องรีบทิ้งระยะหรือรีบแซงไปซะ อย่าไปอยู่ใกล้ หรือเวลาไปร้านอาหารก็ลองพิสูจน์ดู ถ้าเรานั่งโต๊ะเบอร์ 8 (ซึ่งเป็นดาวราหูเลขดุเหมือนยักษ์) พนักงานเสิร์ฟดูจะไม่กล้าพูดทำให้บริการดูด้อยลงไป ครั้งต่อไปเลือกนั่งโต๊ะเบอร์ 24 (เป็นเลขเมตตามหานิยม) สถานการณ์เปลี่ยน พนักงานจะมาบริการดี รออาหารไม่นาน นี่สังเกตมาหลายครั้งละ เก็บเป็นสถิติไว้เลย หรือแม้กระทั่งตั้งราคาสินค้า ถ้าอยากให้ขายดีลูกค้ากล้าจ่ายไม่คิดมากสบายใจที่จะซื้อ ต้องเป็นเลข 282 246 982 (หัวเราะ) นี่จริงๆ นะคะ พิสูจน์มาหลายครั้งแล้ว แล้วเราคิดเลขดีๆ ไว้ใช้ในการตั้งรหัสเอทีเอ็ม พาสเวิร์ดต่างๆ ของเราก็ได้นะคะ ให้เป็นเลขเฮง เงินไหลเข้า เก็บเงินอยู่” เธอกล่าวอย่างมั่นใจ
ตอนนี้ ปอ นางฟ้าเลขลิขิต ก็มาทำงานด้านพลังตัวเลขลิขิตอย่างจริงจัง ทำเป็นอาชีพหลักมาหลายปี ปัจจุบันเธอเป็นนักออกแบบ-วางเบอร์โทรศัพท์ เขียนพ็อกเกตบุ๊ก เลขคลิกชีวิต ติดอันดับหนังสือขายดี ยังทำงานโปรเจกต์ ออกแบบเบอร์ไตรลักษณ์ให้กับ AIS Online และเป็นโหราพยากรณ์ด้านพลังตัวเลข แอพ a ดวง เป็นนักเขียน โหราจารย์ด้านตัวเลข ในหนังสือศาสตร์แห่งโหร ประจำปี 2561 และเป็นคอลัมนิสต์นิตยสาร เว็บไซต์เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และคอลัมน์องศาชีวิตลิขิตแห่งตัวเลข และนิตยสาร “คู่หูเดินทาง” ของ บขส.ทั่วประเทศ และหนังสืออีกหลายเล่ม แล้วยังเป็นพิธีกรทีวี รายการเลขคลิกชีวิต by ปอ นางฟ้าเลขลิขิต ไทยรัฐทีวี 32 (ประจำทุกวันจันทร์) และเว็บ Sanook Money เปิดตัวนักวางตัวเลขเบอร์โทร เทรนด์อาชีพนี้มาแรง ติดต่อเธอได้ที่เฟซบุ๊ก : ปอ นางฟ้าเลขลิขิต Line ID : napatangel IG : porangel639







