posttoday
The Wallpaper

The Wallpaper

17 ตุลาคม 2553

ลักษณะของมิตรแท้มีอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือ เมื่อเห็นเพื่อนประมาท กล้าที่จะตักเตือน เมื่อเห็นเพื่อนหลงระเริง กล้าที่จะให้สติ....

ลักษณะของมิตรแท้มีอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือ เมื่อเห็นเพื่อนประมาท กล้าที่จะตักเตือน เมื่อเห็นเพื่อนหลงระเริง กล้าที่จะให้สติ....

เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

ใครต่อใครก็อยากมีมิตรแท้

แต่ทั้งๆ ที่อยากมีมิตรแท้ ก็ใช่จะหามิตรแท้ได้ง่ายๆ

The Wallpaper

คนบางคนทำท่าเหมือนเป็นมิตรแท้ แต่เมื่อคบกันนานไป กลับเผยธาตุแท้ว่าเป็นศัตรูที่มาในร่างของมิตร

มิตรแท้จึงหาได้ยาก

จะรู้ว่าใครเป็นมิตรแท้ ใครเป็นมิตรเทียม ก็ต้องรู้ก่อนว่า ในโลกนี้มีมิตรอยู่กี่ประเภท

ผู้รู้ท่านว่า มิตรมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท

1.กัลยาณมิตร คือ มิตรแท้

2.ปาปมิตร คือ มิตรเทียม

3.พันธมิตร คือ มิตรทำธุรกิจ

มิตรแท้ คบแล้ว ชีวิตดีขึ้น จึงควรคบ

มิตรเทียม คบแล้ว ชีวิตแย่ลง จึงต้องเลิกคบ

มิตรทำธุรกิจ ถ้าผลประโยชน์ยังลงตัว ก็คบกันได้ แต่ผลประโยชน์ขัดกันเมื่อไหร่ ก็เป็นอันตรายต่อกันเมื่อนั้น จึงต้องระมัดระวังเวลาคบ

ในบรรดามิตรทั้งสามประเภทนั้น กัลยาณมิตร หรือมิตรแท้ นับว่าเป็นมิตรที่พึงประสงค์ ลักษณะของมิตรแท้มีอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือ เมื่อเห็นเพื่อนประมาท กล้าที่จะตักเตือน เมื่อเห็นเพื่อนหลงระเริง กล้าที่จะให้สติ เมื่อเห็นเพื่อนผิดพลาดล้มเหลว ก็ไม่ยอมทอดทิ้ง

ส่วนมิตรเทียมนั้น เมื่อเห็นเพื่อนประมาท ก็เฉย ไม่กล้าเตือน ไม่กล้าติง กลัวขัดใจเพื่อน กลัวเสียผลประโยชน์ กลัวจะมีปัญหาตามมาภายหลัง เมื่อเห็นเพื่อนประมาทพลาดพลั้ง ถ้าไม่ลุกลามมาถึงตัวเองจริงๆ ก็จะนิ่งเสีย

ใครมีมิตรแท้เพียงคนเดียว ก็นับเป็นโชคของชีวิต

มิตรแท้เพียงคนเดียว ดีกว่ามิตรเทียมนับแสนนับล้าน

.........................................

กุนซือใหญ่คนหนึ่งชื่อเกาเหลียง รับราชการอยู่กับเยี่ยนจื่อมายาวนานด้วยความภักดีเป็นเวลาสามปี

ตลอดเวลาสามปีนี้ ท่านที่ปรึกษาทำงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังสูงยิ่ง ไม่ว่าเยี่ยนจื่อจะรับสั่งการอันใด ก็เห็นดีเห็นงาม คล้อยตามไปเสียทั้งหมด สามปีแห่งการเป็นที่ปรึกษา ไม่ปรากฏว่าได้เพ็ดทูลการอันใดอันเป็นที่ระคายหูของท่านอ๋องเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ทุกอย่างที่ท่านอ๋องทำล้วนดีงาม สมบูรณ์แบบไปเสียหมด

“ดีครับนาย สบายครับท่าน รับประกันครับผม”

เป็นคำที่ท่านอ๋องได้ยินมาจนชิน

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ท่านอ๋องก็ไล่เยี่ยนจื่อออกจากราชการ ข่าวนี้ทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ทั้งราชสำนักต่างงงงวย ข้าราชสำนักเก่าแก่หลายคน คิดไปว่า ท่านอ๋องคงวิปลาส จึงพากันทัดทานเสียยกใหญ่

“เกาเหลียงรับราชการสนองคุณท่านอ๋องมาสามปี ตลอดเวลาดังกล่าวมานี้ ไม่เคยทำราชการเสียหาย แทนที่เขาจะได้รับการปูนบำเหน็จ กลับถูกไล่ออกจากราชการ ดูจะเป็นการไม่ยุติธรรม ขอเชิญท่านอ๋องโปรดทบทวนคำสั่งด้วยเถิดพระเจ้าข้า...”

เยี่ยนจื่อยิ้มพลางให้เหตุผลอย่างสุขุมว่า

“อันตัวข้านี้ รู้จักตัวเองเป็นอย่างดีว่า ไม่ใช่มนุษย์ที่ดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง เปรียบไปตัวข้าก็เหมือนไม้คดงอ ที่ยังต้องอาศัยมีดขวาน คอยตัดแต่ง ขัดเกลา ให้เข้าที่เข้าทาง จึงจะกลายเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่มีประโยชน์ขึ้นมาได้ แต่ตลอดเวลาสามปีที่อยู่ด้วยกันมานี้ เวลาเห็นข้าทำการผิดพลาดบกพร่องไป เกาเหลียงกลับไม่เคยท้วงติง หรือเตือนสติข้าเลย ด้วยเหตุนี้แหละท่านทั้งหลาย ข้าจึงเชิญเขาออกไปเสียจากการเป็นที่ปรึกษาของข้า”

เหล่าขุนนางฟังคำชี้แจงแล้ว ต่างก็ยอมจำนนด้วยเหตุผล

ที่ปรึกษามีไว้ให้ปรึกษา แต่เมื่อไม่ยอมให้คำปรึกษา ถามสิ่งใดมาก็ตอบเพียงว่า “ดีครับนาย สบายครับท่าน รับประกันเลยครับผม”

ที่ปรึกษาอย่างนี้ เป็นได้อย่างดีก็แค่วอลเปเปอร์ ขืนปล่อยให้รับราชการต่อไปก็เปลืองงบประมาณแผ่นดิน ดีไม่ดี อาจชงให้นายไปตายน้ำตื้น ราชวงศ์ล่มสลาย อับอายไปถึงลูกหลาน ร้าวรานไปถึงบรรพบุรุษ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท