
ลืม...เพื่อดื่มเธอ
ผมกำลังทดสอบกรงขังความรู้สึกว่ามันแข็งแรงดีมั้ย ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ความรู้สึกที่เหมือนสัตว์ร้ายสองตัวนั่นก็ออกฤทธิ์จะแหกกรง แต่ไม่นานผมก็ควบคุมไว้ได้ มันไม่มีฤทธิ์เดชอีกต่อไป....
ผมกำลังทดสอบกรงขังความรู้สึกว่ามันแข็งแรงดีมั้ย ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ความรู้สึกที่เหมือนสัตว์ร้ายสองตัวนั่นก็ออกฤทธิ์จะแหกกรง แต่ไม่นานผมก็ควบคุมไว้ได้ มันไม่มีฤทธิ์เดชอีกต่อไป....
โดย...อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์
ปีนี้ลมหนาวมาไว และน่าตื่นเต้นถึงขั้นต้องรื้อค้นเสื้อกันหนาวที่เก็บเอาไว้มาเตรียมรับ พลางคิดว่าใครบางคนจะรู้ตัวและเตรียมพร้อมรับลมหนาวที่มาถึงก่อนเวลานี้ได้หรือไม่
อาจบางทีมิใช่แค่อากาศยะเยือกที่สัมผัสผิวกาย แต่สายลมหนาวนั้นอาจปลุกให้ความรู้สึกบางอย่างฟื้นคืนขึ้นในความทรงจำ ฤทธิ์ของลมหนาวนั้นร้ายนัก...
...รอยยิ้มเปี่ยมสุข คละเสียงหัวเราะเบิกบานเป็นระยะๆ ดูเขามีความสุขที่ได้หยอกเย้าเพื่อนฝูงที่ร่วมวงสนทนา
ผมสังเกตขณะที่ชายหนุ่มกำลังผสมเครื่องดื่ม ปริมาณของน้ำสีอำพันที่เทลงไปนั้นมากกว่าปกติ ต่อให้ถูกเจือจางด้วยโซดาและน้ำ แต่นักดื่มด้วยกันย่อมรู้ว่ารสชาติเครื่องดื่มแก้วนั้นน่าจะแผดร้อนบาดลำคอเพียงใด
สำหรับเขา ฤดูหนาวปีนั้นต่างไปจากทุกปี แม้นกิจวัตรในชีวิตประจำวัน สถานที่จะยังคงเดิม วงสังสรรค์ก็ยังหนาแน่นด้วยมวลมิตร แต่ความคุ้นชินบางอย่างกลับหายไป
อาจบางทีรสชาติแผดร้อนที่ผ่านลำคอ มิใช่เพื่อให้เลือดลมฉีดพล่านต้านสายลมหนาวที่กระทบผิวกาย แต่เพื่อกลบความเหน็บหนาวในหัวใจ
ยิ่งดึก ยิ่งหนาว เพื่อนฝูงหลายคนกล่าวอำลา ผู้คนในวงสนทนาเหลือบางตา ผมขยับเข้าไปนั่งติดกับเขา ยื่นแก้วที่ผสมเครื่องดื่มจนปริ่ม กระแทกเบาๆ กับแก้วของเขาที่วางอยู่และทักว่า “ผสมเข้มจังนะ”
ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นมาถือพร้อมรอยยิ้ม
“ดื่มเพื่อลืมเธอ” คำพูดสั้นก่อนซดเครื่องดื่มในแก้วจนหมด
“ลืม...เพื่อดื่มเธอ” ผมล้อคำพูดเขา และเราก็เริ่มสนทนากันอย่างใกล้ชิด...
...มวลมิตรรับรู้กันถ้วนว่าเพื่อนของเราอกหัก
“เหมือนชนแล้วหนี” เพื่อนคนหนึ่งสรุปได้อย่างกระชับรวบรัดยิ่ง เพราะเธอทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี ไม่มีแม้คำบอกกล่าวอธิบาย การครุ่นคิดเพื่อหาคำตอบว่า ทำไม เพราะอะไร เป็นความทรมานอย่างที่สุด
ลมหนาวในปีนั้นผ่านไป พร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนเรา
เขาลาออกจากงาน ซึ่งเข้าใจได้ว่า การอยู่ในสถานที่ซึ่งทุกตารางนิ้วที่เงาร่างของเธอพาดผ่านสายตา ได้เห็น รับรู้ แต่มิอาจสัมผัส ไถ่ถาม เป็นความปวดร้าวทรมานเพียงใด
แต่นั่นหาได้ก่อความห่วงใยให้ผองเพื่อนมากเท่ากับการที่เขาแทบจะตัดขาดจากการไปมาหาสู่ เวลานานเกือบข้ามขวบปี ที่เพื่อนของเราหายหน้าไป ไม่แม้แต่จะรับโทรศัพท์
“มันยังอยู่ที่เดิม กำลังหางานใหม่ ก่อนนี้มันไปเที่ยวต่างจังหวัด บอกว่ากลับมากรุงเทพฯ ได้เดือนกว่าๆ”
เพื่อนคนหนึ่งเล่าเรื่องของเพื่อนที่หายไปให้ฟัง หลังจากแวะไปเยือนยังที่พัก พร้อมกับความแปลกใจ เพราะแม้จะปวดร้าว แต่ห้องพักของเพื่อนกลับยังคงมีภาพของเธอผู้สร้างความเจ็บปวดอยู่เช่นเดิม เหมือนเมื่อครั้งก่อนการเปลี่ยนแปลง
บางทีการกอดเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ อาจเพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้ยังรู้สึกได้ว่าเธอยังอยู่กับเขา ในยามที่ความรักจากไป
“แม้จะเป็นทุกข์ แต่ความเจ็บปวดก็ยังน่ากลัวน้อยกว่าการลืมเลือนเธอไป”
ผมหวนคิดถึงคำพูดของเขา...
...ผมตอบรับคำชวนไปหาที่นั่งดื่ม นั่งคุย ของเพื่อนคนนี้ทันที ใช่เพียงแค่ใกล้ที่ทำงาน แต่เพราะนานมากแล้วที่เราไม่ได้พบกัน เพียงแต่แปลกไปกว่าทุกครั้งที่เรานัดกันที่ร้านกาแฟ
“รถออกสองทุ่ม แวะมาซื้อของแถวนี้ คิดถึงเพื่อน” เขาตอบคำถามเมื่อเริ่มการสนทนาว่าไปงัยมางัย
ชายหนุ่มได้งานใหม่ในต่างจังหวัด ซึ่งเขาคิดว่าไม่เลวนักที่จะปักหลักตั้งรกราก การสนทนารื่นไหลไถ่ถามถึงเพื่อนคนอื่นๆ แล้วก็มาถึงเรื่องที่ผมไม่คิดแม้จะถาม แต่เขากลับเล่าให้ฟังว่า
“ก่อนมาหาคุณ ผมกินข้าวเที่ยงกับเธอมา” มันอมยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าอันเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจ
“เดือนก่อนผมส่งเมลไปหาเธอ ถามไถ่ทุกข์สุข เธอก็ตอบกลับมา หลังจากนั้นก็โทร.ไปหา พอดีกูมากรุงเทพฯ เลยนัดกินข้าวเที่ยงกัน”
ผมบอกเพื่อนว่า สิ่งที่แปลกใจ มิใช่เพราะเขากับเธอได้พบและพูดคุยกัน แต่แปลกใจว่าเพื่อนลืมเลือนความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นไปหมดแล้วหรือ
“ยังไม่ลืม จำได้ทั้งหมด ทั้งความรักความแค้น แต่ควบคุมให้แต่ละความรู้สึกอยู่ในที่ในทางของมันได้”
เพื่อนบอกว่า ก่อนจะผ่านความรู้สึกเหล่านี้ เขาทดลองทั้งคิดถึงแต่ช่วงเวลาที่มีความสุข แต่ก็เสมือนโหยหาอดีตที่ไม่มีวันย้อนคืน ขณะที่เมื่อคิดถึงการที่เธอไม่สนใจไยดีต่อคำถามถึงสาเหตุ ก็เปี่ยมด้วยความเจ็บแค้น
ทั้งความรักความแค้นผลัดเปลี่ยนกันทำร้ายความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา แต่ที่สุดของความทุกข์ก็เป็นความทุกข์ธรรมดา นานเข้าก็เคยชิน ความทรงจำทั้งเรื่องดีเรื่องร้ายยังสมบูรณ์ แต่ความเจ็บปวดสร่างหายไป
“ผมกำลังทดสอบกรงขังความรู้สึกว่ามันแข็งแรงดีมั้ย ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ความรู้สึกที่เหมือนสัตว์ร้ายสองตัวนั่นก็ออกฤทธิ์จะแหกกรง แต่ไม่นานผมก็ควบคุมไว้ได้ มันไม่มีฤทธิ์เดชอีกต่อไป”
เขาบอกว่า เรื่องราวไคลแมกซ์ คือ เมื่อเธอเอ่ยปากกำลังจะขอโทษเขาในสิ่งที่ผ่านมา
“ผมเล่าให้เธอฟังว่าเคยรู้สึกยังงัย และผ่านความรู้สึกเหล่านี้มาได้อย่างไร เพียงแต่ผมกลัวว่าคำขอโทษ คำอธิบายถึงสาเหตุที่ค้างคาใจผมมานาน อาจก่อความรู้สึกใหม่ที่ยากรับมือ เลยบอกว่า น่าจะได้เจอกันคุยกันปีละครั้ง และหากเธออยากจะกล่าวคำว่าขอโทษ ขอให้เป็นปีหน้า เธอก็เห็นด้วย ปีนี้ผมจะได้เตรียมใจ”
“ถ่านไฟเก่าคุเหรอ” ผมถามกลับ
เพื่อนบอกว่าเปล่า เพียงแต่ความรู้สึกยังไม่ถึงขั้นการให้อภัย ความเจ็บแค้นซึ่งอยู่ร่วมกับเขามาตลอดเป็นสิ่งที่หวงแหน คำขอโทษอาจเป็นสิ่งที่เขารอมานานโดยที่ไม่รู้ตัว และหลังจากนี้ไป เขาจะเตรียมใจฟังคำขอโทษเพื่อให้อภัยเธอ
“ลืม...เพื่อดื่มเธอ” เพื่อนยื่นถ้วยกาแฟขึ้นมาตรงหน้า ส่งยิ้มให้ เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของผม







