
แฟนบอลเฮ! "บิ๊กป้อม" ร่วมเอกชนเซ็นสัญญาถ่ายบอลโลกให้คนไทยดูฟรี ลั่นไม่ได้หาเสียง
พล.อ.ประวิตร ร่วมกับองค์กรภาคเอกชนเซ็นสัญญาคว้าสิทธิ์ถ่ายบอลโลก2018 เผยไม่ใช่ฮีโร่และหาเสียง แต่เอกชนลงขันคนละ 200 ล้าน
พล.อ.ประวิตร ร่วมกับองค์กรภาคเอกชนเซ็นสัญญาคว้าสิทธิ์ถ่ายบอลโลก2018 เผยไม่ใช่ฮีโร่และหาเสียง แต่เอกชนลงขันคนละ 200 ล้าน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 9 องค์กรภาคเอกชนแถลงข่าว "ประเทศไทยเซ็นสัญญาคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018" ซึ่งจะจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-15 ก.ค. นี้ ที่ประเทศรัสเซีย
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและภาคเอกชน ซึ่งในฐานะรัฐบาลยินดีประกาศให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า ขณะนี้การเซ็นสัญญาคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 กับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ผ่านทางบริษัท อินฟรอนท์ สปอร์ต แอนด์ มีเดีย ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในภูมิภาคเอเชีย สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยคนไทยทั้งประเทศจะสามารถรับชมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครบ 64 แมตช์ ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งรับชมถ่ายทอดสดผ่านช่อง ทรูโฟร์ยู ช่อง24, อัมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 และช่อง 5 ส่วนรายละเอียดเรื่องภาพลิขสิทธิ์หรือการนำภาพไปเสนอข่าวของช่องอื่นๆนั้นจะมีรายละเอียดที่ต้องมีการพูดคุยกันภายหลัง
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ตนไม่ใช่ใช่ฮีโร่ แต่ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากทุกคนช่วยกัน โดยภาคเอกชนร่วมกันจ่ายรายละ ราว 200 ล้านบาท เพื่อทำให้คนไทยมีความสุข พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อหาเสียงให้กับรัฐบาล คสช. เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำกันมานานแล้ว ทั้งนี้ขอร้องประชาชนที่ชมถ่ายทอดสดบอลโลกอย่าเล่นการพนัน
สำหรับ 32 ทีมที่ผ่านเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 มีดังนี้ กลุ่ม A : รัสเซีย(เจ้าภาพ) , ซาอุดิอาระเบีย, อียิปต์ , อุรุกวัย / กลุ่ม B : โปรตุเกส , สเปน , โมร็อคโก , อิหร่าน / กลุ่ม C : ฝรั่งเศส , ออสเตรเลีย , เปรู , เดนมาร์ค / กลุ่ม D : อาร์เจนติน่า , ไอซ์แลนด์ , โครเอเชีย , ไนจีเรีย / กลุ่ม E : บราซิล , สวิตเซอร์แลนด์ , คอสตาริก้า , เซอร์เบีย / กลุ่ม F เยอรมนี (แชมป์เก่า) , เม็กซิโก , สวีเดน , เกาหลีใต้ / กลุ่ม G : เบลเยี่ยม , ปานามา , ตูนิเซีย , อังกฤษ / กลุ่ม H : โปแลนด์ , เซเนกัล , โคลอมเบีย , ญี่ปุ่น โดยคู่เปิดสนามคือเกมระหว่าง รัสเซีย พบกับ ซาอุดิอาระเบีย ที่ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม







