
ออกเดินทางเพื่อรู้จักตัวเอง Journeyaholic
นักเดินทางสาวขาลุย ปานวาด เปรมประสิทธิ์ เริ่มต้นออกเดินทางเพื่อหาคำตอบว่าตัวเองชอบอะไร จากนั้นเธอได้แบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์ใหม่ๆ
โดย รอนแรม ภาพ : Journeyaholic
นักเดินทางสาวขาลุย ปานวาด เปรมประสิทธิ์ เริ่มต้นออกเดินทางเพื่อหาคำตอบว่าตัวเองชอบอะไร จากนั้นเธอได้แบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Journeyaholic เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ยังหาคำตอบให้ชีวิตไม่ได้กล้าออกเดินทางเหมือนเธอ
“ตอนเปิดเพจมันเป็นช่วงที่เราอยากค้นหาตัวเอง เราไม่รู้ว่าชีวิตเราจะไปทางไหนดีก็เลยเลือกทางที่เราชอบ คือ การเดินทาง” ปานวาด เล่าถึงจุดเริ่มต้น
“ทริปแรกเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เราแบกเป้ไปเชียงใหม่คนเดียว พอกลับมาได้ลองเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปก่อน ปรากฏว่ามีคนสนใจเยอะ เราเลยตัดสินใจเปิดเพจต่อเนื่องกันไป”
เธอกล่าวด้วยว่า เหตุที่เปิดเพจเฟซบุ๊ก ในตอนแรกเธอมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่ติดตาม
“ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่า เปิดเพจแล้วเราจะเป็นบล็อกเกอร์ได้หรือสามารถทำงานหรือทำเงินจากพื้นที่ตรงนี้ได้” ซึ่งหลังจากทริปเปิดโลกที่เชียงใหม่ ปานวาดก็หลงใหลการเดินทางและมักออกไปเปิดโลกกว้างเพียงคนเดียวเสมอ
เธอเล่าว่า การไปเที่ยวคนเดียวทำให้เธอได้เจอเพื่อนใหม่ทุกครั้งที่ไป และเธอยังมีเป้าหมายใหญ่คือ การไปเที่ยวให้ครบ 77 จังหวัดทั่วไทยให้ได้
“เราชอบแบ็กแพ็กไปเที่ยวเอง ขึ้นรถสาธารณะ และกำหนดเฉพาะจุดหมายปลายทาง ส่วนระหว่างทางจะไปไหน ไปกินอะไร พักที่ไหน เจออะไร ก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องธรรมชาติตามจังหวะและเวลาตรงนั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะชอบไปแนวธรรมชาติ อยู่กับชาวบ้าน พักโฮมสเตย์ และนอนโฮสเทล”
อย่างทริปแรกที่เชียงใหม่เธอก็เลือกไปดอยอินทนนท์
“ข้อดีของการเดินทางคนเดียว มันทำให้เรารู้จักระหว่างทางมากขึ้น เพราะเราคิดว่าระหว่างทางสำคัญกว่าปลายทาง สามารถเจอมิตรภาพระหว่างการเดินทาง และการไปเที่ยวคนเดียวยังทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ดูแลตัวเองได้ดีกว่าเดิม มีการวางแผน หาข้อมูล แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น”
นอกจากนี้ สำหรับทริปต่างประเทศครั้งแรก เธอเลือกไปปากเซ สปป.ลาว เนื่องจากเป็นประเทศที่สามารถสื่อสารผ่านภาษาไทยได้ ยังคงเป็นเมืองที่ยังรักษาวิถีท้องถิ่นไว้ และสามารถเดินทางได้ง่ายเหมาะกับนักท่องเที่ยวมือใหม่และไปคนเดียว
“ตั้งแต่เชียงใหม่จนถึงลาวใต้ เราเลือกใช้วิธีขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวคนเดียว เพราะเราคิดว่ามันเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ถ้าอยากแวะระหว่างทาง อยากหยุดรถลงไปคุยกับชาวบ้าน หรือเวลาเห็นความสวยงามตรงไหนเราก็สามารถหยุดรถข้างทางและลงไปถ่ายรูปได้เลย” สาวขาลุยกล่าวต่อ
ส่วนการเขียนเนื้อหาในเพจเฟซบุ๊ก เธอเลือกที่จะเล่าผ่านความรู้สึกในขณะนั้น ซึ่งเป็นวิธีการเขียนที่แตกต่างจากช่วงแรกๆ ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล เพราะเธอเห็นว่า ปัจจุบันมีช่องทางให้คนหาข้อมูลการเดินทางมากมาย แต่ที่หาไม่ได้จากที่ใดคือ ประสบการณ์และความรู้สึกจริง
“การเดินทางที่เราเล่าด้วยความรู้สึกตอนนั้น มันเป็นประสบการณ์ของแต่ละคนซึ่งแม้ว่าจะไปที่เดียวกันพร้อมคนอื่นๆ เราก็รู้สึกต่างกัน ซึ่งเราเป็นคนที่ถ้าชอบที่ไหนจะไปที่นั้นซ้ำๆ” เธอหัวเราะ
“อย่างเชียงใหม่ที่ไปบ่อยมาก แต่ก็ยังรู้สึกชอบทุกครั้งที่ไป และยังมีชุมชนเล็กๆ ให้เข้าไปหาอีกมาก”
ปานวาด นิยามความหมายของการเดินทางว่า “เราออกเดินทางเพื่อทำความรู้จักกับใครคนหนึ่งให้มากขึ้น และใครคนนั้นก็คือ ตัวเราเอง” พร้อมอธิบายต่อว่า
“เพราะคนเราต้องหาสิ่งที่ตัวเองชอบและเลี้ยงตัวเองได้ เวลาที่เราค้นหาตัวเองไม่เจอมันอึดอัด เพราะเราจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป สำหรับตัวเราคิดว่า การเดินทางมันทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น ทำให้เราเห็นแนวทางในอนาคตชัดเจนขึ้นว่าเราจะทำอะไรต่อไป”
แน่นอน เธอมีความฝันอยากมีโฮสเทลของตัวเองสักแห่ง
“สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่หรือยังไม่รู้ว่าอยากทำอะไร ลองออกเดินทางดู เพราะการเดินทางมันทำให้เราได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้เห็นโลกกว้าง ได้พูดคุยกับคนหลายรูปแบบ ซึ่งมันจะเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดของเราว่าเราเป็นใคร และอยากทำอะไรต่อไปในอนาคต”







