posttoday
อธิป ตันติวรวงศ์ ฝันที่ต้องไปให้ถึงให้คนไทยเข้าใจ Energy Storage

อธิป ตันติวรวงศ์ ฝันที่ต้องไปให้ถึงให้คนไทยเข้าใจ Energy Storage

28 เมษายน 2561

อธิป ตันติวรวงศ์ หรือ “ที” อายุ 32 ปี ผู้จัดการส่วนการขายและการตลาด ฝ่ายนวัตกรรมพลังงาน บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่

โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง  ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข

อธิป ตันติวรวงศ์ หรือ “ที” อายุ 32 ปี ผู้จัดการส่วนการขายและการตลาด ฝ่ายนวัตกรรมพลังงาน บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เป็นบริษัทที่ถือหุ้นธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากบริษัทภายในกลุ่ม ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ โดยเขาจะได้รับมอบหมายให้มาดูแลเรื่องการพัฒนาธุรกิจกับการขยายตลาดเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ในไทย ของ GPSC ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศและเป็นงานที่ไม่ง่ายเลย

อธิป ตันติวรวงศ์ ฝันที่ต้องไปให้ถึงให้คนไทยเข้าใจ Energy Storage

หากดูนามสกุลถือว่าคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี เขาคนนี้เป็นลูกชายของ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ หรืออดีตผู้บริหารแบงก์ใหญ่กรุงไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน และกว่าจะได้มาทำงานบุกเบิกกับเรื่องใหม่ระดับประเทศ ถือว่าผ่านการเก็บประสบการณ์ที่หลากหลายมาก

“แม้จุดเริ่มต้นต้องการเป็นวิศวกร แต่พอได้ไปปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ได้ข้อสรุปลงตัวด้านเศรษฐศาสตร์ เพราะจะได้เห็นภาพกว้าง” อธิป เริ่มต้นเล่าประวัติของเขา

12 ปีที่เขาไปใช้ชีวิตนักเรียนนอกที่ตั้งแต่ระดับมัธยมและเรียนปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ ได้รับเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ขณะเดียวกันก็ทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ถือเป็นโอกาสในการทบทวนตำราทางอ้อม และมองว่าทำให้ได้ทักษะทางด้านการสื่อสารมาและรู้จักความรับผิดชอบมากขึ้น ด้วยที่จะจัดสรรเวลาในการทำงานและเรียนไปด้วยให้ได้

“ผมจบทำงานที่สหรัฐ ทำงานเป็นวาณิชธนกิจที่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์เพียง 4-5 เดือน คิดว่าเราน่าจะกลับมาทำประโยชน์ที่บริษัทคนไทยเป็นหลักมากกว่า และเริ่มกลับมาทำงานที่ บริษัท ปตท. (PTT) เป็นพนักงานวิเคราะห์และวางแผน เป็นผู้ช่วยคุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ซึ่งตอนนั้นเพิ่งได้รับตำแหน่งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ทำ 1 ปี ไปอยู่ที่งานด้านบริหารความเสี่ยง และดูแลงานการลงทุนต่างประเทศของ ปตท.อย่างละ 1 ปี”

อธิป ตันติวรวงศ์ ฝันที่ต้องไปให้ถึงให้คนไทยเข้าใจ Energy Storage

จากนั้นอธิปได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาโทของ ปตท.ทั้งหมด 3 ปี ซึ่งเป็นโปรแกรมร่วมทั้งทางด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และปริญญาโทใบที่สอง ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กลับมาอยู่ด้านซื้อขายน้ำมัน (เทรดดิ้ง) ของ ปตท.ประจำทั้งที่กรุงเทพฯ และสิงคโปร์

“เป็นโอกาสที่ได้มีส่วนร่วมช่วยเริ่มต้นตั้งพีทีทีเทรดดิ้งลอนดอนเพราะเดิม ปตท.โฟกัสอยู่ที่เอเชียและตะวันออกกลางจำนวนมาก แต่การมีฮับที่ลอนดอนทำให้ ปตท.มีโอกาสเทรดที่ยุโรปหรือสหรัฐมาก โดยเดือนแรกที่มีรายได้ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ย้ายไปดูแลการขยายงานกาแฟอเมซอน ได้รับโจทย์ให้ขยายไปนอกกลุ่ม ปตท. ซึ่งที่ผ่านมาการไปต่างประเทศเป็นรูปแบบของมาสเตอร์แฟรนไชส์จะมาในรูปแบบบริษัทลูกของ ปตท.เอง ซึ่งคือลูกขายให้แม่ จนทำให้เกิดขายกาแฟอเมซอนกับบริษัทโอมานออยล์ ที่ประเทศโอมาน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ ปตท. ที่มีปั๊มขยายทั่วประเทศ ความยากคือ ที่โอมานมูลค่าแบรนด์อเมซอนเหมือนในไทยไม่มีเลย ต้องเริ่มจากศูนย์ทั้งหมด”

ปัจจุบันอธิปย้ายมาอยู่ที่ GPSC มาดูแลเรื่องตลาด Energy Storage ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายเพราะ GPSC เพิ่งทำเรื่องนี้มาได้เพียง 1 ปี และตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและทำเทคโนโลยีของตัวเอง จนได้พันธมิตรทางธุรกิจ ก่อนที่เขาจะเข้ามาดูเรื่องการตลาด GPSC ได้เข้าไปลงทุนถือหุ้น 20% ในบริษัท ทเว็นตี้โฟร์เอ็ม ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพจากสถาบัน MIT ของสหรัฐที่มีเทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่ใช้วัตถุดิบในการผลิตและต้นทุนการผลิตที่ถูก และไม่จำเป็นต้องสร้างโรงงานขนาดใหญ่

“ผมได้ไปอบรมและเรียนรู้ที่นั่นมากว่า 2 เดือนเต็ม เพื่อเรียนรู้ทั้งเรื่องเทคนิค กระบวนการผลิตต่างๆ และการทำการตลาดที่เกิดการใช้จริง ซึ่งปัจจุบันมีการกระจายตัวมากในแคลิฟอร์เนีย ฮาวาย สหรัฐ และประเทศเยอรมนี ซึ่งถือว่าทำให้เห็นภาพการเชื่อมโยงกับการทำระบบธุรกิจได้อย่างชัดเจนอย่างไรก็ดี ในขณะนี้ Energy Storage สามารถใช้ร่วมกับพลังงานหลัก พลังงานหมุนเวียน พลังงานทางเลือกได้หมด เพียงแต่กระบวนการผลิตทั้งหมดนี้ยังมีต้นทุนการดำเนินงานที่แพงอยู่ และมองว่า Energy Storage อาจจะเป็นตัวสร้างการเติบโตให้ GPSC ในอนาคต เนื่องจากมองว่ากธุรกิจไฟฟ้าไม่ได้มีการขยายมากในอนาคต เพราะไม่ได้มีการให้ใบอนุญาตเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้น จำเป็นที่บริษัทต้องมีธุรกิจใหม่ จากที่อาจจะไปซื้อนอกประเทศ ก็น่าจะเริ่มจากการหานวัตกรรมใหม่เข้ามา”

อธิป ตันติวรวงศ์ ฝันที่ต้องไปให้ถึงให้คนไทยเข้าใจ Energy Storage

อธิป ขยายภาพกว้างให้เห็นว่า ปัจจุบันตลาด Energy Storage แบ่งเป็น คือ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ และซับสเตชั่นองโรงจ่ายไฟฟ้า ซึ่งอย่างที่สามเป็นสิ่งที่ GPSC กำลังโฟกัส

“เพราะเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิมคือไฟฟ้าที่บริษัทมีอยู่แล้ว อีกทั้งเร็วๆ นี้จะเกิดการร่วมมือกันกับมหาวิทยาลัยไทยแห่งหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำเป็นสมาร์ทซิตี้ เข้าไปช่วยดูแลเรื่องเทคโนโลยี Energy Storage ใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุม เนื่องจากมหาวิทยาลัยนี้มีหน่วยงานวิจัยเรื่องนี้อยู่แล้วระดับหนึ่ง พอเกิดการทำงานร่วมกันมากขึ้น ก็จะเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้ อีกทั้งในอนาคตน่าจะเกิดความร่วมมือกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ในประเทศช่วยกันในการพัฒนาความร่วมมือการทำตลาดในอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเกิดการใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในไทย

นอกจากนั้น หากจะให้เกิดมุมมองให้คนทั่วไปเห็นความสำคัญกับ Energy Storage แบบใกล้ตัว คือ อย่างที่เกิดกรณีไฟดับ 14 จังหวัดภาตใต้ หรือแม่ฮ่องสอนไม่มีไฟฟ้าใช้หลายสิบชั่วโมงอย่างปีที่แล้ว ก็อาจมีผลกระทบต้องโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ถ้าไม่มีการกันสำรองไฟฟ้าที่เพียงพอ แต่ถ้ามี Energy Storage ก็จะทำให้มีการเก็บกักใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังหมายรวมไปถึงการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและมีการแกว่งค่าไฟฟ้าที่เสถียรมากขึ้น และยังส่งผลในการยืดอายุการใช้งานของสายส่งไฟฟ้าได้มากขึ้นด้วย

เบื้องต้นทาง GPSC จะเริ่มใช้ไปกับภายในกลุ่มของ ปตท.ก่อน เพราะปัจจุบันต้นทุนหลักในการผลิตของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็เป็นเรื่องค่าไฟฟ้าเป็นหลัก จากนั้นถึงจะขยายไปยังลูกค้าที่เป็นอุตสาหกรรมเป็นหลัก เพราะจะทำให้เกิดการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากไฟตกก็จะไม่กระทบต่อกระบวนการผลิต”

อธิปชี้ว่า แม้วันนี้ Energy Storage ถือว่ายังเป็นเรื่องใหม่ของประเทศ และยังไม่สามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับ GPSC ได้ในระยะสั้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มกระบวนการสร้างความเข้าใจ เพราะสิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือ เป้าหมายระยะยาวที่จะส่งผลสเกลใหญ่ไปสู่ระดับประเทศ

อธิป ตันติวรวงศ์ ฝันที่ต้องไปให้ถึงให้คนไทยเข้าใจ Energy Storage

“หนึ่ง คือทำให้ประเทศมีต้นทุนการใช้ไฟที่ถูกลงได้ เหมือนปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ก็สามารถสร้างประสิทธิภาพให้ถูกกว่าพลังงานประเภทอื่น สอง ทำให้ประเทศลดต้นทุนในการที่จะไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และสาม หากประเทศมีการซื้อขายไฟหรือมีการเทรดขึ้นได้ จะทำให้การใช้ไฟของประเทศมีความเสถียรมากขึ้น เหมือนที่ประเทศอื่น เช่น สหรัฐ เกาหลี ญี่ปุ่น ที่เมื่อมีการผลิตส่วนเกินก็สามารถขายไฟไปในระบบได้ หรือได้รับส่วนลดในการชำระค่าไฟหากสามารถกักเก็บไฟในช่วงที่ผู้ใช้น้อยแล้วปล่อยไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้สูงสุดได้”

ทั้งนี้ อธิป บอกว่าเมืองไทยจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัย 3 ส่วนประกอบกัน คือ เอกชนต้องมีเทคโนโลยีในการผลิต รัฐบาลต้องสนับสนุน และผู้ใช้ไฟต้องมีความเข้าใจ

สิ่งที่หนุ่มวัย 32 กำลังทำอยู่เป็นเรื่องที่ใช้ความท้าทายไม่น้อยในการขับเคลื่อนให้คนไทยได้รู้จัก Energy Storage เขายอมรับว่าหลักการทำงานส่วนหนึ่งมีแรงผลักดันจากต้นแบบของคุณพ่อ ที่เขาเห็นหอบงานกลับมาทำที่บ้านและมีโอกาสช่วยประเทศมาตั้งแต่เด็กๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากจะทำสิ่งที่จะช่วยพัฒนา และทำสิ่งที่มีผลกระทบต่อประเทศโดยตรง ซึ่งมีความเชื่อว่าหากมีการวางโครงสร้างพื้นฐานที่ดีแล้วจะทำให้เกิดการผลิตที่ดีขึ้นกับประเทศได้

เพราะด้วยงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา หากเขาไปทำบริษัทต่างประเทศหรือทำงานที่ต่างประเทศ อาจจะมีความก้าวหน้าและรายได้ที่มากกว่า แต่เพราะมีสิ่งที่ผลักดันในใจ เขาจึงมุ่งมั่นที่จะพยายามผลักดันให้คนไทยได้รู้จักสิ่งที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของโลกพลังงานในวันนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท