
ตอบปัญหานิสิตปริญญาโท ด้วยความรู้ธรรมดาๆ (ตอน ๔)
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพอย่างสูง
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพอย่างสูง
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพอย่างสูง
กระผมนายสรรพศักดิ์ นิสิตปริญญาโทคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า ในช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญปัญหาอะไรก็ตามในชีวิตเพียงลำพัง มีแรงกดดันมาจากรอบข้าง พระอาจารย์มีหลักธรรมอันใดให้ผมและเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันที่พบปัญหาพึ่งพาเป็นหลักคิด หลักใจได้บ้างครับ ด้วยความเคารพศรัทธาในพระศาสนา “ใคร่ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า...การรักษาศีล ๘ ในวันพระได้บุญมากกว่าการรักษาศีลในวันธรรมดาหรือเปล่า? ตรงนี้พระอาจารย์มีวิสัชนาอย่างไรครับ?”
วิสัชนา :
ปะทักขิณัง กายะ กัมมังวาจา
กัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง
มะโนกัมมัง ปะณิธีเต ปะทักขิณา
ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภัณตัตเถ ปะทักขิเณ”
แปลความจากภาษบาลีธรรมดังกล่าวว่า “...เวลาประพฤติชอบ ชื่อว่าฤกษ์ มงคลดี สว่างดี รุ่งดี และขณะดี ครู่ดี บูชาดีแล้ว ในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย
กายกรรม เป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา (กายกรรมที่ชอบ)
วจีกรรม เป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา (วจีกรรมที่ชอบ)
มโนกรรม เป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา (มโนกรรมที่ชอบ)
ความปรารถนา ของท่านเป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา (ความปรารถนาที่ชอบธรรม)
สัตว์ทั้งหลายทำกรรมอันเป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา (กรรมที่ชอบธรรมทั้งหลาย)
ย่อมได้ประโยชน์เป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา (ประโยชน์ทั้งหลายอันชอบธรรม)”
กล่าวโดยสรุปแห่งความเป็นประโยชน์อันชอบโดยธรรมย่อมเกิดขึ้นตามการกระทำที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม...นี่เป็นความจริงที่สุด (Ultimate of Truths) ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อการเข้าถึงความจริงที่ว่า “อานิสงส์ผลบุญแห่งการรักษาศีล ๘ คงจะขึ้นอยู่ที่การกระทำของบุคคลมากกว่าอิทธิพลของวัน...” แต่ทั้งนี้ก็มิได้ปฏิเสธว่า ความเป็นสัปปายะในวันพระว่า ไม่มีผล... เพียงแต่นำมาสรุปรวมลงที่การกระทำของบุคคลเป็นปัจจัยชี้ขาดในมูลความจริงตามที่ควรเชื่อถือ... ตามที่ควรเข้าถึง... และตามที่ควรเข้าใจ...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







