posttoday
จิตรกรรมไทยในวัดกุสินาราเฉลิมราชย์

จิตรกรรมไทยในวัดกุสินาราเฉลิมราชย์

13 ตุลาคม 2553

วัดนี้อยู่ไกลถึงรัฐอุตตรประเทศ เมืองกุสินารา ประเทศอินเดียนู่น

วัดนี้อยู่ไกลถึงรัฐอุตตรประเทศ เมืองกุสินารา ประเทศอินเดียนู่น

โดย....วิชช์ญะ ยุติ

 

จิตรกรรมไทยในวัดกุสินาราเฉลิมราชย์

วัดนี้อยู่ไกลถึงรัฐอุตตรประเทศ เมืองกุสินารา ประเทศอินเดียนู่น

สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาฐานะสังเวชนียสถานแห่งสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ทั้งยังเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา

วันที่ 21 ก.พ. 2542 มีงานฉลองสมโภช โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า “วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์”

หากใครไปย่ำเยือนอินเดียอยู่บ่อยๆ ยิ่งเฉพาะทริปตามรอยพระพุทธเจ้า ก็คงได้แวะชื่นชมความงดงามกันอย่างเต็มอิ่ม

“พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา” ถือเป็นจุดสำคัญของวัด ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแบบแปลนและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับการก่อสร้าง นับตั้งแต่โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ วันที่ 30 มี.ค. 2544

ทว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอคอยเพื่อความสมบูรณ์ของวัด นั่นก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังและมุขทางเข้าด้านเหนือในพระอุโบสถ ที่เริ่มมีดำริสร้างราวปี 2543 แต่ติดขัดอุปสรรคนานาจึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จนเมื่อพระราชรัตนรังษี พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ปรารภกับคณะผู้มีจิตศรัทธาว่าอยากให้ภาพจิตรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จเสียที

จากนั้นไม่นาน “น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น” อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ (สาขาสถาปัตยกรรมไทย) ก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลโปรเจกต์ยักษ์นี้ โดยตัดสินใจเลือกจิตรกร 6 กรมศิลปากร “มณเฑียร ชูเสือหึง” มาเป็นผู้ออกแบบทั้งหมด

เวลาล่วงผ่านไปเกือบ 2 ปี น่ายินดีว่าผลงานรุดหน้าไกลเกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะความร่วมแรงแข็งขันของทีมจิตรกรไฟแรง อันมีมณเฑียรเป็นโต้โผดูแลและควบคุมการรังสรรค์อย่างใกล้ชิด

แนวคิดจิตรกรรมฝาผนังชุดนี้ นำเสนอเรื่องราวในบทพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” และภาพพระราชกรณียกิจ แบ่งเป็น 39 กลุ่มภาพหลัก ไล่เรียงจากอดีตกาล การขึ้นครองราชสมบัติของพระมหาชนก จนถึงการเสด็จสวรรคต ตลอดทั้งความเพียรพยายามต่อปัญหาอันหนักหนา ที่เป็นเสมือนคติสอนใจอันแยบคาย

ทีมจิตรกรใช้เทคนิคการเขียนภาพไทยดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้กับจินตนาการ เพื่อเพิ่มมิติในการมองเห็นระยะสายตา ใส่ความเป็นศิลปะไทยเข้าไป จนเกิดความนุ่มนวลและกลมกลืนระหว่างเนื้อกับสีสัน ขณะเดียวกันยังสอดแทรกวัฒนธรรมภารตในชิ้นงานด้วย เป็นการผสมผสานงานศิลป์ได้ค่อนข้างลงตัว

 

จิตรกรรมไทยในวัดกุสินาราเฉลิมราชย์

“เราจะเขียนภาพบนผ้าใบก่อน แล้วค่อยนำไปปิดลงผนัง วิธีนี้จะช่วยเซฟในหลายๆ เรื่องได้ เช่น ความชื้น ที่อาจทำให้ภาพเสียหายได้ ที่สำคัญงบประมาณ ซ่อมบ่อยๆ ก็ไม่ไหว สีที่ใช้ก็เป็นสีอะครีลิก อายุขัยของมันค่อนข้างอยู่นาน แห้งเร็ว ไม่หลุดล่อน สีก็มีทั้งโทนร้อนและโทนเย็น แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางโทนเย็นมากกว่า เป็นการคุมโทน”

มณเฑียรเล่าถึงเบื้องหลังการทำงาน โดยต้องศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ผลงาน ผู้คนจริงๆ สำหรับประกอบการทำงานในครั้งนี้

“ตอนที่ไปวัดขนาดพื้นที่จริง ผมก็มีโอกาสไปดูศิลปวัฒนธรรมอินเดียด้วยว่าของเขาเป็นยังไง ไม่ว่าจะภาพจิตรกรรม หรือการแต่งกาย กระทั่งอิริยาบถการนั่งการเดินก็ศึกษาจากคนจริงๆ ภาพที่เห็นมันจะเป็น 3 มิติ ซึ่งต่างจากงานจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่มักจะมีความแบนเรียบ สีสันก็มีทั้งใกล้และไกล มีแสงเงา มีน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน ผมขอเรียกว่าจิตรกรรมไทยร่วมสมัย”

แม้จะเป็นจิตรกรรมร่วมสมัย แต่สิ่งที่จะปรากฏบนฝาผนังวัดยังคงยึดขนบตามแบบจิตรกรรมดั้งเดิม สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของศิลปะไทย เห็นได้ชัดคือการตัดเส้นและการจัดองค์ประกอบภาพบุคคล ที่กลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

ผู้สนใจอยากสัมผัสผลงานก็ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง ณ สถานที่ปฏิบัติงาน ถนนพุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ก่อนที่ทีมจิตรกรจะเคลื่อนย้ายไปติดตั้งยังวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ สอบถามรายละเอียดและเส้นทาง 089-026-7470

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ