posttoday
เพรียกชื่อฉันในตัวเธอ

เพรียกชื่อฉันในตัวเธอ

11 มีนาคม 2561

“เมื่อลูกไม่คาดหวังอะไร ธรรมชาติมักจะเสาะแสวงหาจุดอ่อนของเราอยู่เสมอ แค่จำไว้ว่าพ่อยืนอยู่เคียงลูก”

โดย เพรงเทพ

“เมื่อลูกไม่คาดหวังอะไร ธรรมชาติมักจะเสาะแสวงหาจุดอ่อนของเราอยู่เสมอ แค่จำไว้ว่าพ่อยืนอยู่เคียงลูก”

คำสนทนาของศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีชาวอิตาเลียน นายเพิร์ลแมน ผู้เป็นพ่อคุยอย่างจริงจังในตอนท้ายเรื่องกับลูกชายวัย 17 เอลิโอ

“เรายอมละทิ้งตัวตนของเรา เพื่อที่จะรักษาตัวเราจากบาดแผลทางสังคมให้เร็วขึ้น จนเรากลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนตอนอายุ 30 และในแต่ละครั้งตอนเราเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน เราก็ยิ่งมีคุณสมบัติในการเข้ากับคนอื่นน้อยลง ในการที่จะทำตัวเองให้ว่างเปล่า เพื่อที่จะไม่รู้สึกอะไรเลย... ช่างน่าเสียดาย”

เพรียกชื่อฉันในตัวเธอ

ความเข้มข้นในหลักคิดของผู้ใช้ชีวิตมาก่อน และตกตะกอนนอนก้นของบาดแผลสุขทุกข์ มีความเข้าใจในความฟุ้งซ่านและฮอร์โมนที่พุ่งทะลักของวัยรุ่นในการเลือกและทดลองใช้ชีวิต เพียงสะกิดเตือนให้ฉุกคิดและพร้อมที่จะโอบประคองลูกในฐานะพ่อ

“ลูกจะใช้ชีวิตแบบไหนก็เป็นเรื่องของลูก แต่จงจำไว้ว่า หัวใจของเรามันเต้นอยู่เพียงชั่วชีวิตเดียวเท่านั้น และกว่าจะรู้สึกตัวอีกที หัวใจก็หมดสภาพและร่างกายก็โรยราจนไม่มีใครมอง จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้”

ความงดงามของความคิดในถ้อยคำที่เรียงร้อยออกมาของพ่อ เหมือนกระตุ้นเตือนให้ฉุกคิดอย่างเข้าใจถึงความรู้สึกในห้วงลึกภายในของลูกชาย ในการยืนยันตัวตนและพฤติกรรมที่จะก้าวเดินไปในอนาคตอย่างเข้าใจ

“ตอนนี้ความเศร้าที่มีอยู่ ความเจ็บปวดจงอย่ากำจัดมัน และอย่ากำจัดความสุขที่เคยรู้สึกกับมัน”

เพรียกชื่อฉันในตัวเธอ

คำแนะนำของพ่อคือบทสรุปขมวดรวมทั้งหมดที่นำพาให้ชีวิตของวัยรุ่นคนหนึ่ง ซึ่งล่วงถลำตามหัวใจเรียกร้องในสัญชาตญาณทางเพศได้เข้าใจและทบทวนตัวเอง เป็นความงดงามตามด้วยฉากจบในอีก 2 ปีต่อมาที่มีข่าวทางไกลจากโทรศัพท์

เอลิโอเด็กหนุ่มนั่งอยู่หน้าเตาผิง แสงไฟสาดส่องน้ำตาคลอหน่วยอาบอิ่มหวนคิดถึงคืนวันในฤดูร้อนปี 1983 ที่เขาค้นพบความรักความใคร่และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

ว่าไปแล้วภาพยนตร์ “Call Me by Your Name” ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงบนเวทีออสการ์ที่ประกาศผลไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการเข้าชิง 4 สาขา คือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม บทเพลงดั้งเดิมยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงชายยอดเยี่ยม ทิโมธี ชาลาเม็ต

แม้จะได้มาแค่รางวัลเดียวคือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ก็ถือว่าเหมาะสมสำหรับภาพยนตร์เพศที่ 3 LBGTQ ที่นำเสนอภาพชีวิตของรักแรกของชายรักชายในยุคทศวรรษที่ 80 ซึ่งสังคมอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี ยังไม่เปิดกว้างรวมถึงเชื้อชาติและศาสนาที่ดูเป็นเหมือนเกราะครอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แน่นอนภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในการลุ้นและความสนใจของคนดูคนไทยอย่างมาก เนื่องจากการมีส่วนร่วมของผู้กำกับภาพชาวไทย สยมภู มุกดีพร้อม ที่กำกับภาพให้หนังเรื่องนี้ สยมภู เป็นผู้กำกับภาพคู่บุญของ เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ซึ่งประสบความสำเร็จในการประกวดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ฝรั่งเศส มาแล้วหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “สุดเสน่หา” “แสงศตวรรษ” รวมทั้งผลงานชิ้นเยี่ยมอย่าง “ลุงบุญมีระลึกชาติ”

เพรียกชื่อฉันในตัวเธอ

แม้จะไม่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขากำกับภาพยอดเยี่ยมของรางวัลออสการ์ แต่การเข้าชิงรางวัลอีก 2 ที่ คือ Critic’s Choice Award และ Independent Spirit Award (รางวัลออสการ์ของภาพยนตร์นอกกระแส) ก็ถือว่าสามารถสร้างชื่อให้คนไทยในโลกภาพยนตร์นานาชาติได้อย่างล้นเหลืออีกครั้ง และสามารถชนะได้รางวัล Independent Spirit Award อย่างน่าชื่นใจ

เมื่อมาดูการกำกับภาพของ สยมภู ได้สะท้อนให้เห็นจังหวะและลีลา รวมถึงความลึกในมุมมองของการจัดวางภาพที่โดดเด่นมีลักษณะของอารมณ์เฉพาะตัวที่องค์ประกอบรวมทั้งหมด โดยเฉพาะบรรยากาศที่ผลักดันอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครให้ลอยเด่นชัดออกมาจากห้วงลึกภายในอย่างลึกซึ้ง มีความงามอย่างประหลาดและเข้าถึงจิตวิญญาณของความรักความใคร่ในเพศที่สามในแง่มุมสวยงามผ่านภาพทั้งหมดออกมา

จากนิยายรักโรแมนติกของชาวเกย์ที่เขียนในปี 2007 ของ อังเดร เอซิแมน ซึ่งคว้ารางวัล 20th Lambda Literary Awards ในสาขานวนิยายเกย์ ที่นำเสนอเรื่องราวในเมืองทางตอนเหนือของอิตาลีอันงดงามช่วงปี 1983

เอลิโอ เด็กหนุ่มลูกครึ่งอิตาเลียน-อเมริกัน วัย 17 ที่พบกับ โอลิเวอร์ นักเรียนปริญญาเอกชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งเดินทางมาอยู่บ้านตากอากาศของครอบครัวเอลิโอตลอดฤดูร้อน เพื่อช่วยพ่อของเอลิโอ ผู้เป็นศาสตราจารย์ด้านโบราณคดี ทำงานวิจัย จนกลายมาเป็นความสัมพันธ์ที่แสนลึกล้ำจำฝังใจไปชั่วชีวิต

ตัวละครเอกที่เดินเรื่องสองตัวเล่นได้อย่างกลมกลืนและยอดเยี่ยม องค์ประกอบอื่นๆ ลงตัวโดยเฉพาะตัวละครที่อยู่รอบๆ ทั้งสองคน ที่น่ากล่าวถึงอีกคนคือตัวละครหญิงที่รับบท มาร์เซีย คู่รักของเอลิโอ ก็มีความสำคัญต่อตัวเรื่องอยู่มากเช่นกัน เพราะเป็นคู่เปรียบเทียบซึ่งแสดงถึงพลังความใคร่อันร้อนแรงของวัยรุ่นช่วงต้นได้ดียิ่ง

เพรียกชื่อฉันในตัวเธอ

การก้าวข้ามผ่านวัยของการมายืนอยู่ในจุดของวัยรุ่นเต็มตัว การเติบโตของตัวละครผ่านบางเหตุการณ์สำคัญ เป็นช่วงเวลาหนึ่งในการตัดสินใจเลือกทางเดินให้กับชีวิตซึ่งมีผลต่อไปในอนาคต เหตุการณ์บางอย่างที่มีผลเปลี่ยนแปลงความคิดและทัศนคติของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง

การปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เจอบททดสอบศีลธรรม ความรักความใคร่ เรื่องแย่ๆ ปัญหาครอบครัว เจอเส้นทางให้ต้องตัดสินใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเจอจะทำให้เจริญเติบโตได้จากวัยรุ่นสู่ความเต็มวัยของผู้ใหญ่ต่อไป

ภาพยนตร์เรื่องนี้จบลงในวันฮานุกกะห์ (Hanukkah) เทศกาลแสงสว่างแห่งความหวังใจ หรือวันเทศกาลแห่งแสงไฟของชาวยิวซึ่งมีขึ้นในช่วงกลางฤดูหนาวของทุกปี ทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบในเชิงสัญลักษณ์ได้อย่างเข้าใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท