
ราฟฟี คาเลนเดอเรียน พอร์เทรตสไตล์แอบสแทรกต์
แกลเลอรี่บุคมันน์ ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี จัดนิทรรศการแสดงผลงานใหม่ล่าสุดของ ราฟฟี คาเลนเดอเรียน Raffi Kalenderian
โดย อฐิณป ลภณวุษ ภาพ ราฟฟี คาเลนเดอเรียน
แกลเลอรี่บุคมันน์ ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี จัดนิทรรศการแสดงผลงานใหม่ล่าสุดของ ราฟฟี คาเลนเดอเรียน Raffi Kalenderian ; Always in Rare Form ตั้งแต่วันนี้-14 เม.ย. ซึ่งมีทั้งภาพสีน้ำมันและผลงานบนกระดาษของจิตรกรอเมริกันวัย 37 ปี
ผลงานส่วนใหญ่ ราฟฟี เน้นวาดภาพพอร์เทรตของคนในแวดวงใกล้ชิด ส่วนมากจะเป็นนักเขียน, กวี, นักดนตรี ฯลฯ ด้วยสีน้ำมันที่สีสันจัดจ้าน รวมทั้งสร้างชีวิตชีวาให้เพิ่มขึ้นด้วยเท็กซ์เจอร์จากสีน้ำมันเอง
ตัวเอกในนิทรรศการ Raffi Kalenderian ; Always in Rare Form จึงประกอบไปด้วยคนรุ่นใหม่ชาวลอสแองเจลิสที่มานั่งหรือยืนเป็นแบบให้วาด แต่ละภาพเหมือนมีกฎของมันอยู่ นาง/นายแบบจะต้องมายืนหรือนั่งหน้าตรง เบื้องหน้าแบ็กกราวด์สีสดที่ดูสุดหลอน เล่นกับประสาทและสายตา โดยราฟฟีตั้งใจให้เกิดการตัดกันอย่างรุนแรงระหว่างแบบและแบ็กกราวด์
นอกจากนี้ เขายังต้องการให้ภาพของนาง/นายแบบ หน้าแบ็กกราวด์ที่เป็นสีสันแนวแอบสแทรกต์ มีภาพรวมๆ ออกมาเป็นภาพที่ดูตึงเครียด เป็นพอร์เทรตสไตล์แอบสแทรกต์
สำหรับสีสันบนพื้นหลังหรือแบ็กกราวด์สุดแสบและหลอนตา ราฟฟีได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าคิลต์ อันเป็นอเมริกันโฟล์กอาร์ต ผสมผสานกับศิลปะแอบสแทรกต์แบบโมเดิร์นนิสม์ รวมทั้งผืนผ้าทอประดับผนังห้องสไตล์เม็กซิกัน อันเป็นวัฒนธรรมอันแสนคุ้นเคยของชาวแคลิฟอร์เนียใต้เช่นเขา
หากจะว่ากันตามนิยามของ ชาร์ลส์ โบเดอแลร์ กวีชาวฝรั่งเศส จากบทวิจารณ์เกี่ยวกับศิลปะ Le peintre de la vie moderne ที่เขาเขียนไว้ในปี 1863 บทที่ 4 ว่าด้วยเรื่อง La modernite ราฟฟี คาเลนเดอเรียน ก็คือจิตรกรผู้สะท้อนภาพชีวิตสมัยใหม่ ที่อาศัยภาพ
พอร์เทรตของเขาในการค้นหา ค้นพบ ดึงเอาบุคลิกภาพ และตัวตนของคนที่ถูกวาดออกมาบนผืนผ้าใบ
ด้วยแรงบันดาลใจจากนักวาดพอร์เทรตยุคโมเดิร์นนิสม์ อย่าง อองรี มาติสส์ และดาวิด ฮอคนีย์ ราฟฟีปฏิบัติตามขนบของไอคอนของเขาอย่างเคร่งครัด ผสมผสานกับประสบการณ์ ปูมหลัง และผนวกเอาตัวตนของนาง/นายแบบใส่เข้าไปในแต่ละภาพอย่างมีเอกลักษณ์
ผลงานของราฟฟีจึงได้ไปโลดแล่นอยู่ทั่วโลก ทั้งฝั่งสหรัฐเอง อังกฤษ ยุโรป รวมทั้งในเอเชีย โดยหลังจากศึกษาจบทางด้านจิตรกรรมจากยูซีแอลเอ เขาก็เริ่มมีผลงานอย่างหนาแน่น ทั้งเดี่ยวและกลุ่มในแวดวงศิลปะฝั่งแคลิฟอร์เนีย โดยในปี 2010
ผลงานของเขาก็ได้รับการจัดแสดงในนิทรรศการ The Next Generation ที่คุนสต์ มิวเซียม เซนต์ กัลเลน สวิตเซอร์แลนด์







