
เลิกถ่านหินดีไหม?
ประเด็นการศึกษาความเหมาะสมการสร้างโรงไฟฟ้าภาคใต้ เราไม่ได้บอกว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่ได้คุยว่าถ่านหินดีหรือไม่ดี ประเด็นอยู่ที่ว่าพื้นที่โรงงานมีความเหมาะสมไหม?
โดย...ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประเด็นการศึกษาความเหมาะสมการสร้างโรงไฟฟ้าภาคใต้ ในฐานะที่ผมมีโอกาสเข้าร่วม เราไม่ได้บอกว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่ได้คุยว่าถ่านหินดีหรือไม่ดี ประเด็นอยู่ที่ว่าพื้นที่โรงงานมีความเหมาะสมไหม?
คำว่าพื้นที่เหมาะสมหรือไม่? จะตัดสินได้อย่างไร ผมมีประสบการณ์การทำ EIA มาเล่าให้ฟัง 2 เรื่อง
เรื่องแรก เมื่อ 20 ปีก่อน สมัยนั้นมีโครงการโรงไฟฟ้าบ้านกรูด แต่ EIA บอกว่าหินกรูดเป็นหินโสโครก ไม่ใช่เป็นแนวปะการัง โดยอ้างถึงข้อมูลการสำรวจของกรมประมง (ในสมัยนั้นยังไม่มีกรมทะเลฯ)
ชาวบ้านขอให้ผมลงดำน้ำดู ยังไงก็เห็นเป็นแนวปะการัง จะสร้างสะพานเฉียดไปแล้วเอาดินมาถมก็เท่ากับฆ่าปะการังตรงๆ ถามกรมประมง ก็บอกว่าไม่ได้สำรวจพื้นที่ตรงนั้น จึงไม่ได้ระบุว่าเป็นแนวปะการัง แต่ก็ไม่ได้เขียนว่าเป็นหินโสโครก
ข้อมูล EIA นำมาจากแผนที่กรมอุทกศาสตร์ ซึ่งปกติระบุว่าเป็นกองหินใต้น้ำ เพราะกรมอุทกศาสตร์ไม่ได้มีหน้าที่แยกแยะว่าตรงไหนเป็นปะการังหรือไม่เป็น
กรณีนั้นยืดเยื้อยาวนานจนทุกฝ่ายยอมรับว่ามีปะการังอยู่ตรงนี้ กระทั่งมีการสั่งทบทวน EIA เป็นกรณีแรกๆ ของประเทศ และสุดท้ายก็เลยไม่ได้สร้าง
อีกเรื่องเป็นกรณีสนามบินภูเก็ต มีแนวคิดว่าจะขยายรันเวย์ลงทะเล แต่พื้นที่นั้นมีแนวปะการังขนาดใหญ่อยู่เคียงข้าง ห่างจากรันเวย์ไปแค่ 300-400 เมตร ถ้าต้องทำรันเวย์ใหญ่ปานนั้นเราก็ไม่สามารถป้องกันผลกระทบต่อแนวปะการังได้ เคราะห์ดีที่เราคุยกันได้ ทำให้โครงการดังกล่าวหยุดไปตั้งแต่ก่อนจะเริ่มทำ EIA
ด้วยปัญหาดังกล่าวจึงมี SEA หรือการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ SEA มาเป็นเครื่องมือช่วยให้โครงการที่จะเกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่เหมาะสม ไม่รบกวนธรรมชาติมากเกินไป โดยเป็นการประเมินดูว่าศักยภาพด้านสภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากร ระบบนิเวศ ฯลฯ ในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร พื้นที่ตรงไหนเหมาะ อาจรวมถึงด้านอื่นๆ เช่น แนวโน้มการพัฒนาของพื้นที่ อาชีพ ชุมชน รายได้
SEA ถูกนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจ EEC พื้นที่ท่าเรือปากบารา โดย สนข.เป็นเจ้าภาพ (กระทรวงคมนาคม)
แม้ SEA อาจไม่ตอบได้ทุกโจทย์ เพราะเพิ่งนำมาลองใช้ในเมืองไทยอย่างจริงจัง แต่ SEA ไม่ใช่ของใหม่ สผ.ทำหนังสือคู่มือออกมาตั้ง 6-7 ปีมาแล้ว ยิ่งเมื่อมองไปในอนาคต เราเห็นว่า SEA คือเครื่องมือที่จะถูกนำมาใช้มากขึ้นและมากขึ้น
ทำ SEA แล้วค่อยทำ EIA ในพื้นที่เหมาะสม นั่นคือแนวคิดการพัฒนาในยุคนี้ที่คำว่า “ความยั่งยืน” ซึ่งมีข้อดีบางประการที่เหนือกว่า EIA กล่าวคือ SEA ไม่ได้ถูกกำหนดโดยกฎหมายให้บริษัทที่ปรึกษาที่ลงทะเบียนไว้กับ สผ.เป็นผู้ทำเท่านั้น หน่วยงานใดก็สามารถทำได้ ในกรณีมีความขัดแย้งบางคนอาจไม่เชื่อใจบริษัทที่ปรึกษา
แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยมาช่วยกันหลายแห่งตามความถนัดผลอาจเป็นที่ยอมรับมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกฝ่ายจะยอมรับ แต่อย่างไรก็ดีการตัดสินใจเป็นหน้าที่ของผู้บริหาร ผมไม่มีหน้าที่บอกว่าสร้างดีหรือไม่สร้างดี รัฐบาลเคยขอให้ยุติ EIA ของเดิม ก็คือถอน EIA ออกมาจากการพิจารณาของ สผ. ซึ่งก็ตรงกับข้อตกลงระหว่างท่านรัฐมนตรีกับผู้ชุมนุม
รัฐบาลขอชะลอโรงไฟฟ้าไป 3 ปี แต่ชะลอแล้วจะทำอะไร? คำตอบก็คือนำ SEA เข้ามาใช้ โดยกำหนดระยะเวลาไว้ 9 เดือน เพื่อให้เกิดต้นเรื่องและไปต่อได้
หาก SEA บอกว่าสร้างได้ ก็เริ่มต้นทำ EIA กันใหม่ โดยขอให้มีนักวิชาการที่ทุกฝ่ายยอมรับมาทำ (อาจกำหนดชื่อให้บริษัทที่ปรึกษาเลยครับ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิอยู่แล้ว) หาก SEA บอกว่าสร้างตรงนี้ไม่ไหวมั้ง ก็ลองไปดูว่าจะสร้างตรงไหน?
กระบวนการที่ควรทำควบคู่กันไปคือการเลือกเชื้อเพลิงให้เหมาะสม จะเป็นถ่านหินหรือเป็นก๊าซธรรมชาติก็คงมีตัวเลือกอยู่ 2 อย่าง ซึ่งท่านรัฐมนตรีให้ กฟผ.ไปศึกษาดู ในเดือน มี.ค.นี้ก็คงทราบ
ระหว่างนี้การปรับปรุงประสิทธิภาพของสายส่งทั้งจากภาคกลางลงไปทั้งจากโรงที่ขนอมและที่จะนะก็ต้องทำควบคู่กันไปรวมทั้งศึกษาพลังงานทดแทน เช่น ชีวมวล และพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโซลาร์รูฟเสรี แบตเตอรี่ ฯลฯ
สำหรับคำถามว่า แล้วเราควรใช้ถ่านหินดีไหม พลังงานหมุนเวียนมาแทนได้หรือไม่ ฯลฯ เป็นประเด็นนอกเหนือจากพื้นที่ เป็นประเด็นที่คนไทยทั้งชาติต้องช่วยกันคิด ช่วยกันตัดสินครับ







