posttoday
Ishikawa น่าไปมาก 10

Ishikawa น่าไปมาก 10

04 มีนาคม 2561

ก่อนออกจาก Yamanaka Onsen เราแวะไปชมเรียวกังระดับ 5 ดาว ชื่อ Yasohachi

ก่อนออกจาก Yamanaka Onsen เราแวะไปชมเรียวกังระดับ 5 ดาว ชื่อ Yasohachi ที่ตั้งอยู่ห่างจากถนนสายหลักของเมืองออกไปหน่อย เหมาะสำหรับท่านที่ขับรถมาเอง ตอนจอดรถเห็นอาคารภายนอกก็ยังไม่รู้สึกว่าน่าสนใจ แต่พอเดินเข้าไปเจอล็อบบี้นี่เปลี่ยนความคิดทันที เรียวกังแห่งนี้ออกแนวญี่ปุ่นโมเดิร์นทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มุมหนึ่งของล็อบบี้มีชุดเครื่องเสียงให้เราเลือกแผ่นซีดีนั่งฟังเพลงบนเก้าอี้เบาะหนานุ่ม เคาน์เตอร์เช็กอินออกแบบเป็นตู้ลิ้นชักให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มีระเบียงด้านนอกเชื่อมต่อกับล็อบบี้เป็นที่นั่งชมวิว มีนาข้าวแปลงเล็กๆอยู่ติดกับเฉลียงไม้ เหมาะมานั่งอ่านหนังสือหรือผ่อนคลายยามเช้าและยามเย็นเป็นยิ่งนัก ขึ้นไปชมห้องพักยิ่งอยากมานอน เป็นห้องเสื่อแบบญี่ปุ่นที่มีระเบียงพร้อมบ่อแช่น้ำร้อนกลางแจ้ง มองออกไปเห็นทิวไผ่และธารน้ำ ไม่ต้องกลัวว่าคนข้างนอกจะมองเข้ามาเห็น เพราะมีม่านไม้ไผ่เตรียมไว้ให้สำหรับคนขี้อาย ถ้าเป็นผมคงเลือกรูดม่านขึ้นแล้วนอนแช่น้ำชมวิวฟังเสียงลำธารคงมีความสุขกว่ามาก แต่ถ้าไม่ชอบแช่ในห้อง บ่อออนเซนรวมของที่นี่ก็ดีเหลือคณา เปิดเข้าไปนี่ควันพุ่งฟุ้งกระจาย มีทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง มองเห็นวิวทิวไผ่และธารน้ำเช่นกัน สรุปว่าถ้าคราวหน้ามาเมืองนี้ ต้องมาพักที่ Yasohachi ให้จงได้

Ishikawa น่าไปมาก 10

เราขับรถย้อนกลับไปที่เมืองออนเซนอีกแห่งชื่อ Awara Onsen ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 เมืองย่อยของ Kaga Onsen เพื่อไปเยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรม Yunokuni no mori เจ้าของเดียวกับ Tensyo ที่เราพักเมื่อคืน อาหารเที่ยงวันนี้ลองกินอาหารทัวร์ดูบ้าง เพราะที่นี่มีห้องอาหารขนาดใหญ่เหมาะกับกรุ๊ปทัวร์ เมนูมีให้เลือกหลายราคาตั้งแต่พันนิดๆ ไปจนถึงสามพันกว่า แต่ที่มีเสิร์ฟในทุกเมนูคือ กุ้งหวาน Ishikawa Amaebi เป็นเมนูเด่นอีกอย่างของจังหวัดอิชิกาวะ ซึ่งจับได้มากในเขตน้ำลึกของแหลมโนโตะ โดยเฉพาะช่วงเดือน ธ.ค.-มี.ค. ผมชอบกุ้งหวานอยู่แล้ว เจอของทั้งสดและหวานขนาดนี้มีหรือจะพลาด แกะเปลือกจิ้มแบบไม่ต้องกลัวเลอะกันเลย กินสดๆ ก็หวานเจี๊ยบ หรือจิ้มโชยุนิดๆ ก็คุ้นลิ้นดี

Ishikawa น่าไปมาก 10

หมู่บ้านหัตถกรรม Yunokuni no mori นี่ใหญ่โตมิใช่น้อย เดินหนึ่งรอบต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที แต่ถ้าเดินไปชมไปนี่อยู่ได้เป็นหลายชั่วโมง เพราะมีอาคารหลายหลัง แต่ละหลังก็มีงานหัตถกรรมที่แตกต่างกันออกไป อาทิ Kutani Ceramicware, Wajima Lacquerware, Yamanaka Lacquerware, Kaga Yuzen ผ้าไหมพิมพ์ลาย, Washi กระดาษญี่ปุ่น และ Gold Leaf แผ่นทองคำเปลว ซึ่งท่านสามารถทดลองทำงานหัตถกรรมเหล่านี้ได้ แต่อาจจะไม่ครบทุกขั้นตอน คือพอให้ได้ทำและได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านไปนั่นเอง ถ้าไม่อยากลงมือทำแค่อยากซื้อ แต่ละร้านเขาก็มีของวางจำหน่ายด้วย หากไม่ชอบงานแบบดั้งเดิมก็ยังมีงานสมัยใหม่อย่างการเป่าแก้วและทำกล่องดนตรีไว้รองรับด้วย ในบรรดาอาคารทั้งหมดมีอยู่หลังหนึ่งที่มีอายุเก่าแก่ถึง 300 ปี เป็นเรือนน้ำชา และหากท่านสนใจก็สามารถเข้าร่วมพิธีชงชาได้เช่นกัน ระหว่างเดินเล่นฝนก็ตกๆ หยุดๆ ทำให้เราเห็นการเตรียมพร้อมที่น่าประทับใจคือ มีร่มให้ใช้ในทุกจุด เช่น จากด้านหน้าตรงที่จอดรถก็มีรางขนาดใหญ่วางร่มไว้ให้ เดินกางไปถึงร้านไหนฝนหยุดตกก็คืนร่มไว้ที่ร้านนั้นได้ เดินๆ ไปฝนตกลงมาอีกก็ขอยืมร่มจากร้านใกล้ที่สุดได้ สะดวกและสบายจริงๆ เลย

Ishikawa น่าไปมาก 10

ก่อนเดินทางกลับเข้าเมือง Kanazawa ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจให้แวะชมอีกแห่งคือ Motorcar Museum of Japan ผมเคยได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสมาสักที ขับรถจากเมืองอะวะสึออกมาแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ออกแบบให้เหมือนกับอาคารสมัยเมจิ และใช้อิฐแดงในการก่อสร้างถึง 2.5 แสนก้อน มองเผินๆ ก็ดูคล้ายกับสถานีรถไฟโตเกียวอยู่เหมือนกัน ภายในอาคารมี 3 ชั้น อัดแน่นไปด้วยรถเก่ามากกว่า 500 คัน เป็นรถตั้งแต่สมัยเมจิไล่มาไทโชจนถึงโชวะ ก็อยู่ราวๆ ช่วงปี ค.ศ. 1900-1970 ใครเป็นแฟนรถเก่าแฟนหนังย้อนยุคอย่าง Always : Sunset on Third Street มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง เจ้าหน้าที่พาผมเริ่มต้นจากชั้น 3 ไปชมรถยนต์พระที่นั่งของเจ้าหญิงไดอานา เมื่อครั้งเสด็จเยือนญี่ปุ่น และรถยนต์มาสด้า คาเพลลา ที่ปิดด้วยทองคำเปลวทั้งคัน ซึ่งเป็นมุมเด่นของชั้นนี้ นอกจากนั้นยังมีมุมของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ทั้งยุโรปอย่าง Fiat, Citroen, Maserati และรถญี่ปุ่นหลากยี่ห้อ ซึ่งมีทั้งรถยนต์ รถสปอร์ต และรถบรรทุก ผมชอบใจมุมรถบรรทุก 3 ล้อ ที่หน้าตาคล้ายตุ๊กตุ๊กบ้านเรา เป็นรถบรรทุกยุคแรกๆ ที่ญี่ปุ่นผลิตขึ้นเอง เลยไม่แน่ใจว่าตุ๊กตุ๊กบ้านเรามีที่มาจากญี่ปุ่นหรือเปล่า นอกจากนี้ยังมีมุมจำลองห้องนั่งเล่นในบ้านคนญี่ปุ่นสมัยโชวะ สมัยเดียวกับฉากในหนัง Always ยิ่งทำให้เห็นภาพของยุคสมัยมากขึ้น

Ishikawa น่าไปมาก 10

ลงมาที่ชั้น 2 เริ่มเห็นรถยนต์ที่คุ้นตาทั้งของฝั่งยุโรปอย่าง Cadillac, Mercedes-Benz, Jaguar, Austin และมุมเกียรติยศของรถญี่ปุ่นรุ่นเจ๋งๆ อย่าง Subaru360, Honda Civic และแบรนด์เก่าแก่ที่คนไทยหลายคนลืมแล้ว เช่น Toyopet Crown, Datsun Type12 นอกจากนี้ยังมีมุม Nissan ที่ผมสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรุ่น Skyline GT-R ที่โด่งดังมากในช่วงผมยังเป็นวัยรุ่น ใครเคยไปเที่ยวเมืองบิเอที่ฮอกไกโดแล้วได้ไปดูต้นไม้โดดเดี่ยวชื่อ Ken & Mary ก็มีที่มาจากโฆษณา Nissan Skyline นี่แหละ นอกจากนี้ก็ยังมีพวกรถขนาดเล็กมินิคาร์ของญี่ปุ่นที่ออกมาในยุคน้ำมันแพงอย่าง Suzuki Fronte, Mazda Carol, Mitsubishi Minica, Honda N360 รวมทั้งจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ก็มีให้ชมในชั้นนี้ด้วยเช่นกัน เดินดูอยู่เพลินๆ จู่ๆ เจ้าหน้าที่มาถามว่าพัฒนาซังอยากเข้าห้องน้ำมั้ย มันดูแปลกๆแต่ก็บอกไปว่ากำลังอยากเข้าอยู่พอดี เจ้าหน้าที่ยิ้มพร้อมกับบอกว่า นอกจากรถยนต์แล้วความภูมิใจอีกอย่างของที่นี่คือห้องน้ำ ว่าแล้วก็พาผมไปชื่นชมห้องน้ำซึ่งเป็นจริงดังที่เจ้าหน้าที่ว่าครับ เพราะทั้งโถฉี่ โถส้วม ชักโครก นี่เป็นแบบนานาชาติ ก็คือการนำเครื่องสุขภัณฑ์ของชาติต่างๆ มาประกอบในห้องน้ำทั้ง 3 ชั้น เลยทำให้ห้องน้ำกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สุขภัณฑ์ขนาดย่อม ถือเป็นกิมมิกที่ดีอย่างหนึ่ง เป็นการผ่อนคลายเรื่องหนักๆ อย่างรถยนต์ได้อีกด้วย

ออกจากส้วมเดินลงชั้นล่างสุดที่รวมแบรนด์หลักคุ้นหูอย่าง Roll-Royce, BMW, Ford, Volvo, Volkswagen และ Toyota รวมทั้งรถเมล์ London Bus ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ด้วย สรุปว่าที่นี่ดีมากๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท