
ฐิติพันธุ์ - ธรรศ รุ่นใหม่ไฟแรง!
สไตล์วันนี้ขอมาแบบแพ็กคู่ นักธุรกิจรุ่นหนุ่ม ลูกกอล์ฟฐิติพันธุ์ เกยานนท์ และ อู๋ธรรศ พจนประพันธ์ ชื่อของสองหนุ่มนี้ฮอตมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเรื่องของสัมปทานที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเรื่องนี้ทั้งสองคนฝากบอกง่ายๆ สั้นๆ ว่า ชี้แจงได้ “แต่พวกผมไม่ใช่คนพูดเก่ง คงเป็นเรื่องเอกสาร” ถ้าอย่างนั้นในวันนี้เราทำความรู้จักกับพวกเขาในเรื่องแนวคิดการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจล่าสุดที่เลือกทำร่วมกัน คือ ธุรกิจโหราศาสตร์ ในนาม โฮโร เฮาส์ ดูน่าสนใจแล้วมั้ยล่ะ สำหรับชายหนุ่มวัย 26 ปี
สไตล์วันนี้ขอมาแบบแพ็กคู่ นักธุรกิจรุ่นหนุ่ม ลูกกอล์ฟฐิติพันธุ์ เกยานนท์ และ อู๋ธรรศ พจนประพันธ์ ชื่อของสองหนุ่มนี้ฮอตมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเรื่องของสัมปทานที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเรื่องนี้ทั้งสองคนฝากบอกง่ายๆ สั้นๆ ว่า ชี้แจงได้ “แต่พวกผมไม่ใช่คนพูดเก่ง คงเป็นเรื่องเอกสาร” ถ้าอย่างนั้นในวันนี้เราทำความรู้จักกับพวกเขาในเรื่องแนวคิดการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจล่าสุดที่เลือกทำร่วมกัน คือ ธุรกิจโหราศาสตร์ ในนาม โฮโร เฮาส์ ดูน่าสนใจแล้วมั้ยล่ะ สำหรับชายหนุ่มวัย 26 ปี
โดย....รัฐพร คำหอม
สไตล์วันนี้ขอมาแบบแพ็กคู่ นักธุรกิจรุ่นหนุ่ม ลูกกอล์ฟฐิติพันธุ์ เกยานนท์ และ อู๋ธรรศ พจนประพันธ์ ชื่อของสองหนุ่มนี้ฮอตมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเรื่องของสัมปทานที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเรื่องนี้ทั้งสองคนฝากบอกง่ายๆ สั้นๆ ว่า ชี้แจงได้ “แต่พวกผมไม่ใช่คนพูดเก่ง คงเป็นเรื่องเอกสาร” ถ้าอย่างนั้นในวันนี้เราทำความรู้จักกับพวกเขาในเรื่องแนวคิดการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจล่าสุดที่เลือกทำร่วมกัน คือ ธุรกิจโหราศาสตร์ ในนาม โฮโร เฮาส์ ดูน่าสนใจแล้วมั้ยล่ะ สำหรับชายหนุ่มวัย 26 ปี
ถ้ายังไม่นับรวมเรื่องอื่นๆ เมื่อเปิดโปรไฟล์ของทั้งสองคน ก็ดึงความสนใจไม่น้อย ด้วยที่เป็นลูกชายนายทหารใหญ่ (ลูกกอล์ฟ ลูกชาย พล.ร.อ.สถิรพันธุ์พรเพ็ญ เกยานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ส่วน อู๋ เป็นลูกชายของ พล.อ.อ.ประวิชแพรว พจนประพันธ์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตวุฒิสมาชิก) แต่ทั้งสองคนไม่มีใครเดินตามรอยเท้าพ่อด้วยการเป็นทหารเลย เป็นคนที่มีความคิดอิสระและเลือกเส้นทางของตัวเองได้ตั้งแต่วัยเด็ก ฐิติพันธุ์ เรียนจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ธุรกิจระหว่างประเทศ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วน ธรรศ จบปริญญาตรีและปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยบอนด์ ประเทศออสเตรเลีย ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ถามว่าทั้งสองคนสนิทกันแค่ไหน อู๋เป็นตัวแทนตอบว่า “ก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียน ป.5 แล้วครับ” โรงเรียนจิตรลดา คือโรงเรียนที่ทั้งสองได้พบกัน และจับมือเป็นเพื่อนกันนับแต่นั้น ในชั้นมัธยม ทั้งคู่ก็ยังเรียนด้วยกันที่โรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ
ด้วยบุคลิกของทั้งสองคนมีความคล้ายกันในเรื่องพูดน้อย ต้องพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ บรรยากาศจึงไม่เป็นแบบ “ถามคำตอบคำ” โดยเฉพาะอู๋ จะดูเงียบขรึมกว่า ส่วนลูกกอล์ฟนั้น อาจได้เปรียบตรงที่เคยเป็นทั้งศิลปิน เป็นหนึ่งในนักร้องของอัลบั้ม All for men แต่ก็เมื่อ 3-4 ปีมาแล้ว เชื่อแน่ว่าหลายคนไม่รู้จักเพลงที่เขาร้อง จากนั้นคุ้นหน้าขึ้นมาอีกกับงานพิธีกร แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ได้เห็นตัวตนความเป็นคนรุ่นหนุ่ม มีอารมณ์ขัน อาจเพราะต้องให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมิตรภาพเสียก่อน
แล้วก็มาถึงสิ่งที่เราสงสัย วัยรุ่นๆ แต่งตัวอินเทรนด์อย่างนี้ แถมยังเป็นผู้ชายด้วย แต่เหตุใดจึงสนใจเรื่องโหราศาสตร์ จนพลิกมาเป็นธุรกิจ โฮโร เฮาส์ รวมศาสตร์ด้านนี้กว่า 30 ศาสตร์ มารวมอยู่ที่นี่ที่เดียว จนเป็นสโลแกน “บ้านสำหรับคนชอบดูดวง”
“เราชอบดูดวงอยู่แล้ว และไม่คิดว่าเป็นเรื่องโบราณหรือเก่า แต่เห็นว่าเป็นสิ่งที่เข้ากับทุกยุคทุกสมัย บางครั้งคนดูดวงพอทายออกมาร้ายก็กลัว บางทีดูแล้วออกมาดีก็กลัวอีกว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น แต่สำหรับผม ผมว่าเป็นศาสตร์ด้านสถิติและอิทธิพลของดวงดาว เรียกว่าเป็นแนวทางเพื่อนำไปใช้ชีวิตมากกว่า” ฐิติพันธุ์ บอก
“การมาดูดวงอาจเป็นแนวแบบคนไทยหรือคนเอเชีย เพราะเรื่องบางเรื่องก็ไม่สามารถพูดกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้ เหมือนมาหาจิตแพทย์ ซึ่งในยุโรปหรืออเมริกา เมื่อเขามีปัญหาเขาไปหาจิตแพทย์ แต่ของเราไม่ได้เลือกอย่างนั้น เพราะอาจจะดูรุนแรงไปหน่อย เลยมาคุยกับหมอดู” ธรรศ ช่วยเสริม
เมื่อวัดจากตัวเองที่ยังชอบการดูดวง เลยเป็นที่มาของการทำธุรกิจ ทั้งสองคนไม่ได้เป็นหมอดู ไม่เคยเรียนศาสตร์ทางด้านนี้ แต่เชื่อว่าความสามารถที่มีในด้านบริหารจัดการจะช่วยนำพาธุรกิจไปได้
“รายละเอียดของธุรกิจนี้ คงไม่ได้มีเรื่องเยอะเหมือนโรงงาน แต่ว่าเราก็ต้องไปช่วยควบคุม ดูเรื่องการตลาด รวมถึงดูแลไปถึงตัวผู้มาเป็นหมอดูของ โฮโร เฮาส์ ด้วย ให้เขาอยู่กับเราแล้วมีความสุข หากจะเยอะคงเป็นเรื่องความใส่ใจมากกว่าครับ แล้วด้วยความที่เรามองเห็นว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครนำมาทำเป็นธุรกิจ ที่เห็นก็อาจจะเป็นหมอดูท่านนั้นท่านนี้ เป็นเรื่องของคนคนเดียว หรืออาจเห็นหมอดูใช้สถานที่สาธารณะบ้าง มาตั้งโต๊ะกัน แต่เราทำเป็นช็อป มีห้องเฉพาะ แล้วแต่ละห้องยังเก็บเสียงได้ ใครจะปรึกษาหรือระบายทุกข์อะไรก็เป็นเรื่องของผู้มาใช้บริการที่รู้ ที่ได้ยินกันอยู่กับแค่หมอดูเท่านั้น ใครสนใจก็มาที่เมเจอร์ รัชโยธิน ได้นะครับ ที่นี่เป็นแห่งแรกของเรา” ฐิติพันธุ์ เล่า
เป็นเพื่อนกัน แล้วยังมาทำธุรกิจด้วยกัน จะเบื่อกันบ้างหรือเปล่า?
“เป็นสิ่งที่เราคุยกันมาตั้งนานแล้วครับ ที่จะทำธุรกิจด้วยกัน พูดกันมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ แล้วที่เราทำนี่ก็เหมือนได้ช่วยคนอื่นด้วยนะ เขาเดือดร้อนมา อาจจะเรื่องธุรกิจ ชีวิตส่วนตัว ธุรกิจเราช่วยคนได้ ความคาดหวังเราก็คงดูว่าถ้าผ่านไปสักครึ่งปีแล้วจะเป็นอย่างไร ถ้ามีคนนิยมมาใช้บริการเรากันทุกวัน เราก็คงพอใจระดับหนึ่งแล้วครับ” ธรรศ บอก
ส่วน ฐิติพันธุ์ นั้น เขามีประสบการณ์ของการเป็นลูกจ้างมาก่อน แล้ววันหนึ่งก็เห็นว่าการขายไอเดีย ขายบริการ ที่ตรงใจ แปลกใหม่ ก็สามารถที่จะเป็นธุรกิจที่ดีได้ และมั่นใจว่าไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร หมอดูก็จะไม่มีตกเทรนด์ ยามเศรษฐกิจตกต่ำคนก็อยากมีทางเลือกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต หรือช่วงเศรษฐกิจรุ่ง อยากลงทุนเพิ่ม หลายคนก็มาหาอีกอยู่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน เรียกว่าทั้งขึ้นทั้งร่อง...ดีทั้งนั้นกับสิ่งที่เขาเลือกทำ และถ้าสถานการณ์ดีมีการยอมรับ การขยายสาขาก็คงเกิดขึ้นอีก เพื่อให้แบรนด์ “โฮโร เฮาส์” ได้ติดตลาด และเป็นที่รู้กันสำหรับคนชอบดูดวง ที่นี่เท่านั้นที่เลือกมา







