posttoday
วิภาวี ไชยพังยาง สร้างแบรนด์จากสิ่งที่รัก

วิภาวี ไชยพังยาง สร้างแบรนด์จากสิ่งที่รัก

21 กุมภาพันธ์ 2561

สาวเก่งมากความสามารถ เอ็มมี่-วิภาวี ไชยพังยาง คือเจ้าของรองเท้าแฟชั่นแบรนด์ไทยที่ชื่อว่า "เอ็มมี่ หยาง"

เรื่อง ภาดนุ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

สาวเก่งมากความสามารถ เอ็มมี่-วิภาวี ไชยพังยาง คือเจ้าของรองเท้าแฟชั่นแบรนด์ไทยที่ชื่อว่า "เอ็มมี่ หยาง" ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั้งในหมู่สาวไทยและต่างชาติ แต่กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้มีที่มาอย่างไร เราไปคุยกับเธอกันเลย

"เอ็มมี่เรียนจบปริญญาตรีทางด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) หลังจากเรียนจบก็สมัครทำงานด้านโรงแรมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังมีโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ตอนนั้นทำได้ 5-6 เดือนโรงแรมก็ปิดตัว แล้วเปลี่ยนมาสร้างเป็นศูนย์การค้าแทน ต่อมาเอ็มมี่ก็ได้ไปทำงานที่โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ในตำแหน่งพนักงานต้อนรับ จนตำแหน่งสุดท้ายมาลงเอยที่แผนกเซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท รวมระยะเวลาที่ทำงานโรงแรมทั้งหมดก็ราว 10 ปีได้

สุดท้ายก็มีความรู้สึกว่า การทำงานโรงแรมยังไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ เพราะแท้ที่จริงแล้วเอ็มมี่ชอบเรื่องสวยๆ งามๆ ด้านแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า โดยเฉพาะ เรื่องรองเท้านี่จะชอบเป็นพิเศษเลยค่ะ กระทั่งช่วงหนึ่งของชีวิต ตอนนั้นอายุ 36 ปี เอ็มมี่ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาที่จะมีแบรนด์รองเท้าเป็นของตัวเองสักที แต่ก่อนจะลงมือก็คิดว่าควรศึกษาค้นคว้าให้ดี ก่อนจะเริ่มธุรกิจสร้างแบรนด์ของตัวเองอย่างจริงจัง"

เอ็มมี่ เล่าว่า ตอนนั้นเธอมองหาคอร์สเรียนเกี่ยวกับการออกแบบรองเท้าในเมืองไทย แต่ปรากฏว่ามีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะมีแต่คอร์สเรียนออกแบบเสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมซะมากกว่า ซึ่งเสื้อผ้าเธอก็ชอบใส่นะ แต่แพสชั่นจริงๆ ของเธอก็คืออยากเรียนออกแบบรองเท้าแฟชั่นมากกว่าคือตอนนั้นเอ็มมี่ได้ดูการทำรองเท้าในยูทูบด้วยไง พอดูๆ ไปก็รู้สึกว่าสนุกดี อยากลงมือทำเองบ้าง ในเมื่อเมืองไทยมีข้อจำกัดในเรื่องคอร์สการเรียน เอ็มมี่จึงมองหาคอร์สเรียนทำรองเท้าในช่วงซัมเมอร์ระยะสั้นๆ ที่ต่างประเทศแทน จนไปเจอหลักสูตรออกแบบรองเท้าซัมเมอร์คอร์สที่ เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์ (Central St. Mar tins) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก็เลย ลงทะเบียนเรียนไว้

วิภาวี ไชยพังยาง สร้างแบรนด์จากสิ่งที่รัก

ช่วงที่เรียนคอร์สซัมเมอร์ เอ็มมี่ก็ยิ่ง รู้สึกชอบ เลยได้คุยกับเพื่อนๆ ว่า เราอยาก จะเรียนให้รู้ลึกมากกว่านี้ โดยอยากเน้น ขั้นตอนการทำตั้งแต่ต้นจนจบ พอหาข้อมูล ก็พบว่ามีคอร์สที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีไปเลย โชคดีว่าอาจารย์ที่สอนเอ็มมี่ตอนนั้นแนะนำว่า มีอยู่คอร์สหนึ่งที่เรียน 4 เดือน ซึ่งถือเป็นคอร์สที่ใช้เวลาไม่นานมากนัก เป็นหลักสูตรด้านแฟชั่นรองเท้า ซึ่งสอนทำตั้งแต่แพตเทิร์นเลย ที่โรงเรียนอาร์สุทอเรีย (Arsutoria School) กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี"

เอ็มมี่ บอกว่า เมื่อได้ที่เรียนแล้วเธอก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่เมืองไทยตอนนั้น แล้วบินไปมุ่งมั่นเรียนหลักสูตร 4 เดือน และลงคอร์สเพิ่มอีก 1 เดือน ซึ่งสอนเกี่ยวกับการออกแบบคอลเลกชั่น เพื่อสร้างแบรนด์โดย ตรง จนสามารถคว้า ประกาศนียบัตรมาได้
"เอ็มมี่ขอเล่าย้อนไปในช่วงที่เรียน นิดนึงว่า ตอนนั้นเราเรียนด้วยความสนุกนะ แต่บอกเลยว่าเรียนยากมากค่ะ เพราะเป็นการเรียนที่จริงจังมาก เริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าการสอนของที่นี่ตอบโจทย์เราได้ครบถ้วน ทั้งการออกแบบ การทำแพตเทิร์น รวมถึงการเลือกวัสดุ และการตัดเย็บจริง แล้วก่อนเรียนจบคอร์สเราก็จะต้องทำรองเท้าของตัวเองเป็นธีซิสก่อนจบด้วย ตอนนั้นเอ็มมี่ออกแบบและทำออกมา เป็นรองเท้าส้นสูงที่ตัดจากหนังแท้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว โดยส่งไปให้ช่างตัดเย็บและควบคุมคุณภาพเองทั้งหมดเลย จึงสอบผ่านมาได้

หลังจากเทกคอร์สจบมาก็ใช้เวลาเกือบ 1 ปีเพื่อเตรียมตัวหาวัตถุดิบ หาโรงงานผลิตรองเท้า รวมทั้งศึกษากระบวนการผลิต ตอนนั้นก็คิดว่าจะจ้างโรงงานที่เมืองไทยผลิตให้ดีมั้ย หรือจะจ้างโรงงานในเวียดนามผลิตให้ดีกว่า สรุปแล้วในช่วงที่เรียนเอ็มมี่ ได้รู้จักเพื่อนในชั้นเรียนซึ่งต้องการทำแบรนด์รองเท้าของตัวเองเหมือนกัน เขาเป็นคนจีน เพื่อนคนนี้ก็แนะนำโรงงานที่ประเทศจีนให้ ซึ่งโรงงานที่จีนนั้นทันสมัยกว่าในบ้านเรามาก เอ็มมี่จึงได้พูดคุยกับเอเยนต์ แล้วจึงตัดสินใจใช้หนังแท้ของโรงงานที่นำเข้าจากอิตาลีเป็นวัสดุหลักของแบรนด์ตัวเองที่ชื่อว่า Emmy Yang" 

วิภาวี ไชยพังยาง สร้างแบรนด์จากสิ่งที่รัก

เอ็มมี่ บอกว่า ที่มาของชื่อแบรนด์เอ็มมี่ หยาง มาจากชื่อเล่นของเธอที่นำมาผสมผสานกับพยางค์สุดท้ายของนามสกุล จึงได้เป็น Emmy Yang อย่างในปัจจุบัน ซึ่งเพื่อนๆ บอกว่าเป็นชื่อที่ดูอินเตอร์และทำให้คนต่างชาติเข้าใจง่ายด้วย

"รองเท้าส่วนใหญ่ของแบรนด์เป็นรองเท้าแฟชั่นสำหรับผู้หญิงที่ทำจากหนังแท้ โดยการออกแบบของเอ็มมี่เอง ส่วนมากจะเน้นเป็นรองเท้าส้นสูง เพราะโดยหลักๆ แล้วแบรนด์นี้เกิดจากความชอบของตัวเราเอง โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงวัยตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป คอลเลกชั่นแรกที่ออกสู่ตลาดใช้ชื่อว่า 'Priority Collection' ซึ่งออกวางจำหน่ายในเดือน ส.ค. 2016 ที่ผ่านมา คอลเลกชั่นนี้เน้นเจาะตลาดผู้หญิง ในเมืองไทย ดังนั้นคอนเซ็ปต์หลักก็คือ เราต้องการที่จะเห็นผู้หญิงไทยใส่รองเท้าส้นสูง แล้วดูสวย สง่างาม เสริมบุคลิกให้ดูดีแต่ อุปสรรคสำคัญคือ ผู้ใหญ่ไทยส่วนใหญ่มักจะกลัวการใส่ส้นสูง เอ็มมี่จึงอยากเปลี่ยนทัศนคติตรงนี้ให้ผู้หญิงไทยคิดใหม่ และให้ความสำคัญกับการใส่รองเท้าส้นสูงมากขึ้น

เมื่อคอลเลกชั่นแรกปล่อยออกไปก็ได้รับฟีดแบ็กที่ดี แรกๆ ก็ขายในเว็บไซต์ www.emmyyang.com หลังจากนั้นเราก็ได้ไปพูดคุยกับสยามดิสคัฟเวอรี่ จนได้ไปวางขายในร้านมัลติแบรนด์ของที่นี่ ทำให้สินค้าขายดีมากยิ่งขึ้น เพราะลูกค้าได้มีการทดลองสวมใส่และเลือกด้วยตัวเอง"

วิภาวี ไชยพังยาง สร้างแบรนด์จากสิ่งที่รัก

เอ็มมี่ เสริมว่า ในช่วงเดือน ก.ค. 2017 ก็ได้ออกคอลเลกชั่นใหม่ที่ชื่อว่า "Fearless Collection" ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่ต่อเนื่องมาจากคอลเลกชั่นแรก ที่ต้องการจะบอกกับสาวๆ ทั้งหลายว่า ไม่ต้องกลัวการใส่ส้นสูง เพราะรับรองว่าใส่แล้วจะเสริมบุคลิกให้สวยและดูดีอย่างแน่นอน
"ในช่วงก่อนจะปล่อยคอลเลกชั่นใหม่แต่ละครั้ง เอ็มมี่จะดูทิศทางเทรนด์แฟชั่นของรองเท้าจากทั่วโลกอยู่เสมอ ด้วยความที่เราออกแบบเอง เราจึงสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ที่เป็นคอนเซ็ปต์ของคอลเลกชั่นได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรองเท้าส้นสูงของเอ็มมี่ หยาง นั้นจะมีส้นที่สูงกว่าปกตินิดนึง (หัวเราะ) แต่ไม่ต้องกลัวจะเมื่อยนะคะ เพราะ โดยปกติผู้หญิงเราจะสามารถใส่ส้นสูงและยืนอยู่กับมันได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็โอเคแล้ว เพราะถ้าใส่ชุดสวยเริ่ดเลย แต่สวมรองเท้าที่เตี้ยเกินไป มันก็ไม่ช่วยส่งชุดของเราให้ดูสวยขึ้น ฉะนั้นหลังจากใส่ส้นสูง ออกงานสักสามสี่ชั่วโมง หรือใส่กับสูทแนว นักธุรกิจหญิงแล้วใส่ส้นสูงสวยๆ สักครู่ เจรจาธุรกิจเสร็จก็กลับมาใส่รองเท้าส้นเตี้ย เพื่อเป็นการพักเท้าก็ยังได้

เมื่อคอลเลกชั่นที่ 2 เปิดตัวออกไปก็ได้ รับความนิยมมากขึ้น และได้ไปวางขายให้ ห้างเซนที่เซ็นทรัลเวิลด์ รวมทั้งห้างเซ็นทรัล ชิดลมด้วยค่ะ โดยตอนนี้เราเน้นการเปิดตลาดในไทยก่อนเป็นอันดับแรก"

เอ็มมี่ บอกว่า หลังจากปล่อยคอลเลกชั่น รองเท้าไปแล้ว 2 คอลเลกชั่น ก็มีฟีดแบ็ก มาจากห้างที่แบรนด์ได้ไปวางขายกลับมาว่า รองเท้าได้รับความสนใจจากชาวจีนและชาว อาหรับเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อมาวิเคราะห์ดูแล้ว ก็ถือว่าเป็นตลาดที่มีฐานลูกค้าใหญ่พอสมควรทีเดียว 

"ตอนนี้เอ็มมี่เลยมีความคิดว่า แบรนด์รองเท้าของเราน่าจะสามารถไปเปิดตลาดอินเตอร์ได้ ล่าสุดเอ็มมี่ก็ได้ไปติดต่อกับงานเอ็กซิบิชั่นที่ประเทศดูไบไว้ ซึ่งถ้าโชคดี แบรนด์ของเราก็อาจมีโอกาสได้ไปแสดงในงานนี้ด้วย ส่วนวันข้างหน้าถ้ามีโอกาสไปเปิดตลาดที่ต่างประเทศได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากค่ะ

วิภาวี ไชยพังยาง สร้างแบรนด์จากสิ่งที่รัก

ในอนาคตอันใกล้นี้ อาจจะช่วงปลายปี 2018 ก็จะเปิดตัวคอลเลกชั่นรองเท้าหนังสำหรับผู้ชายเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเอ็มมี่ตั้งใจ ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าหากรองเท้าผู้หญิงประสบ ความสำเร็จ ก็จะเพิ่มไลน์ของรองเท้าผู้ชายเข้ามาด้วย เพราะรู้สึกว่าผู้ชายสมัยนี้ ยังสามารถใส่รองเท้าที่ดูเท่ ดูมีลูกเล่น และสามารถแต่งตัวให้ดูสนุกได้มากกว่านี้

ถ้าให้เปรียบเทียบการทำธุรกิจกับการทำงานประจำ เอ็มมี่คิดว่าการทำงานประจำมันก็มีกรอบหรือไดเรกชั่นที่หัวหน้างานได้วางไว้อย่างชัดเจน หรือมีคนที่กำหนดเป้าหมายให้เราไว้เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับการทำธุรกิจ เอ็มมี่คิดว่าเราสามารถทำในสิ่งที่เราตั้งใจหรือทำในสิ่งที่เราต้องการได้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ของธุรกิจนั้นด้วย"

เอ็มมี่ ทิ้งท้ายว่า อุปสรรคในการสร้าง แบรนด์ของเธอ ส่วนมากจะอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้น ทั้งการหาโรงงานผลิต และการหา วัสดุคุณภาพ ที่ค่อนข้างจะยากอยู่สักหน่อย แต่ด้วยความที่เธอทำด้วยตัวเองโดยเริ่มจากศูนย์และศึกษาหาข้อมูลเอง เมื่อธุรกิจเริ่มประสบความสำเร็จ แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก มากขึ้น ก็สร้างความชื่นใจให้กับตัวเองเป็น อันมาก

"คติในการทำงานของเอ็มมี่ก็คือ การทำทุกอย่างในวันนี้ให้ดีที่สุด อะไรก็ตามที่ ลงมือทำ ต้องทำให้เต็มที่ แล้วอนาคตที่ดีก็ จะตามมา บวกกับเมื่อคิดแล้ว และดูความ เป็นไปได้แล้ว ก็ต้องลงมือทำเลย จะไม่ปล่อย โอกาสให้ผ่านไปหรือเป็นแค่ความฝันเท่านั้น ถ้าทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างเต็มที่ เอ็มมี่เชื่อว่า ธุรกิจที่เกิดจากแพสชั่นของคุณจะประสบความสำเร็จได้แน่นอน".อัพเดทได้ที่ FB : Emmyyang.shoes และ IG : Emmy.yang. shoes

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท