posttoday
จัสติน ทิมเบอร์เลค บนเส้นทางอเมริกานา

จัสติน ทิมเบอร์เลค บนเส้นทางอเมริกานา

18 กุมภาพันธ์ 2561

หลังการแสดงช่วงพักครึ่งนัดชิงชนะเลิศซูเปอร์โบว์ลประจำปี 2018

โดย เพ็ญแข สร้อยทอง

หลังการแสดงช่วงพักครึ่งนัดชิงชนะเลิศซูเปอร์โบว์ลประจำปี 2018 ทำให้งานเพลงของ “จัสติน ทิมเบอร์เลค” ได้รับความสนใจมากขึ้น ดูได้จากตัวเลขยอดดาวน์โหลดที่สวยสดงดงาม

วันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ ยูเอส แบงค์ สเตเดี้ยม เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ในช่วง Pepsi Super Bowl LII Halftime Show ซึ่งปีนี้เป็นหน้าที่ของ จัสติน ทิมเบอร์เลค ผู้นำความบันเทิงมานำเสนอให้คนทั่วโลกได้ชมผ่านการถ่ายทอดสดของเอ็นบีซี

การแสดงช่วงพักครึ่งอเมริกันฟุตบอลนั้น ทางเอ็นเอฟแอล (National Football League ลีกกีฬาอเมริกันฟุตบอลระดับอาชีพในสหรัฐอเมริกา) ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้กับศิลปิน แต่จ่ายค่าโปรดักชั่นและค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งพวกเขาก็นำจุดแข็งนี้เองมาเป็นข้อดึงดูดศิลปินต่างๆ ให้สนใจ

เมื่อปีที่แล้ว เลดี้ กาก้า ตัวเลขนั้นพุ่งกระฉูด ซึ่งทางนีลเส็นก็บอกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะว่างานของจัสตินนั้นขายดีมากอยู่แล้ว อย่างเช่น เพลง Can’t Stop The Feeling ซึ่งเขาแต่งให้กับหนัง Trolls ซึ่งเป็นเพลงที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดของปี 2016

จัสติน ทิมเบอร์เลค บนเส้นทางอเมริกานา

โชว์เริ่มต้นด้วยการแนะนำศิลปินโดย จิมมี่ ฟอลลอน พิธีกรและดาราตลกชื่อดัง ก่อนที่จอวิดีโอยักษ์จะนำเสนอภาพการแสดงเพลง Filthy ของจัสติน ที่เซตฉากให้สนามกีฬากลายเป็นคลับ แล้วศิลปินหนุ่มจึงปรากฏตัวจริงออกมารายล้อมด้วยฝูงชน ต่อมาในเพลง Rock Your Body คณะนักเต้นหญิงมาร่วมสร้างสีสัน ต่อเนื่องด้วย Senorita พร้อมทั้ง SexyBack, My Love และ Cry Me a River ซึ่งจัสตินได้ย้ายมาแสดงในอีกหนึ่งเวที

ขณะที่ จัสติน แสดงเพลงฮิต Suit & Tie ก็มีวงโยธวาทิตจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตามาร่วมด้วย ต่อมาศิลปินหนุ่มก็นั่งลงหลังเปียโนสีขาว แล้วเริ่มต้นบรรเลง Until the End of Time และ I Would Die 4 U ซึ่งอุทิศให้กับพรินซ์ผู้ล่วงลับ ซึ่งมีพื้นเพเป็นชาวมินนีแอโพลิส บนจอก็ได้ฉายภาพการแสดงของพรินซ์คู่กันไป ภาพมุมสูงทำให้คนดูได้เห็นว่าเมืองมินนีแอโพลิสปกคลุมไปด้วยแสงสีม่วง ซึ่งแปรเปลี่ยนเป็นตราสัญลักษณ์ Love Symbol ของพรินซ์ โดยมีสนามกีฬาอยู่ตรงกึ่งกลาง

จากนั้นจัสตินก็กลับไปที่เวทีหลักเพื่อแสดงเพลง Mirrors ขณะที่นักเต้นนับร้อยและสมาชิกวงโยธวาทิตเต้นกับกระจกขนาดใหญ่ สร้างภาพสะท้อนที่สดใส จัสติน ทิมเบอร์เลค ปิดการแสดงด้วย Can’t Stop the Feeling! นี่นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ซูเปอร์โบวล์ XLVI ในอินเดียแนโพลิสในปี 2012 ที่การแสดงพักครึ่งไม่ใช้ดอกไม้ไฟ

สำหรับ จัสติน ทิมเบอร์เลค นี่เป็นการแสดงพักครึ่งครั้งที่ 3 ของเขา นับตั้งแต่ครั้งแรกในฐานะสมาชิกวงเอ็นซิงค์ ในปี 2001 ต่อมาเป็นแขกรับเชิญของ เจเน็ต แจ็กสัน ซึ่งสร้างเรื่องฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อเขามีส่วนทำให้หน้าอกหน้าใจของเจเน็ตโผล่ออกอากาศ โดยก่อนหน้าที่จัสตินจะกลับมาในครั้งนี้เขาก็ได้ถูกร้องขอให้ทำการแสดงที่ “เป็นมิตรสำหรับครอบครัว”  โดยนักร้องหนุ่มก็ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนงานว่า “เราจะไม่ทำอย่างนั้นอีก”

จัสติน ทิมเบอร์เลค บนเส้นทางอเมริกานา

หลังจากนั้นก็มีคนมาติดตามชมและฟังเพลงของจัสตินผ่านสตรีมมิ่งต่างๆ มากขึ้น 45 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับช่วงก่อนที่เขาจะขึ้นเวทีนี้

ทาง นีลเส็น เอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นผู้บันทึกสถิตินี้บอกว่า การแสดงช่วงพักครึ่งของซูเปอร์โบว์ลนั้นมีผลอย่างมากกับผลงานของศิลปิน พวกเขาจะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้แฟนเพลงกลุ่มใหม่ๆ ได้รู้จัก และหันมาสนใจงานเพลงของศิลปินมากขึ้น อย่างที่ไม่มีงานใดทำได้

เพลงของจัสติน แทร็กที่คนสนใจมากที่สุด คือ Filthy ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลนำของอัลบั้มใหม่ ตามด้วยเพลง Can’t Stop the Feeling! (เพลงประกอบหนังเรื่อง Trolls) สำหรับอัลบั้ม Man of the Woods งานชุดใหม่ของจัสตินที่เพิ่งออกวางขายก็มียอดทะลุไปกว่า 2 แสนแผ่น ก่อนจะกลายเป็นงานอันดับ 1 ใน บิลบอร์ด 200 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ชุดที่ 4 ของ จัสติน ทิมเบอร์เลค พร้อมกับเขายังขึ้นอันดับสูงสุดในชาร์ตบิลบอร์ด อาร์ติสต์ 100 เป็นครั้งแรกด้วย

จัสติน ทิมเบอร์เลค บนเส้นทางอเมริกานา

เพลงเด่นของอัลบั้มนี้หนีไม่พ้นไตเติ้ลแทร็ก เพลงที่จัสตินเหมือนกับแต่งให้กับภรรยา ถ้าใครได้ดูเอ็มวีก็จะเห็นว่านางเอกในชีวิตของเขา เจสสิกา บีล มาร่วมแสดงด้วย น่ารักทีเดียว (เสียงของเธอยังปรากฏในเพลง Flannel อีกด้วย)

อีกด้านหนึ่งเพลงนี้ก็บอกเล่าตัวตนอีกด้านของศิลปิน ความเป็นหนุ่มจากทางใต้ คือ เมมฟิส รัฐเทนเนสซี ซึ่งเขาก็ภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็น

สำหรับชื่ออัลบั้มนั้นมาจากชื่อ ซิลาส ลูกชายของ จัสติน ซึ่งมีความหมายว่า “Of the woods” ในอัลบั้มมีหนึ่งเพลงชื่อ Montana ซึ่งเป็นรัฐที่จัสตินและเจสสิกาหมั้นหมายกัน เมื่อได้ยินชื่อ มอนทานา อาจจะคิดถึงภาพป่า และเพลงนี้ต้องเป็นโฟล์ก แต่มันกลับเป็นเพลงแดนซ์

อัลบั้มนี้ จัสติน ได้ทำงานกับ คริส สเตเปิลตัน และ โทบี คีธ ศิลปินคันทรี่ชั้นแนวหน้าในปัจจุบัน แต่อย่าเข้าใจผิดว่าเขาจะเปลี่ยนแนว งานเพลงของจัสตินก็ยังคงเป็นป๊อปที่มีกลิ่นอายอาร์แอนด์บี ฟังก์ และโซล กับอัลบั้มใหม่เจ้าของผลงานจำกัดความว่าเป็น “อเมริกานา” งานก่อนหน้านี้ของเขาอาจจะทำให้เราคิดถึงภาพเมือง แต่ชุดนี้มีกลิ่นอายของดิน หิน ทราย ป่าไม้ ธรรมชาติ ชนบท หรือ “คันทรี่ไลฟ์สไตล์” มากขึ้น ซึ่งก็ต้องทำหมายเหตุตัวโตๆ ว่า ในแบบของจัสตินเอง

จัสติน ทิมเบอร์เลค บนเส้นทางอเมริกานา

คริส เจ้าของ 5 รางวัลแกรมมี่ร่วมร้องในเพลง Say Something และช่วยแต่ง 3 เพลง จัสติน ชมว่า คริส เป็นคนเก่ง นอกจากนี้ อลิเชีย คีย์ส รวมทั้ง เดอะ เนปจูนส์ ก็มาร่วมด้วยช่วยสร้างสรรค์อัลบั้มนี้

การเดินเข้าป่าออกชนบทสู่ความเป็นอเมริกานาของ จัสติน ทิมเบอร์เลค ครั้งนี้ แฟนเพลงของเขาก็คงจะมีความสุขดีกับการได้ฟังงานของเขา ส่วนคนที่ไม่ชอบก็คงจะ ... “Haters gonna say it’s fake” อย่างที่ว่าไว้ในเนื้อเพลง Filthy สำหรับใครที่อยากเห็นทิศทางสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในงานของเขาก็คงต้องรอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท