
ดีเจต้อง & ออย ครบรสชาติความเป็นเพื่อน
ใครว่ามิตรภาพจากเพื่อนร่วมงานมักงอกงามแต่ไม่มั่นคง และระยะเวลาคบหาที่ไม่นานนักจะไม่รู้จักเข้าใจลึกซึ้ง ทว่าคู่เพื่อนซี้ดีเจจากคลื่น FM ONE 103.5 “ดีเจต้อง" ศุภัชญา รื่นเริง และ “ดีเจออย" วรนิษฐ์
โดย ไรเฟิลเบิร์ด
ใครว่ามิตรภาพจากเพื่อนร่วมงานมักงอกงามแต่ไม่มั่นคง และระยะเวลาคบหาที่ไม่นานนักจะไม่รู้จักเข้าใจลึกซึ้ง ทว่าคู่เพื่อนซี้ดีเจจากคลื่น FM ONE 103.5 “ดีเจต้อง" ศุภัชญา รื่นเริง และ “ดีเจออย" วรนิษฐ์ รัตนมั่นคงพงศ์ 6 ปี ที่รู้จักคบหากันมา ความสัมพันธ์หยั่งรากลึกลงไปเรื่อยๆ อาจเพราะเป็นคนพันธุ์เดียวกัน
โมเมนต์ดีๆ ได้ทำงานกับเพื่อนรู้ใจ
ดีเจต้อง เล่าถึงที่มาของการรู้จักดีเจออย ผู้ที่กลายเป็นเพื่อน พี่สาว ว่าเริ่มจากการมาทำดีเจที่คลื่น FM ONE 103.5 เธอเข้ามาทำดีเจก่อน จากนั้นไม่นานดีเจออย ก็เข้าตามมาในเวลาไล่ๆ กัน
"ด้วยความที่ช่วงเวลาจัดรายการของเราติดกัน ก็มีช่วงเหลื่อมๆ ของเวลาที่ทำให้ได้เจอกัน ได้ทักทายพูดคุยกันตามประสาเพื่อนร่วมงาน ได้มีโอกาสไปออกงานด้วยกัน เป็นพิธีกรคู่กัน ก็ทำให้ได้คุยกันบ่อยขึ้น จนสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้
ในระยะเวลา 5-6 ปีที่รู้จักกันมา มีเรื่องราวปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ปัญหาของผู้หญิง แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องของความรัก อย่างตอนนั้นพี่ออยมีปัญหาเรื่องความรัก เราก็อยู่กับเขา ให้เขาได้พูดได้ระบาย เราก็อยู่รับฟังตรงนั้นด้วย
เราไม่ค่อยงอนกัน แต่ถ้ามีก็พูดกันตรงๆ ใครผิดก็เป็นฝ่ายเข้ามาขอโทษ เราสองคนไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรอยู่แล้ว ขอโทษกันก็จบ อย่างพี่ออยเวลาเขารู้ว่าเรางอน เขาก็ซื้อตุ๊กตาดิสนีย์มาฝาก เพราะรู้ว่าเราชอบ”
เรื่องที่ทำด้วยกันบ่อยๆ แล้วมีความสุข ดีเจต้อง บอกว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องกิน
"เพราะพี่ออยนางเป็นสายฟู้ดดี้ มีร้านอาหารอร่อยๆ มาแนะนำ ถ้ามีเวลาว่างตรงกันก็จะชวนกันไปกินอยู่ตลอด เคยพูดกันขำๆ ว่าถ้าจะอ้วนก็ต้องอ้วนไปด้วยกันอย่างมีคุณค่า
อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราสองคนรู้สึกแฮปปี้ ก็คือการได้ไปทำงานด้วยกัน เรื่องบางอย่างแค่มองตาก็รู้ใจ มันช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น เหมือนเราได้ทำงานกับเพื่อนกับพี่ บางทีรู้สึกเหมือนว่ากำลังเมาท์มอยกันไปเพลินๆ เผลอแป๊บเดียวก็หมดเวลางานแล้ว แต่เรายังรู้สึกว่าอยากทำต่ออยู่เลย นับเป็นโมเมนต์ที่ดีได้ทำงานกับเพื่อนรู้ใจ”
สิ่งที่ประทับใจในดีเจออย คือความเฟรนด์ลี่ ช่างคุย สดใส
"แต่ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้ประทับใจ ก็คงเป็นเรื่องที่เขานึกถึงเราตลอด อย่างเวลาไปเที่ยวก็จะซื้อของมาฝาก ถึงไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่เป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ ทำให้รู้สึกว่าเขานึกถึงเรา
ด้วยความที่สนิทกัน เราจะปรึกษากันแทบทุกเรื่อง บางครั้งเรามองอะไรในแง่บวกจนเกินไป แต่พี่ออยผ่านโลกมาเยอะกว่า เขาจะผ่านความดาร์กในเรื่องของเพื่อน เรื่องความรัก และเรื่องงาน มีมุมมองให้เราได้ฉุกคิดว่า บางทีเราอาจลืมมองมุมนี้ไป ทำให้เราได้ระวังมากขึ้น”
พื้นที่ส่วนตัว มีเธอกับฉัน
ก่อนที่จะสนิทสนมกัน ดีเจออย เคยเป็นนักข่าวสายบันเทิง ดีเจต้อง เป็นนักแสดง
“เคยติดตามผลงานข่าวสารของต้องอยู่บ้าง จนได้มีโอกาสมาทำงานดีเจ ก็เริ่มมารู้จักพูดคุยกันมากขึ้น จากการที่ต้องให้สัมภาษณ์นักข่าว ดูสดใสร่าเริง คิดว่าน้องเขาน่าจะเป็นคนตรงๆ ไม่เสแสร้ง ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่พูด
พอได้มารู้จักกันจริงๆ ก็เป็นเหมือนที่เราคิดนะ แต่ที่เพิ่มเติมมาคือเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนโก๊ะ เส้นตื้น หัวเราะง่ายมาก แล้วหยุดไม่ได้ บางเรื่องก็จะเส้นลึกมาก อย่างบางทีเวลาเล่นมุขไปต้องไม่เก็ตมุข ก็เป็นน้องที่อยู่ด้วยแล้วมีแต่เสียงหัวเราะ”
ดีเจออยเปิดใจที่ได้สนิทสนมกับดีเจต้อง คงเป็นเพราะมีนิสัยที่คล้ายกัน เป็นคนตรงๆ แต่ไม่ถึงกับขวานผ่าซาก
"สิ่งสำคัญที่ทำให้เราคบกันเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ คือเรามีความจริงใจให้กัน มีอะไรพูดกันตรงๆ เรามีนิสัยลุยๆ เหมือนกัน จะไม่ใช่แนวคุณหนูที่กลัวความลำบาก เราสองคนพร้อมลุยแบบถึงไหนถึงกัน
อีกเรื่องคงเป็นเรื่องความรักสวยรักงามที่เราจะมาคุยกันมาแชร์กัน แต่เรื่องนี้ต้องยกให้ต้อง เพราะเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับความงาม เขาจะรู้เยอะมากกว่าออย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลตัวเอง การแต่งตัว แฟชั่น เราจะคุยกันได้ทั้งวันเลยค่ะ”
นอกจากไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกัน เวลามีปัญหาก็เพื่อนคนนี้แหละอยู่ข้างๆ
“มีครั้งหนึ่งที่ออยรู้สึกแย่มาก ไม่รู้จะทำยังไง ก็ไปหาต้องทั้งที่เขามีธุระ แต่เขาก็บอกให้เรารออยู่ที่บ้านเขาก่อน เดี๋ยวรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อน
จริงๆ แล้วต้องเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงมาก เขาไม่ชอบให้ใครมาจุกจิกหรือยุ่งกับชีวิต และไม่ชอบให้ใครเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว แต่คือเขาให้เราเข้าไป ปล่อยบ้านไว้กับเรา เพราะเขารู้ว่าเราแย่มาก มันเป็นเหมือนพี่น้องที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน คือไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แค่มองตาก็รู้ใจ เข้าใจกัน
ส่วนใหญ่เราคุยกันแทบทุกเรื่อง อย่างเรื่องชีวิต ธุรกิจ หรือความรัก อย่างถ้ามีเรื่องหนักๆ ในชีวิต เราก็จะระบายกันไปมามากกว่า หลายๆ เรื่องในชีวิตต้องอยู่ในช่วงที่เขาต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง ก็จะมีการปรึกษากัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิต เวลาถึงจุดเปลี่ยนอะไรบางอย่าง
ก่อนหน้านี้ อย่างที่ทราบกันว่าต้องอาจจะเจอประสบการณ์ความรักที่ไม่ค่อยจะดีนัก เราก็จะเป็นห่วงเขาในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ออยเชื่อว่าต้องเป็นคนที่สตรองมากขึ้น เราเองก็รู้สึกดีนะที่เห็นน้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
จนตอนนี้ออยเชื่อว่าเขารักตัวเองมากพอ เพราะก่อนหน้านี้เราจะคอยเตือนเขาตลอด ให้เขารักตัวเองมากๆ แต่ตอนนี้ต้องเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสตรอง จนบางครั้งเขานี่แหละเป็นคนส่งพลังบวกให้เรา กับบางเรื่องก็อาจต้องลดความแข็งลง เพราะเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่ต้องตั้งกำแพงไว้สูง เราก็จะมีเตือนเขาบ้าง
สุดท้ายในฐานะพี่และเพื่อน ออยก็อยากเห็นต้องประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง อยากให้เจอสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเขาและเป็นความสุขสำหรับเขาค่ะ”







