
เรียบง่าย คลาสสิก สไตล์ ทพญ.ภัทรวรรณ สีบุญเรือง
วันนี้เรามีนัดมาพูดคุยกับหมอฟันคนสวย ทพญ.ภัทรวรรณ สีบุญเรือง หรือ แพ๊ตตี้ ที่มาปรากฏกายในชุดสีน้ำเงินเรียบๆ แต่ดูคลาสสิก พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใส ถ้าไม่บอกก็คงไม่เชื่อว่า สาวสวยคนนี้อายุอานาม 36 ปีแล้ว
วันนี้เรามีนัดมาพูดคุยกับหมอฟันคนสวย ทพญ.ภัทรวรรณ สีบุญเรือง หรือ แพ๊ตตี้ ที่มาปรากฏกายในชุดสีน้ำเงินเรียบๆ แต่ดูคลาสสิก พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใส ถ้าไม่บอกก็คงไม่เชื่อว่า สาวสวยคนนี้อายุอานาม 36 ปีแล้ว
โดย.....กาญจนา เตชาวัฒนากูล
วันนี้เรามีนัดมาพูดคุยกับหมอฟันคนสวย ทพญ.ภัทรวรรณ สีบุญเรือง หรือ แพ๊ตตี้ ที่มาปรากฏกายในชุดสีน้ำเงินเรียบๆ แต่ดูคลาสสิก พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใส ถ้าไม่บอกก็คงไม่เชื่อว่า สาวสวยคนนี้อายุอานาม 36 ปีแล้ว
ทพญ.ภัทรวรรณ เล่าประวัติตัวเองย่อๆ ให้ฟังว่า ศึกษาจบจากโรงเรียนจิตรลดา และจบปริญญาตรี และปริญญาโท เกียรตินิยมจากคณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมสำหรับเด็ก โดยทำงานอยู่ที่ศูนย์ทันตกรรมครอบครัว สมภพอัมพุท
เธอบอกว่าที่เลือกเส้นทางนี้ เพราะความที่คุณแม่เป็นหมอฟัน คุ้นเคยกับอาชีพนี้มาแต่เด็กและพื้นฐานเธอเองเป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจไม่ยาก ทพญ.ภัทรวรรณ บอกว่าการทำฟันให้เด็กกับผู้ใหญ่มีความยากง่ายต่างกัน ซึ่งความท้าทายส่วนใหญ่อยู่ที่ทำอย่างไรจะให้เด็กไม่กลัวการทำฟันมากกว่า
“เด็กเล็กจะกลัวคนแปลกหน้าเป็นพื้นฐาน ยิ่งคุณหมอใส่ชุดขาวปิดปากปิดจมูกและพวกเครื่องมือหมอ มันก็ดูน่ากลัว เด็กๆ ก็จะรู้สึกกลัวไว้ก่อน แต่ถ้าเราสามารถทำให้เขารู้สึกไว้ใจและคุ้นเคยได้ มันก็จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเขา ต่อไปเขาก็จะไม่กลัวและให้ความร่วมมือในการรักษามากขึ้น”
หมอฟันคนสวยบอกเคล็ดลับที่ทำให้การรักษาของคนไข้ตัวน้อยเป็นไปด้วยดี “เจอกันครั้งแรกๆ มันจะเป็นช่วงของการทำความคุ้นเคยมากกว่า เราก็ต้องให้ความสนิทสนมและความเมตตากับเขา ถ้าเป็นเด็กปกติเขาก็จะเปิดใจรับเรามากขึ้น แต่ถ้าเป็นเด็กพิเศษ ก็อาจจะต้องใช้เวลามากขึ้นหน่อย แล้วก็ต้องขอความร่วมมือกับคุณพ่อคุณแม่ว่าอย่าขู่หรือใช้คำพูดที่ทำให้เด็กรู้สึกกลัว เช่นฉีดยา หรือถ้าดื้อหมอจะตี อะไรแบบนี้ เขาก็จะกลัวน้อยลงค่ะ”
“สิ่งที่เราภูมิใจก็คงจะเป็นเวลาที่เราสามารถทำให้เด็กๆ ที่เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีในการรักษามาก่อนหน้านี้ แล้วเขาสามารถเปลี่ยนความคิดและรู้สึกดีขึ้นได้” ทพญ.ภัทรวรรณ บอก “เรามีปรัชญาในการทำงานสั้นๆ ว่า ตั้งใจ มุ่งมั่นและทำให้ดีที่สุด และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เราก็จะยอมรับมัน”
นอกเหนือจากเป็นทันตแพทย์เด็กฝีมือดี ทพญ.ภัทรวรรณ ยังมีตำแหน่งสำคัญอีกหนึ่งตำแหน่งคือ การเป็นหลังบ้านของทายาทรุ่นที่ 4 แห่งตระกูลสีบุญเรือง ภรรยาของ พ.ต.ชโยดม สีบุญเรือง เจ้าของธุรกิจจำหน่ายซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ในกลุ่มธุรกิจของ สิวะดล กรุ๊ป และผู้บริหารอาคารสีบุญเรือง อาคารเก่าแก่บนถนนสีลมที่ล่าสุดเพิ่งปรับโฉมเป็นสไตล์โคโลเนียล ที่โดดเด่นที่สุดในย่านสีลม ณ ตอนนี้
เธอออกตัวว่า “ไม่ค่อยได้ช่วยงานสามีเท่าไร เพราะไม่ใช่งานถนัด ส่วนใหญ่จะเป็นกองหนุนและกำลังใจให้มากกว่าค่ะ แต่ก็จะช่วยเวลาที่เขาต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ ทั้งวางแผนการเดินทางและดูแลในเรื่องต่างๆ แต่หน้าที่หลักจริงๆ คงเป็นการดูแลลูก ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นบทบาทที่สำคัญของชีวิตเราในตอนนี้ หลังจากแต่งงานได้ 3 เดือน เราก็ท้อง แต่เรากับสามีก็คุยกันก่อนแล้วว่ายังไงก็คงต้องมีคนหนึ่งเป็นหลักในการเลี้ยงลูก เขาจะเป็นกำลังเสริม ดังนั้นเราลดบทบาทเรื่องงานลง ยอมเปลี่ยนงานเพื่อจะได้มีเวลาดูแลลูกมากขึ้น เราเลี้ยงลูกเองตลอด ทำทุกอย่างเองหมด เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองจนถึง 2 ขวบ ไม่มีพี่เลี้ยงช่วยเลย ตอนแรกก็คิดว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่เอาเข้าจริงๆ ความเป็นแม่ก็ทำให้เราทำได้ทุกอย่าง รู้สึกเลยว่าลูกเป็นหนึ่งในปาฏิหาริย์ของชีวิต”







