
กำปั้นอาชีพไทยเริ่มไร้พิษสง?
เชื่อว่าแฟนกีฬาหมัดมวยบ้านเราคงไม่พลาดติดตามชม 2 นักชกไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมียิงสดให้ชมถึงบ้าน 2 วันติดๆ กันเลยทีเดียว....
เชื่อว่าแฟนกีฬาหมัดมวยบ้านเราคงไม่พลาดติดตามชม 2 นักชกไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมียิงสดให้ชมถึงบ้าน 2 วันติดๆ กันเลยทีเดียว....
โดย.....เด็กสวนฯ
เชื่อว่าแฟนกีฬาหมัดมวยบ้านเราคงไม่พลาดติดตามชม 2 นักชกไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมียิงสดให้ชมถึงบ้าน 2 วันติดๆ กันเลยทีเดียว
เริ่มจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา “ไอ้รถถัง” พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม บุกไปขึ้นสังเวียนป้องกันแชมป์รุ่นซูเปอร์ แบนตัมเวต (122 ปอนด์) สมาคมมวยโลก (WBA) กับ “เจ้าถิ่น” เรียว ลิลี นักชกแดนปลาดิบเชื้อสายเกาหลีเหนือ ถึงประเทศญี่ปุ่น
ผลก็ทราบกันไปแล้วว่า นักมวยไทยเราแพ้คะแนนไปแบบเอกฉันท์ ทั้งที่เป็นการชกรักษาเข็มขัดครั้งที่ 3 เท่านั้นเอง ซึ่งทำเอาผู้จัดการอย่าง “แชแม้” นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ ออกมาโวยวายลั่นว่ากรรมการให้คะแนนมั่วซั่วซะเหลือเกิน จนเป็นเหตุให้ พูนสวัสดิ์ เอาเข็มขัดไปทิ้ง ทั้งที่แชมป์โลกบ้านเรายิ่งขาดแคลนอยู่ด้วย
โธ่! แม้แต่ พินิจ ประหยัดทรัพย์ จากไทยเองแท้ๆ ที่เป็น 1 ใน 3 กรรมการ ยังให้แพ้ 113-115 แล้วจะเอะอะไปทำไมกัน ส่วนอีก 2 คนจากฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ให้แพ้ 111-114 และ 110-118 ตามลำดับ
“ลี เอาแต่หนีตลอด กรรมการทำเหมือนไม่ใช้ตาดูเกมการชก เล่นให้คะแนนตามเสียงเชียร์คนดู ลี ชกผิดชกถูกก็ให้แต้ม โดยเฉพาะกรรมการออสเตรเลียให้แพ้ขาดถึง 8 คะแนน หากชกชาติเป็นกลางไม่มีแพ้หรอก” แชแม้ ล้งเล้งตามประสา ทั้งที่ไม่มีกรรมการเจ้าถิ่นให้คะแนนซักคน
รู้ทั้งรู้ เวลาไปชกบ้านเขา หากเบียดกันไปเบียดกันมาจนครบยก เจ้าถิ่นก็ย่อมได้เปรียบวันยังค่ำ หรือว่าเวลานักมวยต่างชาติมาชกในไทยเราไม่เคยทำ ใครกล้าๆ ช่วยออกมายืนยันหน่อย
บอกตามตรงว่า ไอ้รถถัง ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย จนมวยคู่นี้ออกหน้าไหนก็ได้ทั้งนั้น
คอยสังเกตให้ดี ก่อนที่นักมวยไทยไปขึ้นชกต่างแดน โดยเฉพาะไฟต์ป้องกันแชมป์ มักมีคำสัมภาษณ์ยอดฮิตจากทั้งตัวนักชกเองหรือผู้จัดการอยู่เป็นประจำว่า
“เราจะไม่ประมาทคู่ต่อสู้ แต่เพื่อตัดปัญหาเรื่องกรรมการให้คะแนน เราจะน็อกคู่ต่อสู้ให้ได้”
เป็นไงล่ะ เอาเข็มขัดไปยื่นให้เขามากี่รอบแล้ว ไม่เห็นเข็ดสักที
แชแม้ ก็รู้ดีว่า การไปชกนอกบ้านมีความเสี่ยงสูง แต่เพื่อล่าเงินก้อนโตก็คุ้ม จัดในบ้านลำบากแสนเข็น มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง
อย่างไรก็ตาม ยอดโปรโมเตอร์ตาหยี ยังกระหยิ่มยิ้มย่องว่า มีออพชั่นอยู่ในมือ 2 ไฟต์ และเตรียมดึง ลี มาให้ พูนสวัสดิ์ ชกล้างตาที่ไทยภายใน 9 เดือน ว่าแต่ว่า หากนักมวยเรามีฝีมือแค่ที่เห็นล่าสุด แฟนชาวไทยคงไม่ปลื้มแน่
ไอ้รถถัง อายุเพิ่ง 29 น่าจะยังพอปั้นต่อได้ แต่ต้องฝึกเรื่องสปีดทั้งเท้าและหมัดให้เร็วกว่านี้อีกเยอะ เพราะหมัดหนักยังไง หากต่อยไม่โดนหรือไม่ทันคู่ชก มันก็ไร้ประโยชน์ กลายเป็นหนักหมัดซะมากกว่าหมัดหนัก
เกือบลืมว่าถึงมวยอีกคู่เลย นั่นคือ “แวฮามะ” เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม อดีตแชมป์โลก ในสังกัดแชแม้เช่นกัน ซึ่งชกตอนช่วงสายวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยบินไปท้าชิง “เจ้าถิ่น” หลุยส์ คอนเซ็ปซิออน แชมป์โลกเฉพาะกาล รุ่นฟลายเวต (112 ปอนด์) WBA ที่ประเทศปานามา
คู่นี้ แชแม้ ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี ก็จะไม่ยอมได้ไงล่ะ เพราะเพียงแค่ยกแรก เด่นเก้าแสน โดนอัดร่วงลงกับพื้นเวที 3 ครั้ง จนกรรมการต้องยุติการชก ทำเอาหลายคนบ่นว่ายังไม่ทันเปิดทีวีเลย จบเห่ซะแล้ว
บอกตามตรง แวฮามะ อายุปาเข้าไป 34 ปีแล้ว เรื่องความสดความแกร่งไม่ต้องพูดถึง แถมไม่มีหมัดสั่งคู่ต่อสู้ด้วย ให้เขาได้รักษาร่างกายและพักผ่อนกับครอบครัวเถอะ โดยเบนเข็มไปเป็นเทรนเนอร์ด้วยการเอาประสบการณ์มาช่วยฝึกปรือรุ้นน้องๆ น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
แชแม้ ที่ทำมวยมาถึง 30 ปีไม่มีถอย ประกาศขอปั้นเด็กในคาถาคว้าแชมป์โลกต่อไป
“มวยเป็นกีฬามีแพ้มีชนะ มีขึ้นมีลง ถึงมวยผมแพ้ยกชุด แต่ผมยังยืนยัน นี่ไม่ใช่ขาลง เรายังมีโอกาสกลับมาแน่นอน”
ยังไงก็ขอให้เป็นของจริงที่สามารถยืนกุมเข็มขัดแชมป์ได้นานๆ หน่อยก็แล้วกัน ไม่ใช่เอาเพียงแค่ได้แชมป์ แล้วชกอีกไม่กี่ไฟต์ก็ไปแล้ว
เท่ากับว่า ตอนนี้เราเหลือแชมป์สถาบันหลักๆ ที่ทั่วโลกยอมรับอยู่แค่ 2 คนคือ “ไอ้กร” พงษ์เล็กเล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม วัย 33 แชมป์รุ่นฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) และ “ไอ้ลูกอม” โอเล่ห์ดง ซีพีเฟรชมาร์ท วัย 25 แชมป์รุ่นสตรอว์เวต WBC
ยังไงช่วยรักษาไว้ให้ดีด้วยก็แล้วกัน ไม่อยากให้แชมป์ของเราสูญพันธุ์ เดี๋ยวจะโดนทั่วโลกสบประมาทว่า หมัดไทยไร้พิษสง







